สุดยอดเทคนิค พิชิต TOEFL Speaking and Listening

2577

สำหรับใครที่กำลังจะสอบ TOEFL วันนี้ DailyEnglish มีเคล็ดลับสุดพิเศษมาบอกกันแบบฟรีๆ งานนี้ใครที่กำลังกังวลอยู่กับการเตรียมตัว TOEFL กำลังเหน็ดเหนื่อยอยู่กับการอ่านหนังสือกองโต เตรียมเฮได้เลย เพราะเคล็ดลับที่จะเราจะนำมาบอกกันในวันนี้ จะช่วยให้คุณเหนื่อยน้อยลงแต่ได้ผลที่คุ้มค่าสุดๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณเทคนิคดีๆ จากสถาบันจุฬาติวเตอร์ (https://www.chulatutor.com/toefl/) เป็นอย่างยิ่ง ที่นำเทคนิค เคล็ดลับดีๆนี้มาบอกต่อกัน เรียกได้ว่าบอกกันแบบหมดเปลือก บอกกันแบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียว ใครอยากได้คะแนน TOEFL แบบพุ่งกระฉูด ต้องไม่พลาด!!!! เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า เคล็ดลับพิชิตคะแนน TOEFL มีอะไรกันบ้าง…

TOEFL Listening

จะให้เวลาในการทำข้อสอบโดยรวมประมาณ 60 – 90 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อ โดยแบ่งเป็น
Part I : เป็นการสนทนาในชีวิตประจำวันทั่วไปในรั้วมหาวิทยาลัย โดยแบ่งเป็น 2 Conversations ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที
Part II : เป็นการฟัง Lecture ประมาณ 4 Lectures ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที

สำหรับเทคนิคพิชิต TOEFL Listening มีดังนี้ค่ะ

  1. ปรับเสียงหูฟัง –ปรับให้ดังเล็กน้อยเพื่อการฟังที่ชัดเจน
  2. ตั้งใจฟัง – เราต้องมีสมาธิอยู่กับการฟังเพื่อเก็บรายละเอียดของเนื้อหาที่เรากำลังฟังอยู่ให้ถูกต้องที่สุด
  3. หัดฟังเยอะๆ – พยายามฝึกฝนจากข้อสอบ TOEFL เก่าๆหรือ Practice Test ต่างๆ โดยรอบแรกให้ฟังและโน้ตเหมือนเวลาทำข้อสอบ TOEFL จริง ครั้งต่อไป ให้ฟังพร้อมดูเทปสคริปและสังเกตว่าคำไหนที่เราฟังไม่ออก การทำแบบนี้จะทำให้เราฟังได้เก่งขึ้น และทำข้อสอบได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ
  4. ฟังสำเนียงที่หลากหลาย – แม้ว่าTOEFL จะเป็นข้อสอบของอเมริกา แต่สำเนียงที่เราจะได้ยินอาจเป็นสำเนียงบริติช ออสเตรเลียน หรือนิวซีแลนด์ เพราะฉะนั้นฟังให้หลากหลายสำเนียงเข้าไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ
  5. การทำความคุ้นเคยกับคำถาม – ช่วยให้เราไม่ต้องกังวลกับคำถาม คุ้นเคยกับสิ่งที่ข้อสอบมักจะถาม เราจะจับเนื้อหาที่ได้ยินได้ดีขึ้นด้วยค่ะ
  6. ทำความคุ้นเคยกับสำนวนการพูด – แนะนำให้ดูหนังหรือซีรีย์ฝรั่ง โดยสังเกตลักษณะท่าทาง การคุยกันของตัวละคร น้ำเสียง จนเกิดความคุ้นเคย เวลาอยู่ในห้องสอบจะทำข้อสอบ TOEFL ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
  7. จด Keyword ตอนฟัง – จดเฉพาะเนื้อหาหลักๆ หากเป็น Lecture แล้วมีการแนะนำ New word, new idea, new concept สิ่งเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งสำคัญที่โจทย์จะถามค่ะ
  8. อย่าจดทุกอย่างที่ได้ยิน – เพราะจะทำให้เราเสียสมาธิ หากเราไม่รู้ว่าสิ่งไหนสำคัญ ก็ควรฝึกฝนบ่อยๆ ว่าแนวข้อสอบ TOEFL เป็นอย่างไร มักถามอะไร
  9. เลือกคำตอบให้ดี – เพราะเราไม่สามารถกลับมาแก้ไขคำตอบได้
  10. จับจุดอ่อนของตัวเอง – เวลาที่เราฝึกทำข้อสอบ TOEFL หากมีข้อไหนที่ทำผิด แนะนำให้ย้อนกลับกลับไปฟังอีกรอบ แล้ววิเคราะห์ว่าเราผิดเรื่องอะไร ผิดในส่วนไหน จะทำให้เราทำข้อต่อๆไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น

