การใช้ Signal Words ในการเขียน Paragraph

45065

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราก็มีทริคเล็กๆ น้อยๆ ให้ทุกคนนำไปใช้ในการเขียนงานกันนะคะ สามารถใช้ได้ทั้งรูปแบบของ Paragraph และ Essays เลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่ามีประโยชน์มากๆ เลยนะ แต่ก่อนที่เราจะมารู้จักกับ Signal Words นั้น ก็อยากจะให้ทุกคนทำความเข้าใจกันก่อนนะว่า Paragraph และ Essay นั้นมันแตกต่างกันอย่างไร

signalwords

สำหรับ Paragraph นั้นจะเป็นเพียงงานเขียนที่ประกอบด้วยย่อหน้าเพียงย่อหน้าเดียวค่ะ ไม่ควรจะเขียนเกิน 180-250 คำ เพราะถ้าเกินจากนี้เราก็ควรจะขึ้น Paragraph ใหม่ แต่ถึงแม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่คำ Paragraph นั้นก็ยังมีโครงสร้างต่างๆ ที่ประกอบด้วย ประโยคคำนำ เนื้อความ และ ประโยคสรุป ซึ่งก็คือ Introduction (Topic Sentence), Body และ Conclusion นั่นเองค่ะ

แล้ว Essays ล่ะคืออะไร? ถ้าหากเรารู้จักกับ Paragraph แล้วนั้น Essays ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพราะมันคือร่างสองของ Paragraph นั่นเอง Essays นั้นจะประกอบด้วย Paragraph อย่างน้อย 5 Paragraph ขึ้นไป จะประกอบด้วย Introduction (Paragraph 1), Body 1 (Paragraph 2), Body2 (Paragraph 3), Body 3 (Paragraph 4) และ Conclusion (Paragraph 5) ค่ะ

แต่ทีนี้ ถ้าหากเรายากจะเขียน Paragraph ให้ดู Flow แบบมืออาชีพแล้วนั้นเราก็ควรที่จะมีประโยคเชื่อมต่อหรือคำสำหรับเชื่อมต่อประโยคกับประโยคหรือจาก Paragraph หนึ่งไปสู่อีก Paragraph หนึ่งด้วยนะคะ ซึ่งถ้าหากขาดเจ้าสิ่งนี้ที่เรียกว่า Signal Words ไปงานเขียนของเราก็อาจจะดูไม่ Professional เท่าไหร่นัก ตามมาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีคำไหนน่าใช้บ้าง

1. การเล่าเรื่องเป็นลำดับขั้น

สำหรับวิธีนั้นก็นับเป็นวิธีพื้นฐานที่ทุกๆ คนควรจะรู้เลยนะคะ ทุกงานเขียนนั้นจะอ่านง่ายได้ก็ต่อเมื่อเรามีการเรียงลำดับเรื่องราวได้ชัดเจน ทำให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการถึงเรื่องราวที่เรากำลังถ่ายทอดได้อย่างเป็นลำดับขั้น ซึ่งเราสามารถใช้คำได้ดังนี้ค่ะ

First / Firstly / The first one
Second / Secondly / The second one
Third / Thirdly / The third one

มาดูตัวอย่างการใช้ไปพร้อมๆ กันนะคะ

There are three things I hate about you. First, you are always complaining about everything. The second thing is, you are too lazy to be my couple because you do nothing but complain. Thirdly, you have no leadership at all, so you can’t help me make any decisions.

2. การเล่าเรื่องเป็นประโยคถัดกันไป

วิธีนี้นั้นคล้ายๆ กับวิธีแรกค่ะ แต่แตกต่างกันตรงที่ว่าเราจะไม่ใช้ตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะบางครั้งนั้นการเล่าเรื่องโดยใช้ตัวเลขก็อาจจะไม่เหมาะสมกับงานเขียนทุกๆ งาน เช่นถ้าเราอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ที่เราเคยทำมา เราก็ควรจะเลือกใช้คำจำพวกนี้ค่ะ

Then (หลังจากนั้น) / Next (ต่อไป) / Begin with (เริ่มต้นที่) / After (หลังจาก) / Before (ก่อนที่จะ) / By the time (ในขณะเดียวกัน)

มาดูเรื่องเล่าตัวอย่างกันเลยค่ะ

When I reached the airport, I met my ex-boyfriend. My heart raced with excitement. After that, I stopped walking and did not know what to say. He said hi to me with a little smile and we had a quick conversation. Before we part ways, I smiled a little, hoping that it would be good if we were still a couple.

