อธิบายกันก่อนว่า Phrasal verb หรือบางคนก็เรียกว่า two words verb แปลตรงตัวก็คือกริยาที่ประกอบจากคำสองคำขึ้นไป อาจมาจาก verb + participle เช่น bring back (นำกลับมา) แม้จะนำสองคำที่มีความหมายกันคนละเรื่องมาต่อกันก็จะได้ความหมายใหม่ หรือยังอยู่ในหมวดความหมายของคำหลัก

แม้จะอยู่ในรูปของกริยาเหมือนกัน แต่ก็เป็นปัญหาให้กับคนเรียนภาษาอังกฤษไม่น้อย วันนี้เราเลยจะมานำเสนอ วิธีการในการเรียน Phrasal verb ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะได้ลองนำเอาไปใช้กัน ดีกว่าแค่นั่งท่องปาวๆ เดี๋ยวๆก็อาจลืม ลองนำเทคนิคทั้งหกแบบนี้ไปใช้ดูกันค่ะ รับรองไม่นานทุกคนก็จะสามารถจำได้แน่นอน

phrasal-verb

1. เน้นเรียนเป็นเรื่องราว

การจำแบบท่องตามตัวอักษร คือการจำที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก ว่าไปก็เหมือนเรานั่งท่องคำจากพจนานุกรมเรียงตามตัวอักษรนั่นแหละค่ะ ท่องไปเรื่อยเป็นสิบยี่สิบคำ ช่วงแรกก็อาจจะพอจำได้แต่ผ่านไปมันก็ลืม (อันนี้จริงเพราะเคยทำมาแล้ว แหะๆ)

ทางที่ดีควรจัดหมวดหมู่ในการจำศัพท์ให้เป็นเรื่องราวดีกว่า โดยเรียนรู้ phrasal verb ใหม่ๆที่เราจะสามารถใช้ได้จากเรื่องต่างๆที่เราสร้างขึ้นมา โดยอาจกำหนดหัวเรื่องมา เช่น เรื่องกีฬา การเงิน ความสัมพันธ์ ซึ่งอาจมาในลักษณะของคำถามและคำตอบ หรือเล่าเป็นเรื่องราว เหมือนนิทาน หรือบันทึกก็ได้ นี่จะทำให้เรานอกจากจะได้ phrasal verb แล้วก็จะรู้วิธีใช้จากการเขียนประโยคเพื่อเล่าเรื่องด้วย ไม่จำเป็นต้องนั่งท่องเป็นบ้าเป็นหลัง แต่พอจะใช้กลับใช้ไม่เป็น เป็นวิธีการจำที่มีคุณภาพกว่าตั้งเยอะ

2. ลองใช้ phrasal verb ที่เจอใหม่ๆกับเรื่องของเราเอง

อย่างที่กล่าวไปในข้อที่ 1 คือการจำ phrasal verb ผ่านเรื่องราว เสริมเข้าไปอีกว่า การเรียนคำศัพท์ให้มีประสิทธิภาพคือการพยายามเชื่อมโยงมันกับสิ่งใกล้ตัวเราให้มากที่สุด แล้วอะไรจะใกล้ตัวเราเท่ากับเรื่องราวของตัวเราเอง ลองเอา phrasal verb  ที่เราเพิ่งเจอมาเขียนเล่าชีวิตในแต่ละวันของเราดูสิคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือกิจกรรมในเวลาว่างต่างๆ ขอแค่เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับตัวเราเอง วิธีนี้จะทำให้เราสามารถจำรูปแบบและความหมายได้ดีขึ้นไปอีกขั้นเพราะรู้สึกมีความเกี่ยวข้องด้วย แล้วยังช่วยในการสร้างเรื่องราวหรือสถานการณ์พิเศษให้เห็นภาพการใช้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

3. กำหนดทิศทางการเรียนของตัวเอง

ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ในการเรียนภาษาเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ตั้งใจและเรียนอย่างเป็นระบบ ในช่วงแรกของการเรียน phrasal verb อาจจะค่อนข้างยาก ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นศึกษาอย่างสม่ำเสมอ จำไว้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น พยายามเรียนใหม่ซักสามถึงห้าคำทุกๆสัปดาห์ในช่วงแรกที่เริ่ม แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นก็ได้ วิธีนี้จะทำให้เราเรียนรู้ได้ดีทั้งความหมาย รูปแบบและวิธีใช้ phrasal verb เหล่านั้น

