การใช้ Compound Adjective ไม่ยากอย่างที่คิดนะ

5656

compoundadj

เอาล่ะค่ะ ก่อนที่เราจะมาพูดถึง Compound Adjective เรามาทำความรู้จักมันอย่างเป็นทางการกันก่อนสักนิดนึงนะคะ เจ้า Compound Adjective นั้นคืออะไรกันหนอ? มันก็คือคำประเภทหนึ่งของ Adjective นั่นเอง แต่มันพิเศษตรงที่ว่ามันไม่ใช่คำเดี่ยวๆ น่ะสิ Compound มีความหมายว่า “รวม” นั่นก็หมายถึง Adjective ที่ประกอบด้วยคำมากกว่าสองคำขึ้นไปและถูกเชื่อมเอาไว้ด้วย Hyphen นั่นเองค่ะ อาจจะยังไม่เห็นภาพ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ

I am a senior-year girl from the high school nearby your home.
Gold’s shining is long-lasting.
I will read that 200-page book later.
He is a well-behaved boy.

มันก็คือคำศัพท์ที่เมื่อถูกเชื่อมกันแล้วจะกลายเป็นคำใหม่ขึ้นมาเพื่อที่จะใช้บรรยายคำนามนั่นเองค่ะ เพราะแน่นอนว่าบางอย่างเราก็อยากจะบรรยายให้เห็นภาพมากกว่าการใช้แค่ Adjective เดี่ยวๆ ธรรมดาทั่วไป ว่าแต่หลักการการใช้ของมันนั้นคืออะไรกันล่ะ? เรามาดูพร้อมกันเลยค่ะ

1. ใช้ Noun+Adjective

ซึ่งวิธีนี้ก็ไม่ยากเลยค่ะ แต่เราต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อยว่า Adjective นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ตัวที่เรารู้ว่า Part of Speech มันเป็น Adj. เราสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งนะคะว่า Verb ที่ลงท้ายด้วย ed หรือ ing นั้นก็สามารถนำมาใช้เป็น Adjective ได้เช่นกัน โดยที่หากลงท้ายด้วย ed มันจะแปลว่า “ที่ถูกกระทำ” ส่วนถ้าลงท้ายด้วย ing ก็จะมีความหมายว่า “กำลังกระทำ” ค่ะ เรามาดูตัวอย่างประโยคกันเลยนะคะ

  • The breast-feeding animals survive long time ago.
  • The house-keeping company launches the new business.

2. ใช้ Adjective+Adjective 

สำหรับอันนี้นั้นก็ไม่ต่างจากอันแรกมากนักนะคะ ส่วนมากแล้วเราจะใช้ Adjective ธรรมดาหนึ่งตัวต่อท้ายด้วย Adjective แบบที่ลงท้ายด้วย ed หรือ ing ค่ะ มาดูตัวอย่างประโยคไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

  • The diamond’s long-lasting shine makes it be the most expensive accessory in the world.
  • The free-running competitor beats the others easily in the games.
  • This piece of cake tastes bitter-sweet.

3. ใช้ Adjective+Noun

แบบที่สามนี้วิธีการเรียงจะสลับกับอันแรกอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ แต่แบบนี้นั้นไม่เป็นที่นิยมสำหรับการใช้ Adjective แบบลงท้าย ed หรือ ing ค่ะ ส่วนมากนั้นจะเป็น adjective แบบปรกติทั่วไปไปเลย เรามาดูตัวอย่างในประโยคกันเลยดีกว่าค่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

  • Full-day working is not too hard for Ellison; he is not a lazy man!
  • The seven-year worker quits the job because he cannot stand the small salary given to him.

4. ใช้ Prefix+Adjective 

สำหรับข้อนี้นั้นเราก็ควรจะมีความรู้เรื่องคำศัพท์ Prefix มาก่อนพอสมควรนะคะ เพราะส่วนมากแล้วคำพวกนี้จะเป็นรากศัพท์โบราณ ไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษที่เราท่องกันตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่มีอะไรยากเกินการเรียนรู้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ ☺ เรามาเริ่มดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ

  • They are the pre-wedding photographers, and the photos they took are so amazing!
  • The post-war situation was full of danger, nobody walked alone at night.

5. ใช้ Adverb+Adjective

อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เราพบบ่อยกันพอสมควรเลยนะคะ เพราะเป็นการ Compound แบบที่เข้าใจง่ายและใช้กันเป็นที่นิยมมากที่สุด เรามาดูตัวอย่างไปด้วยกันเลยค่ะ บางทีหลายคนอาจจะร้องอ๋อหลังจากที่เห็นประโยคก็ได้

  • My father is a well-paid officer; he works so hard in order to get the massive bonus from the boss.
  • The recently-released album of Justin is so popular, every radio channel talks about his album.
  • The open-minded is easy-going; they can get along with anyone.

6. ใช้ Noun+Noun

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เราคุ้นเคยนะคะ มีหลายคำที่เราท่องจำมาตั้งแต่ๆ เด็กๆ เลยล่ะค่ะที่ใช้การ Compound ในรูปแบบนี้ ดูตัวอย่างด้านล่างพร้อมกันนะคะ

  • Maggie goes to McDonald every Sunday morning because she is a part-time worker there.
  • Look! Her hair is so attractive! It is pearl-gray!

และนี่ก็คือตัวอย่างสำหรับ Compound Adjective คร่าวๆ นะคะ แต่ถึงแม้ว่ามันจะดูเก๋ไก๋เวลาใช้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราสามารถใช้มันได้ในทุกๆ บริบทนะคะ เราควรดูให้ถี่ถ้วนก่อนว่าคำๆ นี้นั้นควรจะใช้เป็น Compound Adjective หรือเปล่า ถ้าหากมันสามารถบรรยายได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Hyphen เราก็ไม่ควรใส่ลงไปค่ะ เช่น

He is one-year-old. กับ He is one year old. นั้นมีความหมายไม่ได้ต่างกันเลย เราจึงควรที่จะเลือกใช้ตัวหลังมากกว่านะคะ

แต่ในขณะที่ Two years old boy กับ Two-year-old boy นั้นเรากลับควรที่จะเลือกใช้ตัวที่สองที่มี Hyphen กำกับเอาไว้มากกว่า เพราะ boy คนนี้คงไม่ได้เป็น Two boy หรือ years boy หรือ old boy ใช่ไหมคะ เมื่อเราไม่สามารถแยก Adjective เป็นคำออกมาได้แบบนี้ เราจึงสมควรที่จะใช้ Hyphen เพื่อรวมให้มันเป็นหนึ่ง Compound Adjective นั่นเองค่ะ

ลองใช้ดูนะคะ เพิ่มมิติต่างๆ ให้งานเขียนของเรากันสักหน่อย เพิ่มลูกเล่นและหมั่นเขียนบ่อยๆ ก็รับรองเลยค่ะว่าจะต้องเก่งขึ้นอย่างแน่นอน!

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

ติวเตอร์ นักเขียน และสาวน้อยคนหนึ่งผู้หลงรักเสน่ห์ของ "ภาษาอังกฤษ"