สุดยอดเทคนิค พิชิต TOEFL Writing and Reading

3412

จากบทความที่แล้ว สุดยอดเทคนิค พิชิต TOEFL Speaking and Listening คราวนี้เรามาต่อกันที่ Part Writing กับ Reading กันเลยค่ะ

TOEFL Writing

สำหรับ TOEFL Writing ข้อสอบจะมี 2 พาร์ท คือ Integrated Task “Read-Listen-Write” คือ อ่านบทความ ฟังเลคเชอร์ และเขียนตอบ ว่าสิ่งที่เราได้อ่านได้ฟังนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร ใช้เวลาทำประมาณ 20 นาที และ Independent Task จะเป็นการเขียนอย่างเดียว โดยใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ค่ะ เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า

เทคนิคพิชิต TOEFL Writing มีอะไรบ้าง

  1. รู้จักคำถาม – สำหรับพาร์ท Integrated Task ให้สรุปประเด็นจากเลคเชอร์ให้ครบถ้วน แล้วแสดงความเชื่อมโยงกับPassage โดยห้ามใส่ความคิดเห็นส่วนตัวของเราลงไป และควรตอบให้ให้ตรงประเด็นส่วนพาร์ท Independent Task ให้เราแสดงความคิดเห็นพร้อมกับให้เหตุผลประกอบ โดยคะแนนที่ได้ จะมาจากการให้เหตุผลประกอบที่ชัดเจนนั่นเองค่ะ
  2. หัดพิมพ์ด้วยKeyboard – เพื่อให้เราชินกับการใช้ Keyboard สุด เพราะเมื่อเราใช้ Keyboardได้อย่างคล่องแคล่วก็จะช่วยให้การเขียนในสนามสอบจริงเป็นไปด้วยความรวดเร็วค่ะ
  3. เทคนิคการทำข้อสอบพาร์ทIntegrated Task – การสอบจะเป็นการอ่าน passage – ฟังเลคเชอร์ – เขียนตาม เทคนิคที่เราต้องมีคือ การจด Opinion นั่นเองค่ะ หากเป็นการแสดงความคิดเห็นให้จดเหตุผลลงไปด้วย ซึ่งมักจะอยู่ตรงส่วนต้นของ Paragraph โดยเราจดเพียงแค่ keyword ก็พอค่ะ ส่วนตอนที่เราฟังเลคเชอร์เราควรจดข้อมูลเทียบกับสิ่งที่เราได้อ่านมาก่อนหน้านี้โดยควรลิสต์ให้ชัดเจนค่ะ
  4. เทคนิคการทำข้อสอบพาร์ทIndependent Task – แนะนำให้แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆอย่างชัดเจน คือ  Intro, Body1, Body2, Conclusion ว่าเราเห็นด้วยหรือไม่ ยังไงค่ะ ถือเป็นการวางแผนที่ดีในการเขียนค่ะ
  5. ซ้อมคิดคำตอบภายใน 5 นาที – เพราะจะช่วยให้เราคิดคำตอบหรือหาเหตุผลสนับสนุนได้เร็วขึ้น และมีเวลาในการเขียนได้มากขึ้น
  6. หัดตรวจงานตัวเอง – โดยสิ่งที่เราต้องเช็คคือGrammar, Spelling, Signal words  เช่น and/also/moreover/furthermore เป็นต้น การฝึกตรวจงานบ่อยๆจะทำให้เราสามารถมองหาข้อผิดพลาดได้ง่ายและรวดเร็ว เวลาไปสอบจริงๆจะได้ตรวจทานการเขียนของตัวเองภายในระยะเวลาที่จำกัดได้
  7. รู้เกณฑ์การให้คะแนน – การให้คะแนนของ TOEFL Writing แบ่งเป็น
  • Development – พาร์ทแรก พูดครบทุกประเด็น และเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเลคเชอร์ พาร์ทที่สอง ในการแสดงความคิดเห็นต้องมีเหตุผลสนับสนุนที่ชัดเจน
  • Organization – แยก paragraph เพื่อแสดงให้เห็นการลำดับความคิด การไม่ใช้คำซ้ำ
  • Language Use – ถูกหลักไวยากรณ์ รูปการใช้ประโยค ใช้คำหลากหลาย มีการใช้ Synonyms
  1. มีการใช้Paraphrase– เพื่อให้สิ่งที่เราเขียนของเราอ่านแล้วไม่น่าเบื่อ หรือเจอแต่คำซ้ำๆไปมา ซึ่งมีผลกับคะแนนมากๆค่ะ
  2. อ่านทวนสิ่งที่เขียน
  3. จับเวลาทำข้อสอบ TOEFL –โดยให้จับเวลาเท่ากับที่ข้อสอบ TOEFL จริงจับเวลาเราค่ะ การฝึกแบบนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องเขียนอย่างไรเพื่อให้ทันภายในระยะเวลาที่ข้อสอบ TOEFL กำหนดไว้

toefl

TOEFL – Reading

ข้อสอบ TOEFL พาร์ทนี้ จะประกอบด้วย 3-4 Passage โดยแต่ละ Passage จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที เวลารวมทั้งหมด ประมาณ 60 – 80 นาที และ