4. หาความรู้ใหม่เสมอ

ตอนนี้พวกเราก็รู้แล้วว่าเราสามารถพบเห็น phrasal verb ได้ทั่วไป ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ได้ฟังหรืออ่านภาษาอังกฤษก็ลองสังเกต ลองมองหา phrasal verb ดูซิ วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณได้เรียนรู้คำใหม่ๆตลอดเวลา แถมการเรียนรู้แบบนี้ยังทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นจากท่าทางหรือสถานการณ์ที่เจอทำให้เข้าใจความหมายและวิธีใช้ไปในเวลาเดียวกัน

5. ใช้เทคโนโลยีช่วย

ในตอนนี้อย่าลืมนะคะว่าเราอยู่ในยุคที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีให้ใช้ในทุกๆที่ การเจียดเวลาสองสามนาทีเพื่อมาศึกษา จึงไม่น่าเป็นปัญหาอะไร มีบทเรียนออนไลน์หลายอันที่จะสอน phrasal verb ใหม่ๆให้คุณผ่านทางคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ้ค หรือจะเป็นโทรศัพท์ แค่เข้าไปสมัครสมาชิก (ที่หลายแห่งให้เรียนฟรี) กรอกข้อมูล แล้วก็เริ่มเรียนได้เลยเห็นมั้ยคะว่ามันง่ายแค่ไหน ในขณะเดียวกันเรียนผ่านเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็จะมีการทดสอบให้คุณได้ตรวจสอบตัวเองด้วยว่าสามารถใช้ phrasal verb ได้ดีแค่ไหน รู้หรือไม่รู้คำไหนบ้าง ง่ายสะดวกเป็นประโยชน์แบบนี้อยากให้ทุกคนได้ลองไปหาใช้ดูนะคะ

6. ทบทวน ทบทวน ทบทวน

ต่อให้เราจะนำเสนอเทคนิควิธีการมากมายแค่ไหน หากคุณเรียน phrasal verb  ใหม่ในวันศุกร์ คุณก็อาจจะลืมความหมายของมันได้ในอีกสามวันถัดมา (เราจะไม่พูดถึงรูปแบบ วิธีใช้นะคะ เพราะถ้าจำความหมายไม่ได้ก็จบ) การจะทำให้ตัวคุณเองจำศัพท์ได้คุณจะต้องหมั่นทบทวน และพยายามนำมันไปใช้จริง คุณอาจจะสร้างวิธีการทบทวนของคุณเองด้วยการทำบัตรคำ เขียนประโยคที่ใช้ phrasal verb  ในสมุด สร้างการแจ้งเตือน phrasal verb  ที่คุณจะทบทวนในโทรศัพท์ ปฏิทินหรืออีเมล์ จะสร้างภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์มี phrasal verb  ติดอยู่ จะอัดเสียงหรือประโยคที่มี phrasal verb  ใน iPod หรือโทรศัพท์เพื่อใช้ฟัง โอย ให้เราพูดทุกวิธีให้เวลาสามวันก็พูดไม่หมดค่ะ อะไรก็ได้ค่ะขอให้จำไว้แค่ว่า “คุณ ต้อง ทบ ทวน” ไม่งั้นทุกสิ่งที่คุณทำมันทั้งหมดตั้งแต่ข้อหนึ่งถึงข้อห้าก็จะสูญสลายไปอย่างไร้ค่าแน่นอน

วิธี 6 วิธีในการเรียน phrasal verb  นี้คุณสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับการเรียนภาษาอื่น หรือคำศัพท์ธรรมดาอื่นๆก็ได้นะคะ ไม่มีกฎอะไรตายตัว เพียงแค่หมั่นฝึกฝน ทบทวน สังเกต และลองนำไปใช้ รับรองว่าเรื่องของ phrasal verb  จะไม่ใช่ปัญหาของคุณอีกต่อไปแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก Lesson Plans Digger

คอมเมนต์ได้เลย!