รู้หรือไม่ ภาษาอังกฤษก็มี Subjunctive (ตอนที่ 1)

6545

วันนี้เราจะกล่าวถึง subjunctive ในภาษาอังกฤษ ว่าแต่ subjunctive คืออะไรล่ะ อันที่จริงแล้ว คนที่เรียน grammar ไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องเคยผ่าน subjunctive มาบ้างแล้วเล็กน้อย แต่ เอ… ทำไมรู้สึกไม่คุ้นชื่อเลย? คำตอบก็คือนั่นเป็นเพราะว่าตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษทั้งที่เขียนโดยเจ้าของภาษาและโดยคนไทยไม่ได้กล่าวถึงหัวข้อนี้โดยตรงน่ะสิครับ ทำไมน่ะหรอ? อาจเป็นเพราะผู้แต่งตำราไม่รู้จักหัวข้อนี้ หรือไม่งั้นก็คงไม่อยากให้เนื้อหาไวยากรณ์ในตำราของตนดูซับซ้อนเกินไป แต่ถามว่าเราจำเป็นต้องรู้เรื่อง subjunctive มั้ย ขอบอกเลยว่าจำเป็นต้องรู้ครับถ้าอยากใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง

แต่ก่อนจะพูดถึง subjunctive ในภาษาอังกฤษ เราต้องทำความรู้จักคำว่า mood กันก่อน ในทางไวยากรณ์ mood แสดงถึงทัศนคติหรือจุดประสงค์ของการพูดครับ หลายคนคงรู้จัก imperative อยู่แล้ว ในภาษาไทยเรามักแปลคำนี้อย่างลวกๆ ว่า “ประโยคคำสั่ง” ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว แต่ที่สำคัญ สิ่งที่อยากให้รู้ในตอนนี้ก็คือว่า imperative ก็คือ mood อย่างหนึ่งครับ

subjunctive

mood ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 4 แบบ ได้แก่

Indicative mood

มีไว้เพื่อพูดถึงข้อเท็จจริง แบ่งออกเป็นแจ้งให้ทราบ (บอกเล่าหรือปฏิเสธ) หรือถามให้ตอบ (คำถาม) ซึ่งก็มีอยู่ทั้งหมด 12 tenses ด้วยกันอย่างที่เราได้เรียนกันมาแล้วน่ะแหละครับ เช่น

  • I went to Pattaya last week.
    ผมไปพัทยาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (ประโยคนี้เป็น indicative mood โดยมี tense ที่เรียกว่า Past Simple)
  • Susie doesn’t like chicken.
    ซูซี่ไม่ชอบเนื้อไก่ (ประโยคนี้เป็น indicative mood โดยมี tense ที่เรียกว่า Present Simple)
  • Have you been to Canada before?
    คุณเคยไปแคนาดามาก่อนมั้ย (ประโยคนี้เป็น indicative mood โดยมี tense ที่เรียกว่า Present Perfect)
  • It’ll be raining soon.
    ฝนจะตกในไม่ช้า (ประโยคนี้เป็น indicative mood โดยมี tense ที่เรียกว่า Future Continuous)

Imperative mood

มีไว้เพื่อสั่ง ห้าม ขอร้อง หรือเชิญชวน ไม่มี tense ครับ แต่ผู้พูดจะรู้โดยปริยายว่าเป็นการพูดโดยอิงเวลาปัจจุบัน เช่น

  • Just stop smoking already!
    หยุดสูบบุหรี่ได้แล้ว!
  • Please ask him if he needs anything else.
    กรุณาถามเขาหน่อยว่าต้องการอะไรอีกมั้ย

Infinitive mood

มีไว้เพื่อแสดงการกระทำหรือสภาวะโดยไม่ได้อ้างถึงประธานโดยตรง และจะเป็นรูป base form ประกอบกับคำว่า to เสมอ เช่น

  • Laura’s a woman to be admired.
    ลอร่าเป็นผู้หญิงที่สมควรได้รับคำชื่นชม
  • To err is human, to forgive, divine.
    การทำผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ การให้ อภัยเป็นเรื่องธรรมดาของพระเจ้า
  • It’s important to eat well.
    การทานอาหารดีๆ เป็นเรื่องสำคัญ

สำหรับ mood นี้ ดูผิวเผินก็เหมือนกับ indicative mood ใช่มั้ยล่ะครับ แต่จริงๆ แล้วต่างกันตรงที่นัย

Subjunctive mood

มีไว้เพื่อแสดงข้อสงสัยหรือความน่าจะเป็น เงื่อนไข หรือสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เช่น

  • If I were you, I wouldn’t mention about that to him.
    ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นให้เขาได้ยิน
  • I wish he give up what he is trying to do right now.
    ฉันหวังว่าเขาจะล้มเลิกสิ่งที่เขากำลังพยายามจะทำอยู่ ณ ตอนนี้

Mood แบบที่ 4 นี่แหละครับ ที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ อย่างที่ได้บอกไปแล้ว subjunctive เป็น mood ที่เอาไว้แสดงข้อสงสัย เงื่อนไข หรือสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นวัตถุวิสัยนั่นเอง ได้แก่ ความคิดเห็นหรือความเชื่อ และความปรารถนา

หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมตอนเรียนเรื่อง if-clause แบบที่ 2 แล้วคำกริยาผันแปลกๆ เช่นในประโยคที่ว่า If I were you, I wouldn’t mention about that to him. ทั้งๆ ที่ครูสอนว่าใน Past Simple นั้น v. to be เมื่อผันกับประธาน I (ฉัน) จะได้เป็น I was แล้วครูก็มักจะอธิบายว่ามันเป็นข้อยกเว้น? OMG!! จริงๆ แล้วคือครูบางคนก็ไม่รู้ว่าทำไมครับ บางคนก็รู้แต่ขี้เกียจอธิบาย แต่คำตอบก็คือ คำกริยาตัวนี้ผันอยู่ใน subjunctive mood นั่นเอง หน้าตามันจึงเป็นแบบนั้น

หรือในประโยคที่ว่า I wish he give up what he is trying to do right now. ทำไมคำกริยา give up ไม่เติม s เข้าไป ครูสอนว่าใน Present Simple ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ คำกริยาต้องเติม s หรือ es ซึ่งในกรณีนี้ก็ต้องผันว่า he gives up ไม่ใช่หรอ? ครูก็ให้เหตุผลอีกว่ามันคือข้อยกเว้น? (แล้วเบี่ยงประเด็นจ้า) ซึ่งในความเป็นจริงมันคือรูป subjunctive mood ครับ หน้าตามันจะไม่เหมือนกับ Present Simple indicative mood ที่เราร่ำเรียนกันมานานนมเน

คำถามคือเราต้องท่องอีกหรือเปล่าเนี่ย? คำตอบคือใช่ครับ!! แต่มันไม่ยากเลยจริงๆ นะ ผู้เขียนรับรองได้ 100% หน้าตาของคำกริยาใน subjunctive มันต่างจาก indicative mood ไปแค่บางกรณีเท่านั้นครับ

นี่แค่คร่าวๆ นะครับสำหรับหัวข้อ subjunctive ในภาษาอังกฤษ ครั้งหน้าผู้เขียนจะลงลึกถึงรายละเอียดให้กระจ่างแจ้งกันไปเลยครับว่า ใช้เมื่อไหร่บ้าง ในโอกาสไหน และหน้าตารูปกริยาที่ถูกต้องเป็นยังไง

อ่านต่อ: รู้หรือไม่ ภาษาอังกฤษก็มี Subjunctive (ตอนที่ 2)

คอมเมนต์ได้เลย!