8 วิธีบอกลาภาษาอังกฤษอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ

4657

สวัสดีค่ะ หลายๆคนคงจะรู้วิธีบอกลาในภาษาอังกฤษกันอยู่แล้วเนอะ เช่นคำว่า Goodbye หรือ Bye bye แต่การบอกลาในภาษาอังกฤษไม่ได้มีแค่นี้ซะหน่อย เพราะฉะนั้นลองมาเรียนรู้คำอื่นๆที่ใช้บอกลากันดีกว่าค่ะ

1. I’ve got to get going  (ไอฟฺ ก็อต ทู เก็ท โก อิ้ง)

คำนี้เป็นสำนวนหรือ expression มีความหมายเหมือนกับคำว่า I really need to leave หรือ ฉันต้องไปแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างการใช้นะคะ เผื่อใครยังไม่เก็ท

ตัวอย่างสถานการณ์

เมื่อนายเอไปเยี่ยมบ้านนายบี แล้วนายบีชวนนายเอทานข้าวที่บ้านด้วยกัน แต่นายเอเนี่ยเกิดรู้สึกเกรงใจเพื่อนขึ้นมา นายเอก็เลยปฏิเสธแบบอ้อมๆได้ว่า

No thanks, I’ve got to get going.

(ไม่ล่ะ ขอบคุณนะ ฉันต้องกลับแล้วละ)

2. I’m off (ไอมฺ ออฟ)

คำนี้เป็นสำนวนอีกแล้วค่ะ แต่ไม่ได้แปลว่า ฉันปิด แต่อย่างใดนะคะ แต่หมายความว่า I’m leaving ใช้ในการบอกลา ตัวอย่างเช่น

A: It’s time to go home. I’m off.  (ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับบ้านแล้วละ บาย)

B: See you later! (ไว้เจอกันวันหลังนะ!)

แต่ถ้าอยากจะบอกว่าไปที่ไหนสามารถเติม to และตามด้วยสถานที่ได้เลยค่า เช่น

I’m off to Siam Paragon (ฉันจะไปสยามพารากอนแล้วนะ)

It’s getting late. I’m off to bed. (ดึกแล้ว ฉันไปนอนล่ะ)

3. I’m afraid I have to go now. (ไอมฺ อะเฟรย์ดฺ ไอ แฮฟ ถุ โก นาว)

ประโยคนี้เป็นการบอกลาที่สุภาพ อาจจะใช้กับเจ้านาย ญาติผู้ใหญ่ หรือคนที่ไม่สนิทกัน ซึ่งคำว่า afraid สามารถแปลได้ว่า “หวาดกลัว,เกรงว่า” แต่ในประโยคนี้ไม่ได้แปลว่า “กลัว” นะคะ แต่จะแปลว่า “ฉันเกรงว่าฉันจะต้องไปแล้ว” ตัวอย่างเช่น

I have an appointment at 10 o’clock. Now, it’s 9.30. I’m afraid I have to go now.
ผมมีนัดตอนสิบโมง ตอนนี้ก็เก้าโมงครี่งแล้ว ผมเกรงว่าผมจะต้องไปแล้วล่ะ 

4. I look forward to seeing you again (ไอ ลุค ฟอเวิร์ด ทู ซีอิง ยุว อเกน)

เรามาถึงครึ่งทางกันแล้วนะคะ คำว่า look forward เป็น Phrasal Verb นะคะ เราไม่สามารถแยกออกเป็นคำๆได้ เพราะฉะนั้นเราจะไม่แปลว่า มองตรงไป แต่จะแปลว่า “ตั้งตาคอย” และสำหรับประโยคนี้เราจะแปลได้ว่า “ฉันตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะเจอคุณ” คืออยากเจออีกครั้งมากๆนั่นเอง เช่น

A: Good bye.

B: I look forward to seeing you again.

