รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในกีฬา

7847

เคยไหมคะ ทั้งๆ ที่ก็รู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดีแต่กลับดูกีฬาไม่รู้เรื่อง อ่านข่าวกีฬาไม่เข้าใจ เพราะเหมือนว่าในข่าวกีฬา คำศัพท์พื้นๆ ธรรมดาๆ จะไม่ได้มีความหมายเหมือนที่เราเข้าใจอย่างเดียว แต่กลับมีความหมายเฉพาะสำหรับวงการกีฬาแต่ละชนิดแตกต่างกันไปอีก วันนี้ DailyEnglish จะพามาดูคำศัพท์หลัก ๆ ที่มักจะได้ยินกันในวงการกีฬายอดฮิต ได้แก่ ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และมวย ว่ามันมีความหมายอย่างไรกันจ้า

sportsvocab

Football (ฟุตบอล)

Nil – เมื่อดูฟุตบอลอยู่แล้วได้ยินคำว่า “one nil to the Arsenal” (จริง ๆ แล้วอันนี้เป็นชื่อเพลงเชียร์ของแฟนบอลอาร์เซนอลด้วยนะ) หมายความว่าอาร์เซนอลได้หนึ่งลูกและทีมตรงข้ามยังยิงประตูไม่ได้นั่นเอง เพราะคำว่า ‘Nil’ มีความหมายว่า ‘Zero’ ในกีฬาฟุตบอลจ้า

Goal – คำนี้น่าจะคุ้นกันดี เพราะในวงการฟุตบอลคำว่า ‘Goal’ หมายถึงประตู (หรือการทำประตู) ของนักฟุตบอล ไม่ได้มีความหมายว่าเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายอย่างที่เราใช้กันทั่ว ๆ ไปแต่อย่างใด

Defender – อย่างที่ทราบกันว่ากริยาคำว่า ‘Defend’ หมายถึง “การป้องกัน” ดังนั้นคำว่า ‘Defender’ จึงเป็นชื่อตำแหน่งหนึ่งในทีมฟุตบอล ซึ่งก็คือ “กองหลัง” จ้า เพราะมีหน้าที่คุ้มกันไม่ให้ผู้เล่นจากทีมตรงข้ามเจาะเข้าไปถึงหน้าประตูได้นั่นเอง

Draw – คำนี้ในวงการกีฬา โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลหมายถึง “เสมอ” ไม่ใช่เสมอแบบ Always นะ แต่หมายถึงผลการแข่งขันที่ออกมาแล้วเสมอกัน เช่น 1-1 เป็นต้น

Dive – คำนี้หมายถึง “พุ่งล้ม” ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเข้าบอลแล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพุ่งตัวล้มเพื่อให้ได้ฟรีคิก หรือลูกโทษ ในบางกรณีคนก็จะถือว่า ‘Diving’ หรือการพุ่งล้มของนักกีฬานี้ ไม่ใช่วิธีที่ใสสะอาดนัก

Pass – หมายถึง “ผ่านบอล” หรือ “ส่งบอล” เรามักจะเห็นมาเป็นวลีว่า ‘pass the ball’ ซึ่งก็คือการที่ผู้เล่นคนหนึ่งเตะส่งลูกบอลไปสู่ผู้เล่นอีกคนหนึ่งนั่นเอง

Shoot – คำนี้หมายถึง “ยิง” นั่นเอง แต่ไม่ใช่การยิงปืนหรือยิงธนู เป็นการยิงลูกฟุตบอลไปที่ประตูต่างหาก เช่นเดียวกันกับคำว่า “pass” คำนี้ก็จะมาเป็นวลีเหมือนกัน คือ ‘shoot the ball’ นั่นเอง

Striker – คำว่า “Strike” แปลว่าจู่โจม ดังนั้นคำว่า Striker จึงมีความหมายว่าผู้ที่มีหน้าที่จู่โจม ซึ่งตำแหน่งนี้ในวงการฟุตบอลเรียกว่า “กองหน้า” นั่นเอง กองหน้านี้ก็มีหน้าที่บุกให้เข้าไปถึงประตูของฝ่ายตรงข้ามแล้วทำคะแนนให้กับทีมนั่นเองจ้า

