หลักการใช้ Past Perfect Continuous Tense ฉบับเข้าใจง่าย

52824

มาที่อีก tense หนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กับ tense ไหน (หลายคนคงบ่นว่า tense ไหนก็บอกสำคัญทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ 555) tense นี้ยังคงเกี่ยวข้องกับ Past Simple tense อยู่ค่ะ (ใครจำไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านในบทความเก่าๆของเรานะคะ)

จะว่าไปแล้ว tense นี้ก็เหมือนการรวมกันระหว่าง Past perfect กับ Continuous มารวมกันเลยนะคะ ถ้าสังเกตดูกันดีๆ เดี๋ยวเราจะอธิบายกันต่อไป

Tense

มาดูที่โครงสร้างหลักของประโยคนี้กันก่อนเลย

Subject (ประธาน) + had + been + V.ing

โครงสร้างประโยค Subject had been V.ing.
ประโยคบอกเล่า I/You/We/They

He/She/It

had been working.
โครงสร้างประโยค Subject had not been V.ing.
ประโยคปฏิเสธ I/You/We/They

He/She/It

had not been working.
โครงสร้างประโยค Had Subject been V.ing ?
ประโยคคำถาม Had I/you/we/they

he/she/it

been working?
โครงสร้างประโยค Wh questions had Subject been V.ing?
ประโยคคำถาม Wh- Why had I/you/we/they

he/she/it

been Working?
When

 

Note: กริยาที่เห็นเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้นนะคะ Subject บางตัวนำมาใช้กับกริยานี้ไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูความเหมาะสมอีกที

หลักในการใช้ Present Perfect Continuous ก็คือ

 “ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตเป็นระยะเวลาหนึ่ง”

หลายคนอาจยังงงๆใช่มั้ยคะ ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องธรรมดา มาดูคำอธิบายและตัวอย่างกันเลย

นึกภาพตามนะคะ เมื่อวานนี้ตอนเช้าหลังจากตื่นนอนขึ้นมาคุณมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง พระอาทิตย์ขึ้นแล้วกำลังส่งยิ้มแฉ่งสดใสให้กับคุณพร้อมท้องฟ้าแจ่มใส แต่พอสายตาคุณเหลือบไปเห็นกะละมังข้าวของ “จัมโบ้” หมาน้อยพันธุ์พิตบูลของคุณ คุณก็พบว่ามันเต็มไปด้วยน้ำเจิ่งนองทั้งกะละมัง รวมทั้งสนามหญ้าก็แฉะไปหมด นั่นเป็นเหตุให้คุณสามารถอนุมานได้ว่า เมื่อคืนฝนตกลงมา แล้วอีฝนเนี่ยะไม่ตกมาแค่แหมะสองแหมะแน่ๆ แต่ตกมาช่วงระยะเวลาหนึ่งด้วย ไม่งั้นกะละมังข้าวของจัมโบ้ก็ไม่มีวันมีน้ำเต็มได้ แบบนี้จึงเป็นที่มาของประโยคที่ว่า

“It had been raining”  ที่ใช้โครงสร้างของ Past Perfect Continuous นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ที่เราบอกว่าไอ้ tense นี้มีความเป็นลูกผสมของหลายๆ tense รวมกัน ให้แจกแจงเยอะกว่านี้ก็คือ…. ไอ้ Present Perfect Continuous นี่นะคะ มันก็มีลักษณะผสมของทั้ง

  1. Present Perfect
  2. Present Continuous
  3. Past Simple

ยังไงล่ะ ???

  1. มันเหมือน Present Perfect คือมันเป็นเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว (เรานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างตอนเช้าฝนไม่ตกแล้วนะ แต่เห็นน้ำนองๆแสดงว่ามันต้องตกมาแล้วแน่ๆ)
  2. มันเหมือน Present Continuous เพราะฝนตกทีนึงย่อมต้องใช้เวลา (ฝนที่ไหนตกมาแมะเดียวแล้วจบ ไม่มี๊ กว่าตกได้จนน้ำเต็มชามกะละมังข้าวจัมโบ้ก็ต้องใช้เวลาใช่มั้ยคะ )

3. เป็นลูกผสมกับ Past Simple เพราะมันเกิดไปแล้ว เมื่อคืนนี้

ดูจากชื่อ Past Perfect Continuous ก็พอจะเห็นๆว่ามันมีส่วนผสมของอะไรบ้าง พอจะเห็นใช่มั้ยคะ

ที่มาคู่กันบ่อยๆกับ tense นี้ ก็จะมากับ Past Simple Tense ซึ่ง Present Perfect Continuous จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน Past Simple Tense เสมอ เช่น

I was very tired when I got home. I had been working hard all day. (ฉันรู้สึกเหนื่อยมากเมื่อตอนกลับถึงบ้าน ฉันทำงานหนักมากมาทั้งวัน)

จากประโยค I was very tired when I got home. จะเห็นว่ากริยาที่ใช้เป็นช่องที่ 2 ทั้งสิ้นนั่นหมายความว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไปแล้วนะ แล้วตามมาด้วยประโยคต่อมาที่แสดงให้เห็นเหตุแห่งการเหนื่อยล้าที่ว่า I had been working hard all day. ฉันทำงานหนักมากมาทั้งวัน

อีกตัวอย่างหนึ่งก็เช่น

They had been playing soccer for about half an hour when it started to snow. (พวกเขาเล่นฟุตบอลมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่หิมะจะเริ่มตก)

It started snow. ใช้กริยาช่องที่สองแสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอดีต โดยมีประโยค They had been playing soccer. ที่ใช้ Past Perfect Continuous มาบอกว่าเล่นฟุตบอลมาระยะหนึ่งในอดีต ประโยคนี้ก็มีการบอกระยะเวลาขยายให้เห็นภาพชัดด้วยว่า for about half an hour ที่แปลว่า ประมาณครึ่งชั่วโมง

เป็นอีกหนึ่ง tense ที่ไม่ยากจนเกินไป จำไว้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนอดีต (Past Simple) ก็จะพอเข้าใจว่าควรใช้ tense นี้ตอนไหน ถ้าพอเข้าใจแนวคิดหลักของมันว่าใช้ยังไงแล้วฝึกใช่บ่อยๆ ลองเปลี่ยนประโยคที่เขียนหรือพูดเป็นแบบที่ใช้ Past Perfect Continuous ดูบ้างนะคะ

คอมเมนต์ได้เลย!