toefl

TOEFL Speaking

ข้อสอบ TOEFL แบ่งออกเป็น 3 พาร์ทใหญ่ๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที มีข้อสอบทั้งหมด 6 ข้อ โดย คำถามข้อที่ 1 และ 2 เป็นเรื่อง Family Topics พูดเรื่องใกล้ตัวเรา ข้อที่ 3 และ 4 เป็น Integrated Tasks ‘Reading-Listining-Speaking’ มักจะเป็นการอ่านประกาศหรือบทความ ฟังบทสนทนา/เลคเชอร์ และพูดตอบ ส่วนข้อที่ 5 และ 6 คือ Integrated Task ‘Listening-Speaking’ เป็นการฟังบทสนทนา/เลคเชอร์ และพูดตอบนั่นเองค่ะ

สำหรับเทคนิคพิชิต TOEFL Speaking มีดังนี้ค่ะ

  1. ตอบให้ครบ – เราต้องรู้หลักการตอบและตอบให้ตรงประเด็น
  2. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 1 และ 2 – Family Topicsจะให้พูดเรื่องใกล้ตัว ซึ่งอาจจะเป็นคน, สถานที่, สิ่งของ, เหตุการณ์ต่างๆ ที่เราประทับใจ คำที่เรามักจะได้ยินในคำถามมักจะเป็น  favorite, the best, the most โดยเราจะมีเวลาในการเตรียมตัว 15 วินาทีและพูด 45 วินาทีค่ะ โดยคำถามข้อที่ 1 ที่พบบ่อยก็อย่างเช่น ให้อธิบายถึงเหตุการณ์ และทำไมเราถึงคิดถึงมัน การตอบคำถาม เราควรให้เหตุผลประกอบสัก 2 ข้อ โดยมีการอธิบายและยกตัวอย่างเพิ่มเติมค่ะ คำถามข้อที่ 2 จะเป็นการให้เราเลือกระหว่าง 2 สิ่ง แล้วให้เหตุผลหรือแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ เราควรตอบโดยขึ้นต้นประโยคด้วยค่ำว่า “In my opinion, ……….”
  3. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 3 – ให้เวลาอ่านประกาศ 45 วินาที จะเป็นเรื่องของสถานการณ์ต่างๆ ที่จะได้เจอในรั้วมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นจะเป็นบทสนทนาของคน 2 คน แล้วให้เราพูดตอบประมาณ 60 วินาที สิ่งที่เราต้องจดจากที่ได้ยินคือ มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เกิดเพราะอะไร เกี่ยวข้องกับประกาศอย่างไร และเวลาพูดตอบให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า “According to the announcement, ……”
  4. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 4 – จะให้อ่านบทความและฟังบรรยาย แล้วพูดว่าสิ่งที่อาจารย์พูดในการบรรยายนั้นเกี่ยวข้องกับบทความที่อ่านอย่างไร ให้เวลาอ่าน 45 วินาที เตรียมตัว 30 วินาที และพูดตอบ 60 วินาที เทคนิคก็คือ ให้จดหัวข้อพวกDefinitionsเป็นข้อๆ ในส่วนของการฟัง ให้เราจดว่าครูยกตัวอย่างอะไรบ้าง และเวลาพูดตอบให้ขึ้นประโยคว่า “From the reading, X is explained as …definitions.. .