3. การใช้ประโยคขัดแย้ง

ส่วนใหญ่แล้วนั้นคนไทยมักจะนิยมใช้คำว่า But แทนคำว่า “แต่” ในทุกๆ สถานการณ์ รวมถึงในงานเขียนก็ด้วยเช่นกัน แต่จริงๆ แล้วนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลยค่ะ เพราะคำว่า But นั้นจะดู Informal หรือว่าไม่เป็นทางการทันทีหากนำมันมาขึ้นประโยค ดังนั้นถ้าอยากให้งานเขียนของเราออกมาดี เราก็ควรจะเลือกใช้คำพวกนี้มากกว่าค่ะ

However (อย่างไรก็ตาม) / Despite (ถึงอย่างไรก็ตาม) / Nevertheless (อย่างไรก็ตาม) / Although (ถึงแม้ว่า)

ตัวอย่างการใช้นะคะ

We went to the concert last night at IMPACT Muang Thong Thani. Although the auditorium was packed with people, we still had a great time.

4. การใช้ประโยคกล่าวถึงอย่างเป็นเหตุเป็นผล

บางเหตุการณ์นั้นเราก็ต้องการที่จะเขียนให้มันเกี่ยวโยงกันหรือเป็นเหตุเป็นผลกันถูกต้องไหมเอ่ย? หลายๆ คนก็อาจจะนึกถึงคำว่า Because ขึ้นมาเป็นคำแรกๆ ใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วมันยังมีคำอื่นมากมายที่ไม่ใช่แค่ Because นะเออ เรามาดูกันดีกว่าว่าเราควรจะเลือกคำไหนมาใช้ได้บ้าง

Because of (เพราะว่า + คำนาม) / Since (เพราะว่า) / Accordingly (ดังนั้น) / Consequently (ดังนั้น) / According to (เนื่องจาก)

เอาล่ะ ไม่รอช้า ตามมาดูประโยคตัวอย่างกันเลยค่ะ

One of the biggest issues in today’s world is global warming. The problem occurs because we pollute the air and litter every day. There’s going to be serious consequences unless we do something about it soon.

5. การใช้คำในประโยคสรุป

เมื่อเราเล่าเรื่องมาเรื่อยๆ แล้วนั้นเราก็ควรจะมีจุดที่บอกคนอ่านด้วยว่าเราใกล้มาถึงตอนจบแล้วนะ ซึ่งควรอย่างยิ่งที่จะมีทั้งใน Paragraph และ Essays เลยนะคะ ถ้าหากไม่มีนั้นงานเขียนของเราก็คงจะดูจบห้วนๆ เหมือนกับละครที่ตัดจบไปดื้อๆ โดยที่ไม่ขึ้นคำว่าจบบริบูรณ์เลยล่ะค่ะ เพื่อไม่ให้เราพบเจอกับปัญหานั้น ลองเลือกคำในนี้ไปใช้กันนะคะ

To sum up (โดยสรุป)/ Finally (สุดท้ายนี้)/ Last (สุดท้าย)/ Lastly (อย่างสุดท้าย)/ In short (อย่างสั้น) / To conclude (โดยสรุป)

ตัวอย่างการใช้มีดังนี้ค่ะ

To sum up, this story is the best memorable for me.
Finally, I would like to say that you can follow the steps given above easily.
In short, my family wants me to stay.
Lastly, she told me to stop our relationship sooner or later because she does not love me anymore.
To conclude, these essays were written to warn you that a teacher is not forever right.

จบแล้วค่ะสำหรับคำแนะนำและทริคในการเขียนบทความโดยใช้ Signal Words ไม่ยากเกินไปเลยนะคะ

คอมเมนต์ได้เลย!