เรียนรู้คำศัพท์จากละคร “The Merchant of Venice” ของ Shakespeare

2487

ถ้าเรียนภาษาอังกฤษจริง ๆ กวีเอกคนหนึ่งของประเทศนี้ที่เราต้องศึกษางานของเขาก็คือ William Shakespeare แน่นอนว่าเอ่ยชื่อขึ้นมาก็ไม่มีใครไม่รู้จักแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นกวีแล้วยังเป็นนักเขียนบทละครที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในยุคอลิซาเบธันอีกด้วย

merchantofvenice

Shakespeare เป็นที่จดจำเพราะมีลีลาภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ ศัพท์สแลงภาษาอังกฤษบางคำที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ก็มาจากเขานี่เอง วันนี้จะพามาดู Quote (ข้อความ) อมตะของกวีเอกผู้นี้ โดยที่เราจะได้เรียนรู้ศัพท์ไปพร้อมๆ กันด้วย โดยที่ข้อความวันนี้ก็คือท่อนสำคัญจากบทละครเรื่อง The Merchant of Venice ละครประเภท comedy เรื่องดังเรื่องหนึ่งที่ Shakespeare ประพันธ์เอาไว้

“The quality of mercy is not strain’d,
It droppeth as the gentle rain from heaven
Upon the place beneath.”  

อ่านเป็นภาษาอังกฤษอาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้านึกถึงกลอนจากเรื่อง “เวนิสวาณิช” (ซึ่งก็แปลมาจาก The Merchant of Venice นี่เอง) ท่อนที่ว่า “อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน”  ก็จะร้องอ๋อ ขึ้นมาทันที

ข้อความนี้มีศัพท์ที่น่าสนใจหลายคำ เรามาเริ่มกันที่วรรคแรก The quality of mercy is not strain’d ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “คุณภาพของความเมตตานั้นไม่ต้องถูกบังคับเอา” โดยที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า Quality เป็นคำนามที่แปลว่า “คุณภาพ” ส่วนคำว่า Mercy ก็เป็นคำนามแปลว่า “ความกรุณา/ความเมตตา” แต่ศัพท์ที่น่าสนใจในวรรคนี้ก็คือคำว่า Strain’d ซึ่งพอเห็นทีแรกก็อาจจะสงสัยว่าคืออะไร จริง ๆ แล้ว Strain’d ตัวนี้ก็คือคำว่า strained (adj.) ที่แปลว่าที่ต้องฝืน/ที่ต้องบังคับ/ที่ต้องออกแรง นั่นเอง แต่การใส่ ‘d ไว้ที่ท้ายศัพท์มีเหตุเนื่องมาจากการลงท้ายเสียงของกลอนนั่นเองจ้า

วรรคที่ 2  It droppeth as the gentle rain from heaven อย่างที่เราทราบความหมายกันอยู่แล้ว gentle เป็นคุณศัพท์แปลว่า “อ่อนโยน”, rain เป็นคำนามแปลว่า “ฝน” ส่วน heaven ก็แปลว่า “สวรรค์” แต่คำที่ดูเหมือนจะไม่คุ้นตาเลยก็คือคำว่า droppeth ใช่หรือไม่ คำนี้จริง ๆ แล้วก็คือคำกิริยาว่า dropped ที่แปลว่า “หยด” นั่นเองจ้า แต่การสะกดศัพท์ในกาลอดีต (past tense) ของภาษาในช่วงนั้นจะไม่ต่อท้ายกิริยาด้วย –ed แต่ใช้ –th รูปคำก็จะดูไม่คุ้นตาไปสักหน่อย ดังนั้นเราจะแปลประโยคนี้อย่างตรงตัวได้ว่า “มันหยดลงมาราวกับฝนอันอ่อนโยนจากสรวงสวรรค์” ก็ได้จ้า

วรรคสุดท้าย Upon the place beneath จริง ๆ แล้วก็เป็นส่วนที่ต่อจากวรรคที่ 2 นั่นเอง ซึ่งแปลได้ว่า “เหนือพื้นที่ซึ่งอยู่ด้านใต้” โดยเราจะเห็นว่า upon คำบอกตำแหน่งว่า “ที่เหนือกว่า” และคำว่า beneath ก็เป็นคำลักษณะเดียวกัน วรรคนี้จะบอกว่าฝนตกลงดินก็ได้ แต่ก็จะไม่สวยงามด้านวรรณศิลป์มากพอ กวีเอกจึงต้องแต่งให้มีลูกเล่นนิดหน่อยเช่นนี้เอง

ภาษาอังกฤษที่ได้จากวรรณคดีแน่นอนว่าจะต้องมีความรุ่มรวยในการเลือกใช้และมีลูกเล่นที่แพรวพราวกว่าการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับการสื่อสารทั่วไป แม้แต่ในข้อความสั้นๆ แค่สามบรรทัดนี้เราก็ได้เห็นแล้วว่ามันมีรูปศัพท์ หรือเทคนิคการใช้ศัพท์ที่ไม่ได้พบเจอจากภาษาพูดเป็นแน่ ซึ่งจริงๆ แล้วคำศัพท์แปลกๆ ในรูปประโยคสวยๆ ที่เขียนขึ้นโดยนักเขียนหรือกวีอัจฉริยะเหล่านี้ยังมีอยู่อีกมาก ไว้ DailyEnglish จะหามาให้คุณผู้อ่านได้ศึกษากันอีกแน่นอนจ้า

คอมเมนต์ได้เลย!