Wall – คำนี้ก็หมายถึง “กำแพง” นั่นเอง แต่กำแพงในที่นี้คือกำแพงคนนะจ๊ะ คือเมื่อมีการยิงฟรีคิก ผู้เล่นจะต้องมายืนเรียงกันหน้าประตูของทีมตัวเองเพื่อเป็นแผงกั้น เรียกกันว่า ‘wall’ นี่แหล่ะจ้า

Basketball (บาสเก็ตบอล)

Block – คำนี้แปลว่า “กัน” จะใช้บรรยายเมื่อผู้เล่นในทีมกระโดดขึ้นกันการยิงลูกบาสจากฝ่ายตรงข้ามของตนเอง ซึ่งคำนี้ในกีฬาวอลเลย์บอลก็ใช้นะคะ

Bounce – คือการเกาะลูกบาสให้กระทบกับพื้นแล้วก็กระดอนขึ้นมากระทบกับผู้เล่นนั่นเองจ้า

Draft – คือการคัดเลือกนักกีฬาจากทีมระดับมหาวิทยาลัยเข้าทีม โดยที่จะเปิดโอกาสให้ทีมที่มีผลการแข่งขันแย่กว่า ‘draft’ ก่อน และทีมที่เป็นแชมป์จะได้คัดคนเข้าทีมเป็นอันดับสุดท้ายจ้า

Travelling – คำนี้ไม่ได้หมายถึงการท่องเที่ยวนะคะ เพราะมันหมายถึงการที่นักบาสเก็ตบอลครองลูกบาสนานเกินไปโดยที่ไม่มีการเดาะลูกบาสให้ถูกวิธีนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งผิดกติกาด้วย สิ่งนี้เกิดขึ้นได้แม้กระทั่งกับนักบาสเก็ตบอลมืออาชีพ และเมื่อมีการ travelling เกิดขึ้นก็จะโดนปรับตามกติกาจ้า

Turnover – คำนี้หมายถึงการที่นักบาสเก็ตบอลเสียลูกบาสให้กับอีกทีมหนึ่งโดยที่ยังไม่ได้ยิงลูกนั่นเองค่ะ

Boxing (มวย)

Southpaw – เป็นประเภทของนักมวยที่ถนัดมือซ้ายซึ่งจะแย๊บ (jab) ด้วยมือขวาแล้วชกแรง ๆ ด้วยมือซ้าย

Blow – คือการชกออกไปด้วยมือที่กำอยู่

Bout – หมายถึง “นัด” คือนัดที่ขึ้นชก เช่น His first bout will take place tomorrow. (การขึ้นชกนัดแรกของเขาจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้)

Combination – หมายถึงการปล่อยหมัดติดกันหลาย ๆ หมัด

Bare-knuckled – คือการชกแบบที่ไม่ใส่นวม ถ้าเป็นแบบคนไทยเราอาจจะเรียกว่า “มวยคาดเชือก” แต่ว่าการชกประเภทนี้ไม่ค่อยจะเป็นที่นิยมอีกต่อไปแล้วในปัจจุบัน

Holding – คือการที่อีกฝ่ายกันแขนของคู่ต่อสู่เอาไว้ระหว่างที่ชก ถือว่าผิดกติกา

เห็นไหมคะว่าศัพท์ที่เห็นเป็นศัพท์พื้นๆ แบบที่เราเคยผ่านหูผ่านตากันมาแล้วทั้งนั้น แต่กลับมีความหมายที่แตกต่างออกไปเกือบจะสิ้นเชิงเลยเมื่อนำมาใช้ในบริบทของการกีฬา ซึ่งจริงๆแล้วศัพท์กีฬายังมีอีกหลายคำทีเดียวเพราะกีฬานั้นก็มีหลากหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีกติกาการเล่นที่แตกต่างกันไป คำศัพท์ที่ใช้กับกีฬานั้น ๆ ก็เหมือนจะแตกต่างจากกันไปด้วยนั่นเองจ้า

คอมเมนต์ได้เลย!