ว้ายตายแล้ว! รวมประโยคภาษาอังกฤษไว้พูดแก้เก้อตอนทำเรื่องเป๋อๆ

563

หลายครั้งที่เราซุ่มซ่ามไม่ได้ตั้งใจต่อหน้าคนอื่น ซึ่งก็อาจจะมีโอกาสที่เราได้ซุ่มซ่ามต่อหน้าชาวต่างชาติ ก็ไม่รู้จะพูดแก้เก้ออย่างไรดีเพราะมันเก้ๆ กังๆ ไปหมด วันนี้ DailyEnglish มีชุดประโยคมาบอกกัน เอาไว้ฝึกพูดให้ชินปากไว้ค่ะ เวลาตกใจจะได้สามารถพูดได้เลย รับรองว่าลื่น หรือแม้กระทั่งเวลามีคนทำเรื่องซุ่มซ่ามต่อหน้าเรา ก็มีคำพูดที่เหมาะสมให้ค่ะ

เรามาดูประโยคภาษาอังกฤษที่เข้ากับแต่ละสถานการณ์กันค่ะ ว่าสถานการณ์ไหนควรจะพูดว่ายังไงบ้าง

1. ถ้าเผลอทำเสียงแปลกๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ

ไม่ว่าจะเป็นเสียงเรอเอย เสียงผายลมเอย เสียงจามเอย เสียงเหล่านี้ล้วนเกิดจากความไม่ตั้งใจของเราทั้งสิ้นใช่ไหมคะ แหม ก็มันอั้นไม่ได้นี้ หากเราเผลอทำเสียงเหล่านี้ไปแล้ว ถ้าอยู่เฉยๆ ก็อาจจะเกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า ’awkward’ หรืออึดอัดเอาได้ เราสามารถพูดแก้เก้อได้ว่า

‘Excuse me’ แปลว่า ขอโทษค่ะ

แต่ถ้าในกรณีที่คู่สนทนาเราเผลอทำเสียงเหล่านี้ขึ้นมา ปกติแล้วเราสามารถทำเฉยๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็พูดต่อได้เลยค่ะ

ยกเว้นว่ามีคนจามขึ้นมา ปกติแล้วชาวต่างชาตินิยมพูดว่า ‘Bless you’ หรือ ‘God bless you’ คำนี้แปลประมาณว่า พระเจ้าคุ้มครอง ค่ะ เพราะเวลาเราจาม สมองของเราจะหยุดทำงานไปช่วงเสี้ยววินาทีหนึ่ง คนต่างประเทศเค้ามองว่าเราเข้าใกล้ความตายมากๆ เลยต้องอวยพรกันนิดหนึ่งว่าพระเจ้าคุ้มครองแล้วที่กลับมาได้ ประมาณนี้ค่ะ  

2. ถ้าเผลอทำของตก หล่น หรือแตกโดยไม่ตั้งใจ

ข้อนี้คนซุ่มซ่ามเป็นกันบ่อยเลยค่ะ ถ้าเกิดของตกแล้วมีเสียงดังขึ้นมาขอบอกว่าอายม้าก มาก สำหรับอุบัติเหตุเล็กๆ เราสามารถแก้เก้อได้ว่า

‘Oops!’ หรือ ‘Whoops!’

สองคำข้างบนนี้เป็นคำอุทานนะคะ หากต้องการแก้เก้อให้ยาวกว่านี้ให้ต่อว่า

‘I’m so clumsy’ แปลว่า ฉันนี้ซุ่มซ่ามจริงๆ เลย

‘I can’t believe I did that’ แปลว่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะทำมันไปได้

กรณีที่เราทำของหก ต้องมีการล้างหรือเช็ดทำความสะอาดตามมา เราสามารถพูดแก้เก้อได้ว่า

Let me get some napkins’ หรือ ‘Let me get some paper towels’ แปลว่า ขอกระดาษหรือผ้าให้ฉันหน่อยได้ไหม ไว้เพื่อขอกระดาษหรือผ้ามาเช็ดค่ะ

กรณีที่ทำของของคนอื่นพัง ตามมารยาทนะคะที่เราต้องชดใช้นะคะ เราสามารถพูดได้ว่า

‘I would like to pay for it to be repaired’ แปลว่า ฉันขอจ่ายค่าซ่อมเองค่ะ

3. หากลืมชื่อใครสักคน

ข้อนี้ก่อให้เกิดการ Dead air กันได้ง่ายๆ เลยหากเราเรียกชื่อที่เราคุยด้วยผิด เพราะฉะนั้นหากไม่มั่นใจ แนะนำว่าอย่าเสี่ยงเลยค่ะ ให้ยอมรับแมนๆ แล้วถามใหม่เลยดีกว่า

กรณีที่เราลืมชื่อคนที่เพิ่งแนะนำตัวไป เราสามารถถามได้ว่า

‘Sorry, what was your name again?’ แปลว่า ขอโทษนะ บอกอีกครั้งได้ไหมว่าคุณชื่ออะไร?

กรณีที่รู้จักกันมานานแล้ว แต่สมองตัดกระทันหัน ลืมชื่อ เราสามารถถามได้ว่า

‘I am so sorry, but I have forgotten your name’ แปลว่า ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ แต่ฉันลืมชื่อคุณไปแล้วล่ะ

‘This is so embarrassing, but I can’t seem to remember your name’ แปลว่า น่าอายจริงๆ แต่ฉันเหมือนจะจำชื่อคุณไม่ได้น่ะค่ะ

4. กรณีไม่รู้สิ่งที่เป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องรู้

ข้อนี้จะเกิดขึ้นใหม่กับคนที่ทำงานนะคะ ถ้าเราไม่รู้ในสิ่งที่เป็นหน้าที่ของเรา บางครั้งก็ทำให้หน้าชากันได้ง่ายๆ กรณีนี้แนะนำให้พูดว่า

‘Let me check my notes’ แปลว่า ให้ฉันขอไปเช็คก่อนนะคะหรือ ‘Let me get back to you on that’ แปลว่า ให้ฉันไปเช็คแล้วค่อยกลับมาบอกคุณนะ

5. กรณีที่ทำข้อผิดพลาดที่ค่อนข้างน่าอาย

เป็นกรณีโดยรวมนะคะ ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดเรื่องใดก็ตาม หลังจากที่พูดขอโทษ (Sorry) แล้ว เราสามารถพูดแก้เก้อได้ว่า

‘I can’t believe I did that’ แปลว่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะทำมันได้ หรือ ‘I don’t know what I was thinking’ แปลว่า ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันคิดอะไรอยู่

เป็นยังไงบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่ไหม แต่ว่าทางที่ดีหากเรารู้ว่าเราเป็นคนซุ่มซ่าม ก็ลองฝึกตั้งสติก่อนจะทำอะไรจะดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องแก้เก้อบ่อยๆ

คอมเมนต์ได้เลย!