Tongue Twister วิธีสนุกๆ เพื่อการฝึกพูดให้ไว

1883

เคยถามตัวเองมั้ยครับว่าทำไมบางคนถึงพูดภาษาอังกฤษได้คล่องน้ำไหลไฟดิบในขณะที่เราพยายามนึกจนสมองแทบระเบิดกว่าจะออกจากปากมาได้แต่ละคำ ไม่แย่และไม่แปลกหรอกครับที่จะถามตัวเองแบบนี้ แต่ผู้เขียนอยากจะบอกอะไรไว้อย่างนึง คนที่พูดได้คล่องมากๆ หลายต่อหลายคนเมื่อก่อนพวกเค้าก็เคยถามตัวเองแบบนี้เช่นกัน

แน่นอนว่าการได้ใช้สำนวนใดสำนวนหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาย่อมทำให้สามารถนึกถึงสำนวนนั้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องใช้ในครั้งต่อๆ ไป เช่น สำนวน How are you? มันออกมาจากปากเราได้อย่างง่ายดาย เพราะเราพูดสำนวนนี้บ่อย ได้ยินมันบ่อยตั้งแต่เด็กจนโต แต่ความคล่องแคล่วก็ยังเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือการควบคุมกล้ามเนื้อลิ้น ช่องปาก ริมฝีปาก และลมที่ออกมาจากช่องปาก การฝึกพูดคำ สำนวน หรือประโยคในภาษาอังกฤษให้ไวๆ จะช่วยให้เราควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คำถามคือทำยังไง? tongue twisters คือทางออกครับ

tonguetwisters2

Tongue Twisters คืออะไร?

คำว่า tongue twisters ประกอบด้วย tongue แปลว่า ลิ้น กับ twisters ซึ่งมาจากคำว่า twist แปลว่า บิด  เพราะฉะนั้นถ้าแปลตรงๆ ตามนี้ก็จะได้ว่า สิ่งที่ทำให้ลิ้นบิดเบี้ยว หรือจริงๆ ก็คือเจ้าสิ่งนี้มันทำให้ลิ้นของเราอ่อน ไม่แข็งกระด้างนั่นเองครับ

รู้หรือเปล่าว่าในภาษาไทยก็มี tongue twisters นะครับ เช่น “ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก” หรือ “เช้าฟาดผัดฟัก เย็นฟาดฟักผัด” เรามักจะเล่นกับเพื่อนๆ โดยการพูดประโยคเหล่านี้ให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้มีคำใดผิดเพี้ยนใช่มั้ยล่ะครับ

ในภาษาอังกฤษก็เช่นกัน มีประโยคให้เล่นแบบเดียวกันนี้มากมายซึ่งก็คิดค้นโดยเจ้าของภาษาเองนั่นแหละครับ สำหรับเจ้าของภาษา ประโยคเหล่านี้มีเอาไว้เล่นกันสนุกๆ ขำๆ แต่สำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษอย่างเรา ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการที่จะให้เราพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น

ด้านล่างนี้คือตัวอย่าง tongue twisters ในภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนสุ่มมาให้ 8 ประโยคนะครับ ลองเอาไปฝึกพูดให้ไวโดยไม่ผิดเพี้ยนนะ

1. How can a clam cram in a clean cream can?

แปลว่า “หอยตลับเข้าไปแออัดยัดกันอยู่ในกระป๋องครีมสะอาดๆ ได้ยังไงกัน” เอาไว้ฝึกควบคุมการออกเสียงควบกล้ำ /kl/ กับ /kr/ ครับ

2. Send toast to ten tense stout saints’ ten tall tents.

แปลว่า “เอาขนมปังอบไปส่งที่เต็นท์สูงสิบหลังของพวกนักบุญอวบอ้วนที่ดูเคร่งเครียดสิบคน” เอาไว้ฝึกออกเสียงสลับระหว่างเสียง /s/ กับเสียง /t/ ซึ่งเป็นพยัญชนะฐานฟันทั้งคู่

3. Can you can a can as a canner can can a can?

แปลว่า “คุณสามารถอัดอาหารเข้าไปในกระป๋องในแบบเดียวกับที่พนักงานอัดอาหารใส่กระป๋องสามารถอัดอาหารเข้าไปในกระป๋องได้มั้ย” ฝึกออกเสียง เสียง /k/ ซึ่งเป็นพยัญชนะฐานเพดานอ่อน และยังได้ฝึกควบคุมการออกเสียงสระให้ถูกต้องด้วย ในบางคำเสียงสระจะออกเต็มเสียง ส่วนบางคำเสียงสระจะกร่อนหายไปเป็นเสียง schwa

4. Six sick hicks nick six slick bricks with picks and sticks.

แปลว่า “คนบ้านนอกที่จิตไม่ปกติหกคนใช้อีเต้อกับแท่งไม้ขีดข่วนอิฐมันเงาหกห้อน” ใช้ฝึกการออกเสียง /s/ สลับกับเสียง /ks/

5. I wish to wish the wish you wish to wish, but if you wish the wish the witch wishes, I won’t wish the wish you wish to wish.

แปลว่า “ฉันก็อยากจะขอพรตามที่เธออยากขอ แต่ถ้าเธออยากจะขอพรตามที่นังแม่มดนั่นขอ ฉันก็ไม่อยากจะขอพรตามที่เธออยากขอ” ฝึกออกเสียง sh กับ ch ครับผม

6. If Stu chews shoes, should Stu choose the shoes he chews?

แปลว่า “ถ้าสตูเคี้ยวรองเท้า มันก็ควรจะเลือกรองเท้าที่มันเคี้ยวหรือเปล่า” ใช้ฝึกออกเสียง sh กับ ch อีกเช่นกันครับ

7. Santa’s short suit shrunk.

แปลว่า “เสื้อสูทสั้นของซานต้าหดลง” ฝึกเสียง s กับ sh ซึ่งเป็นเสียงประเภท sibilant ทั้งคู่

8. Big purple bags were bought by the big picky people from Bilbao.

แปลว่า “กระเป๋าสีม่วงใบใหญ่ถูกพวกคนตัวใหญ่เรื่องมากที่มาจากเมืองบิลเบาซื้อไปแล้ว” เอาไว้ฝึกออกเสียง /b/ กับ /p/ ซึ่งเป็นพยัญชนะฐานริมฝีปากทั้งคู่ครับ

มีประโยค Tongue Twister อีกเพียบ! อ่านต่อที่นี่

นี่ก็เป็นตัวอย่างบางตัวอย่างของประโยค tongue twisters ที่คุณผู้อ่านสามารถนำไปใช้ฝึกพูดออกเสียง สิ่งสำคัญก็คือต้องพูดให้ไวโดยต้องรักษาความถูกต้องของการออกเสียงในแต่ละคำรวมถึงความชัดเจนไว้ให้ได้นะครับ เมื่อทำบ่อยๆ เราจะสามารถควบคุมกล้ามเนื้อลิ้น ช่องปาก ริมฝีปาก และลมที่ออกจากช่องปากของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจะนำไปสู่การพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วในท้ายที่สุดครับผม วิธีนี้อาจดูแปลก หรือดูตลกในช่วงแรกๆ นะครับ แต่พอฝึกบ่อยๆ เข้าก็จะชินไปเอง

คอมเมนต์ได้เลย!