และมีจุดสังเกตอีกที่หนึ่งนะคะ บางคนอาจจะคิดว่าหลัง to จะต้องตามด้วย v.infinitive เท่านั้น แต่ถ้าเป็นในประโยคนี้ to จะทำหน้าที่เป็น Preposition เพราะฉะนั้นกริยาที่ตามมาต้องเป็น verb+ing หรือ Gerund นั่นเองค่า

นอกจากการบอกลาแล้ว สำนวนนี้ยังใช้ในการลงท้ายจดหมายได้ด้วยค่ะ เช่น

I look forward to your reply.
(ฉันตั้งหน้าตั้งตารอการตอบกลับของคุณ)

5. Gotta roll (กั่ดดะ โร็ล)

คำนี้หมายความว่า ลาก่อน เช่นเดียวกับคำที่ผ่านๆมานะคะ แอบบอกไว้ก่อนนิดนึง คำนี้ถือเป็นคำแสลงในภาษาอังกฤษ ไม่ควรจะใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ เช่นการสัมภาษณ์งานหรือการประชุมนะคะ แต่เราสามารถใช้กับเพื่อนฝูงหรือคนสนิทได้ ไม่ผิดค่า เอาล่ะเรามาดูตัวอย่างการใช้กันดีกว่า

The movie will start in 10 minutes, we gotta roll!
หนังจะฉายในสิบนาที เราต้องไปแล้วล่ะ !

6. Catch you later (แค็ท ชุว เลเถ่อะ)

ถึงแม้คำว่า catch จะเป็นกริยาที่มีความหมายว่า “จับ” แต่ในประโยคนี้เราจะไม่แปลว่า จับเธอทีหลัง(ว๊ายย!!) แต่เราจะแปลเหมือนกับคำว่า see you later หรือ “เจอกันวันหลัง” นั่นเองค่า ตัวอย่างเช่น

I just called to say hi and I hope that we can talk tomorrow. Catch you later.
ผมแค่โทรมาทักทายและผมหวังว่าเราจะได้คุยกันพรุ่งนี้นะ แล้วเจอกันครับ

7. Smell you later (สเม็ล ยุว เลเถ่อะ)

สำนวนนี้ไม่ได้แปลว่า ดมคุณทีหลัง อย่าเข้าใจผิดกันล่ะ แต่เราจะแปลว่า “แล้วเจอกัน” ซึ่งสำนวนนี้พึ่งจะมีมาเมื่อในช่วงปี 1990’s เองค่ะ แค่ยี่สิบกว่าปีเอง เพราะฉันนั้นสำนวนนี้มักจะถูกใช้โดยเด็กๆหรือวัยรุ่นกันเสียมากกว่า ตัวอย่างเช่น

Sorry bro, I can’t be late to school. I’ll smell you later.
โทษทีนะน้องชาย ฉันไปโรงเรียนสายไม่ได้ แล้วเจอกัน

8. So long (โซ ลอง)

คำนี้สามารถแปลได้สองความหมาย ความหมายแรกก็คือ “ลาก่อน” ส่วนความหมายที่สองคือ “ระยะเวลาที่ยาวนาน” นั่นเอง ส่วนจะแปลว่าอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับบริบทหรือประโยคที่อยู่รอบข้างนะคะ เราลองมาดูสถานการณ์ต่อไปนี้ดีกว่าค่ะ

ความหมายที่หนึ่ง

A: So, you’re going to Italy. I’ll miss you so much.
เธอจะไปอิตาลีแล้ว ฉันคงคิดถึงเธอน่าดู

B: Yeah, I’ll miss you too.
ใช่ ฉันจะคิดถึงคุณเหมือนกัน

A: So long, have a safe trip.
ลาก่อน เดินทางปลอดภัยนะ

ความหมายที่สอง

Finally, you arrived. I was waiting for so long.
ในที่สุดเธอก็มาถึงสักที ฉันรอเธอจนรากงอกละ

เห็นไหมคะว่าการบอกลามีมากมายหลายวิธีเลยทีเดียว ซึ่งการเรียนรู้คำเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้ในการพูดเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีประโยชน์เวลาที่เราอ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย หากคนที่ไม่เคยเรียนรู้คำเหล่านี้เจอครั้งแรกก็อาจจะไม่เข้าใจ เพราะคำเหล่านี้แปลตรงๆมันก็จะฟังดูแปลกๆ หน่อย แล้วเจอกันในบทความถัดไปนะคะ

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

ติวเตอร์ ล่าม ไกด์ และทาสหมา