  5. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 5 – จะเป็นการฟังบทสนทนาว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น มีการเสนอทางแก้ยังไง และให้เราพูดว่าเห็นด้วยกับวิธีไหน แก้ปัญหาแบบไหนพร้อมให้เหตุผลประกอบ โดยเตรียมตัว 20 วินาที พูด 60 วินาที ในระหว่างที่ฟัง แนะนำให้จดโน้ตแยกฝั่งผู้พูด จดปัญหา และทางแก้ไขที่ 1 และ 2 พร้อมทั้งรายละเอียด โดยkeywordที่เรามักจะเจอคือ struggling, problem,  can’t ในการตอบให้ใช้คำขึ้นประโยคว่า The man has a problem of ………. So, the woman suggests him two solutions. The first solution is ……
  6. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 6 – จะเป็นการฟังเลคเชอร์แล้วให้เราสรุป แนะนำให้จดTopics Definitions Subtopic I & IIและควรมีการยกตัวอย่างเพื่อให้เราพูดสรุปได้อย่างครอบคลุม ครบถ้วนทุกประเด็น สำหรับการจดโน้ตจดแค่เพียง Keyword ก็พอแล้วค่ะ เพราะเนื้อหาจะค่อนข้างเยอะ โดยข้อนี้ให้เวลาเตรียมตัว 20 วินาที พูดตอบ 60 วินาทีค่ะ
  7. Paraphraseและการใช้Transition words – การใช้ Paraphrase ในการตอบคำถามจะช่วยให้เราสามารถหลีเลี่ยงการใช้ศัพท์หรือประโยคซ้ำเดิมได้ เพราะการใช้คำหรือประโยคที่หลากหลายจะมีโอกาสได้คะแนนดีกว่าค่ะ และในการตอบคำถามแต่ละอย่างควรจะต้องเรียงลำดับความคิดของเราให้ชัดเจนโดยการให้ Transition words นั่นเองค่ะ
  8. ฝึกทำข้อสอบ TOEFL โดยการจับเวลา – นอกจากจะทำให้เราฝึกคิดได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราวางOutlineให้ทันและตอบได้ในเวลาที่กำหนดด้วยค่ะ
  9. อัดและฟังเสียงที่เราพูด – เพื่อดูว่าการพูดของเราดีหรือไม่ การพูดที่ดีนอกจากจะต้องพูดอย่างถูกต้องแล้ว จะต้องไม่มี…..เอิ่ม อ่า ระหว่างที่พูด น้ำเสียงต้องฟังง่าย ออกเสียงให้ชัด ออกเสียงถูกต้อง และไม่พูดช้าหรือเร็วเกินไป
  10. ฝึกทำข้อสอบ TOEFL ในที่ๆ มีเสียงดังๆ – เนื่องจากในสนามสอบจริง ผู้เข้าสอบทุกคนจะนั่งสอบติดกัน เริ่มสอบ TOEFL พร้อมกัน แน่นอนว่าเสียงของคนรอบข้างนั้นพร้อมที่จะทำลายสมาธิเราได้เสมอหากเราไม่ชิน ดังนั้น การฝึกแบบนี้จะช่วยให้เราไม่วอกแวกและมีสมาธิในการทำข้อสอบ TOEFL ได้เป็นอย่างดีค่ะ

ต่อไปเราจะมามาดูในส่วนของ Writing & Reading กันบ้างค่ะ
อ่านต่อได้ในบทความ สุดยอดเทคนิค พิชิต TOEFL Writing and Reading <– คลิกเลย!!

ขอบคุณที่มาข้อมูลและภาพประกอบ : Chulatutor

คอมเมนต์ได้เลย!