ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้แล้วจะทำลายความน่าเชื่อถือของคุณ

1603

ในการเรียนภาษาอังกฤษและการใช้ภาษาอักงกฤษเพื่อการสื่อสารในแต่ละวันนั้น เราอาจจะเคยได้รับการตักเตือนไม่ให้ใช้คำฟุ่มเฟือยต่าง ๆ ที่จะทำให้ประโยคของเราดูไม่ลื่นไหล หรือว่าไม่สละสลวยเท่าที่ควร แต่เชื่อไหมว่าในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแแล้วนั้น ก็มีคำคำหนึ่งที่อาจทำให้ความน่าชื่อถือของเราหมดไปทันที หากว่าเรานึกจะใช้มันขึ้นมา ซึ่งนั่นก็คือคำว่า…

Actually

อาจจะน่าสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าจู่ ๆ ทำไมถึงเป็นคำนี้ ลองมาฟังคำอธิบายกันหน่อย จริง ๆ แล้วสำหรับผู้ฟังที่มีประสบการณ์ทั้งหลาย คำว่า actually เมื่อใช้ให้ถูกแล้วมันเป็นการเปรียบเทียบความคิดทั้งสองชุดที่แตกต่างกัน และยังเป็นการให้ความกระจ่างอีกด้วย ลองดูประโยคตัวอย่างนะคะ

Q. “Did you go to the store for milk?”
A. “Actually, I stopped at the gas station.”

จากตัวอย่างด้านบนนี้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าผู้คนจะใช้คำนี้ด้วยสาเหตุใดกัน คำถามนั้นถามว่าผู้ถูกถามได้ไปที่ store มาหรือเปล่า แต่ผู้ตอบกลับไม่คิดว่า store ที่อยู่ใน gas station เป็น store ในหัวของผู้พูดจึงได้เปรียบเทียบและตัดสินแล้วว่าจะแวะ gas station แต่ไม่แวะ store นั่นเอง

ทีนี้ลองกลับมาพิจารณาในบริบทการสนทนาทางธุรกิจกันบ้าง การใช้คำฟุ่มเฟือยประเภทนี้ไม่จำเป็นเลยสำหรับเหล่าตัวแทนขายหรือว่าผู้ที่มาทาบทามนักลงทุน เพราะมันจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกตะหงิด ๆ ว่ามันยังมีข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจที่ผู้พูดไม่ได้แจ้งอยู่อีกหรือเปล่า เพราะว่าบางทีคำว่า actually นี่ก็เป็นคำเชื่อมให้เราเว้นจังหวะได้คิดในหัวเกี่ยวกับคำถามที่ถูกถามแล้วก็ความเป็นจริง

ถ้ายังไม่เข้าใจงั้นลองมาดูตัวอย่างในบริบทการขายหรือการทาบทามดู

Q. “How many customers are using the platform?”
A. “We actually have over 100 companies.”

ในตัวอย่างนี้คำว่า actually ไม่จำเป็นต่อประโยคเลย แต่ว่าผู้ตอบนั้นใส่เพิ่มเข้าไปก็จะยิ่งทำให้ผู้ถามไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีคำว่า actually ด้วย และนั่นอาจจะตามมาด้วยการขอดูรายชื่อของลูกค้าหรือว่าขอให้มีการแนะนำลูกค้าเก่าให้ทราบก็ได้

หรือแม้กระทั่งการแนะนำสิ่งของต่าง ๆ ให้ลูกค้า สมมติว่าได้รับคำถามว่า

Q. “Do you use the product?”
A. “Actually, I did.”

สำหรับผู้ที่ฟังคำตอบแล้ว มันอาจจะให้ความหมายโดยนัยได้ว่า “ไม่เคยใช้” หรือว่า “เคยใช้ครั้งหนึ่งแล้วไม่เคยหยิบมาใช้อีกเลย” อะไรทำนองนั้น ซึ่งมันก็จะก่อเกิดความไม่แน่ใจให้แก่ลูกค้า แล้วลูกค้าก็อาจจะต้องการตัวอย่างการใช้งาน หรือว่ารายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับสินค้าอีกมากมายก่ายกอง

การสนทนาให้ได้สมบูรณ์แบบนั้นจึงควรจะเริ่มจากการตัดคำที่จะบ่งบอกความหมายโดยนัยซึ่งชี้ไปที่ความไม่แน่นอน/ไม่แน่ใจ/ไม่มีประสบการณ์ให้ได้ก่อน ซึ่งคำว่า actually นี่ก็เป็นอีกคำที่ควรจะเว้นไว้ ไม่ควรเอามาใช้ในบริบททางธุรกิจหรือที่เป็นการเป็นงาน เพราะจะทำให้คุณได้เปรียบในการสนทนามากขึ้นนั่นเองค่ะ

ขอบคุณที่มา Time.com

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

นักอ่านและนักอยากเขียน มีความสนใจภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ชอบนั่งอ่านพจนานุกรม วลีแปลก ๆ หรือศัพท์แปลก ๆ เวลาเข้าห้องน้ำ