10 เทคนิคในการพิชิตข้อสอบ TOEFL Reading มีดังนี้ค่ะ

  1. ลองทำข้อสอบ TOEFL ในคอมพิวเตอร์ – ใครที่ไม่เคยทำข้อสอบ TOEFL ในคอมพิวเตอร์เลยก็อาจเสียเปรียบได้นะคะ เพราะข้อสอบ TOEFL จะทำในคอมพิวเตอร์ แนะนำให้ไปโหลด TOEFL Sampler ที่เว็บไซต์ของ ETS มาลองทำกันค่ะ โดยหน้าตาของโปรแกรมก็จะเหมือนกับที่เราจะได้เจอในสนามสอบจริง จะได้เกิดความคุ้นเคย เวลาสอบจริงจะได้ไม่พลาดค่ะ
  2. อ่าน Passage ด้วยการ skim – ให้เราอ่านที่ย่อหน้าแรกคร่าวๆ แล้วอ่านสองประโยคแรกของย่อหน้าต่อๆ ไป และอ่านย่อหน้าสุดท้ายคร่าวๆ ค่ะ เราจะเห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดโดยที่ไม่เสียเวลามากเกินไปค่ะ
  3. อ่านคำถาม-หาคำตอบ–วิธีนี้จะช่วยเราเรื่องเวลาในการทำข้อสอบ TOEFL ค่ะ และตัวข้อสอบ TOEFL เองก็ช่วยเราตรงที่จะถามไล่เนื้อหาตามมาเรื่อยๆ ค่ะ
  4. ทำความเข้าใจกับคำถามให้ดี–เนื่องจากคำถามมีหลายแบบ เพราะฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า คำถามนั้นๆต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร ยกเว้นอะไร หรืออาจจะให้ลงความเห็น หรือสรุปจากสิ่งที่โจทย์ให้มา ต้องอ่านให้รอบคอบ เพราะเมื่อใดที่เราเข้าใจคำถามผิด คำตอบที่ได้ก็จะผิดตามไปด้วย
  5. เดาความหมายศัพท์–คำศัพท์หนึ่งคำมีหลายความหมาย แนะนำให้เดาคำศัพท์จากบริบทแวดล้อมด้วย เพราะสิ่งที่ข้อสอบถามคือความหมายของศัพท์ตามการใช้ใน passage
  6. ตัด choice อย่างมีหลักการ –  หากตัวเลือกใดไม่ได้กล่าวถึงหรือขัดกับบทความที่เราได้อ่าน เราสามารถตัดตัวเลือกนั้นทิ้งไปได้เลยค่ะ ซึ่งจะทำให้เราเหลือตัวเลือกน้อยลง โอกาสในการตอบถูกก็มีมากขึ้น
  7. สังเกตคำเชื่อมระหว่างประโยค – ใช้ได้กับข้อสอบ TOEFL ประเภทเว้นช่องว่างให้เติมประโยค หากเจอคำเชื่อมที่คล้อยตามกัน เราก็ควรเลือกประโยคที่สอดคล้องกัน
  1. หัดจับใจความ–โจทย์มักจะถามว่า ใจความของย่อหน้านั้นๆ คืออะไร หากเราจับใจความสำคัญได้ถูกต้องรวดเร็ว เราก็จะทำข้อสอบ TOEFL ได้ง่ายขึ้น
  2. ทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน–เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการทำข้อสอบ TOEFL ข้ออื่นๆ
  3. คุมเวลาให้ดี–ต่อเนื่องจากข้อ 9 ค่ะ หากเราติดอยู่ที่ข้อใดนานเกินไป ก็จะทำให้เราทำข้อสอบ TOEFL ไม่ทัน ข้อไหนที่เราไม่มั่นใจให้ข้ามไปก่อน เมื่อมีเวลาเหลือให้เรากลับมาดูและทำข้อสอบ TOEFL ที่ข้ามไปค่ะ

และนี่ก็คือ เคล็ดลับการพิชิตข้อสอบ TOEFL ที่เรานำมาฝากกันค่ะ ไม่ยากเกินไปใช่ไหมล่ะคะ เคล็ดลับดีๆ เทคนิคสุดยอดแบบนี้ ลองนำไปฝึกฝนกันดูนะคะ บอกได้เลยว่าจะทำให้การเตรียมตัวสอบ TOEFL ของคุณง่ายขึ้นเยอะ แล้วคะแนน TOEFL ที่หวังไว้จะไปไหนเสีย!!! ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสอบ ได้คะแนน TOEFL อย่างที่หวังไว้กันถ้วนหน้าค่ะ

ขอบคุณที่มาข้อมูลและภาพประกอบ : Chulatutor

คอมเมนต์ได้เลย!