จะบอกว่าไม่สบาย พูดเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไงดี?

270879

ใช่ว่าคนเราทุกคนจะมีความสุข สุขภาพดี ลัลลากันได้ทุกวัน มันก็ต้องมีบางวันหรืออาจจะหลายวันบ้างแหละที่เราต้องไม่สบายใช่มั้ยคะ เจ็บออดๆแอดๆ ถ้าเราเกิดป่วยแล้วเพื่อนต่างชาติเราเห็นขึ้นมาส่วนใหญ่เค้าก็มักจะถามเราว่า “What’s the problem?” (วอทซฺ เดอะ พร็อบเบล็ม) หรือ “What’s wrong?” (วอทซฺ วรอง) ที่หมายถึงคุณเป็นอะไรมั้ย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า อะไรประมาณนี้

ปัญหาก็คือเราจะบอกว่า ไม่สบาย ภาษาอังกฤษเค้าพูดกันยังไงล่ะ? วันนี้ทาง DailyEnglish เลยเรียบเรียงประโยคที่เราใช้บอกว่าเราป่วยมาให้ทุกคนได้ดูกัน

feeling-sick

แบบที่ 1 กรณีที่รู้อยู่แล้วว่าเราเป็นโรคอะไร

ถ้าเราพอจะรู้คร่าวๆ ว่าตอนนี้เราป่วยเป็นอะไรอยู่ เราก็สามารถบอกคนอื่นๆได้โดยใช้โครงสร้าง

“I have ___ ชื่อโรค___.” ที่แปลว่า ฉันป่วยเป็นโรคอะไร มีโรคอะไรอยู่

เช่น I have a cold. (ไอ แฮฟ อะ โคลดฺ) ฉันป่วยเป็นหวัด
I have a fever. (ไอ แฮฟ อะ ฟีเวอรฺ) ฉันมีไข้
I have the flu. (ไอ แฮฟ เดอะ ฟลู) ฉันป่วยเป็นไข้หวัด
I have a stomachache. ( ไอ แฮฟ อะ สตอมัคฺเอคฺ) ฉันปวดท้อง

สังเกตดูว่า ส่วนใหญ่ถ้าเป็นชื่อโรคสิ่งที่ห้ามลืมคือการเติม Article (a, an, the นั่นเอง) จะมีบ้างเหมือนกันที่ไม่ต้องเติม article  เช่น I have food poisoning. (ไอ แฮฟ ฟู้ด พอยเซินนิง) ที่หมายถึงอาหารเป็นพิษ

แบบที่ 2 บอกความรู้สึกที่เป็นอยู่

“I feel ___” ที่หมายถึง ฉันรู้สึก…

เช่น I feel sick. ( ไอ ฟีล ซิคฺ) ฉันรู้สึกป่วยๆ
I feel dizzy. (ไอ ฟีล ดิซฺซี) ฉันรู้สึกเวียนหัว
I feel nauseous. (ไอ ฟีล นอเซียส) ฉันรู้สึกคลื่นไส้

ความรู้สึกแบบนี้มักตามหลังด้วย adjective บอกอาการต่างๆ ให้จำง่ายๆว่าเมื่อไหร่ที่รู้สึก ต้องตามด้วย adjective เสมอ

กรณีที่ 3 บอกอาการที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด

“I can’t stop ___V.ing___” ที่หมายถึง ฉันหยุดที่จะทำสิ่งนั้นๆไม่ได้

เช่น I can’t stop sneezing. (ไอ แค้นทฺ สตอป สนีซฺซิง) ฉันหยุดจามไม่ได้เลย
I can’t stop shivering. (ไอ แค้นทฺ สตอป ชิฟเวอริง) ฉันตัวสั่นไม่หยุดเลย
I can’t stop sweating. (ไอ แค้นทฺ สตอป สเวททิง) ฉันเหงื่อไหลไม่หยุดเลย

จะสังเกตว่าหลังจาก can’t stop เราจะเติม V.ing ตามหลังไป เป็นการบอกอาการว่านี่ฉันจามไม่หยุดเลยนะ ก็พอเดาๆได้ว่าน่าจะเป็นหวัดเมื่อดูจากอาการที่เราบอก

กรณีที่ 4 อวัยวะได้รับการบาดเจ็บ

“My ___อวัยวะ__ hurts/hurt. หมายถึง ส่วนใดส่วนหนึ่งของฉันเจ็บ หรือปวดอยู่

เช่น ปวดหลัง ก็บอกว่า My back hurts. (มาย แบ็ค เฮิรฺทสฺ)
ปวดเข่า ก็บอกว่า My knees hurt. (มาย นี  เฮิรฺทสฺ)
ปวดขาทั้งสองข้างเลย My legs hurt. (มาย เลกฺส เฮิรฺท)

แค่เติมคำว่า hurt ที่หมายถึง เจ็บปวด เข้าไปคนฟังก็สามารถเข้าใจได้แล้วว่าส่วนไหนบนร่างกายเราที่เจ็บ หรือปวดอยู่ ที่ต้องระวังก็แค่ถ้าเจ็บแค่ข้างเดียวส่วนเดียว hurt ก็เติม –s เข้าไป แต่ถ้าเจ็บทั้งสองข้างก็พุดแค่ hurt อย่างเดียวพอ

เป็นไงคะประโยคพื้นฐานที่ใช้บอกว่าตอนนี้เราป่วยเป็นอะไร มีอาการอะไรอยู่ ง่ายมากๆและเดาว่าส่วนใหญ่ก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ทีนี้ถ้าเราป่วยต้องไปหาหมอที่ต่างประเทศหรือเพื่อนฝรั่งถาม What’s the problem? เราก็ตอบได้สบายๆหายห่วง ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ แต่ก็หวังว่าทุกคนจะสุขภาพดีไม่ต้องใช้ประโยคพวกนี้กันบ่อยๆนะค

คอมเมนต์ได้เลย!