หลักการใช้ Passive Voice ไม่ยากอย่างที่คิด!!

547716

“ แม่ตีฉัน ” “ ฉันถูกแม่ตี ” จากประโยคที่ยกตัวอย่างไป อ่านแล้วนี่เจ็บแทนเลยว่าไหมครับ ทั้งสองประโยคนี้ดูแล้วความหมายอาจจะเหมือนกัน แต่ในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกกลับแตกต่างกัน เหมือนระบบฟิล์มธรรมดาเทียบกับระบบ HD เลยทีเดียว

หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่า:

  • ประโยคแรกประธานเป็นผู้กระทำ นั่นคือ แม่(ประธาน) ตี(กริยา) ฉัน(กรรม) หรือที่เรียกว่า Active voice
  • ส่วนประโยคที่สองประธานเป็นผู้ถูกกระทำ นั่นคือ ฉัน(ประธาน) ถูก แม่(กรรม) ตี(กริยา) หรือที่เรียกว่า Passive voice

พอเกริ่นมาถึงตรงนี้แล้วผมว่าหลายๆคนคงสนใจประโยคที่ให้ความรู้สึกที่คมชัดมากกว่า ดังนั้นผมขอพูดถึงเรื่อง Passive voice แล้วกันครับ

ประโยค Passive voice คือประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ หรือประโยคที่อยู่ในรูป Subject + Verb to be + Verb 3 (Past Participle) ซึ่งส่วนมากจะถูกเปลี่ยนจากประโยค Active voice (ประโยคที่อยู่ในรูป Subject + Verb1) แต่ก็ไม่ใช่แค่เอามาสลับที่กันเฉยๆนะครับ ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีเงื่อนไขเสมอ

passivevoice

หลักการเปลี่ยนประโยค “Active” เป็นประโยค “Passive”

1. นำเอากรรมของประโยค Active voice ไปเป็นประธานของประโยค Passive voice

Active voice: Nammon read a book.
Passive voice: A book is read by Nammon.

2. นำเอาประธานของประโยค Active voice ไปเป็นกรรมของประโยค Passive voice และมี by นำหน้าประธานเดิม

(แต่ในบางกรณีอาจจะสามารถเขียนโดยไม่ต้องมี by ก็ได้)

Active voice: Nammon read a book.
Passive voice: A book is read by Nammon.

3. เมื่อเปลี่ยนประโยค Active voice เป็นประโยค Passive voice กริยาจะต้องเป็นรูปกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) และตามหลัง Verb to be.( is, am , are, was , were, be, being, been)

ต้องดูตามประธาน(ของประโยคใหม่) และ tense

Active voice: Nammon read a book.
Passive voice: A book is read by Nammon. (ในที่นี่รูปกิริยาทั้งสามช่องของ read มีรูปที่เหมือนกัน)


Active voice: They have built  a new hotel. พวกเขาสร้างโรงแรมใหม่ (เสร็จไปแล้วในอดีต)
Passive voice: A new hotel has been built by them. โรงแรมใหม่ถูกสร้างขึ้นมาโดยพวกเขา (เสร็จไปแล้วในอดีตเช่นกัน)

ตัวอย่างนี้เป็นประโยค Active voice เป็นประโยคที่อยู่ในรูปของ Present Perfect tense (Subject + have, has + Verb 3) ดังนั้นเมื่อเป็นประโยค Passive voice จึงอยู่ในรูป (Subject + have, has + been +Verb 3)


Active voice: Rita writes a letter. (ริต้าเขียนจดหมาย)
Passive voice: A letter is written by Rita. (จดหมายถูกเขียนโดยริต้า)

ตัวอย่างนี้เป็นประโยค Active voice เป็นประโยคที่อยู่ในรูปของ Present Simple tense (Subject + Verb 1) ดังนั้นเมื่อเป็นประโยค Passive voice จึงอยู่ในรูป (Subject + Verb to be + Verb 3)


Active voice: She was cleaning a chair. เธอกำลังทำความสะอาดเก้าอี้ (ตอนนี้เธอทำเสร็จแล้ว)
Passive voice: A chair was being cleaned by her. เก้าอี้ถูกทำความสะอาดโดยเธอ (ตอนนี้เธอทำเสร็จแล้ว)

ตัวอย่างนี้เป็นประโยค Active voice เป็นประโยคที่อยู่ในรูปของ Past Continuous tense (Subject + was, were + Verb ing) ดังนั้นเมื่อเป็นประโยค Passive voice จึงอยู่ในรูป (Subject + was, were + being +Verb 3)

แล้วเมื่อไรที่เราจะสามารถละผู้กระทำได้บ้าง? คำถามนี้ตอบได้ย่อยๆ 3 ข้อครับ

เมื่อไม่ต้องการเน้นผู้กระทำ

The windows are closed. (หน้าต่างถูกปิด แต่ไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนปิด)

เมื่อรู้อยู่แล้วว่าใครกระทำ

The thieves were all arrested. (ในที่นี้เราละคำว่า by police เพราะว่าเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าตำรวจมีหน้าที่จับขโมย)

ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ

My shoes were stolen on Monday. (รองเท้าถูกขโมยไปแต่ไม่รู้ว่าใครขโมย)

จากตัวอย่างข้างต้นทั้งหมด ผมขอสรุปคร่าวๆนะครับว่า… ไม่ว่า ประโยค Active จะอยู่ใน tense ใดก็ตาม เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยค Passive ยังไงก็ต้องอยู่ในรูปของ Subject + Verb to be + Verb 3 (Past Participle) เสมอ แต่ยังคงต้องไม่ทิ้ง tense เดิม ลองสังเกตสองตารางข้างล่างดีๆอีกสักทีนะครับ

รูปประโยค Active แบ่งตาม tense ต่างๆ

activevoice

รูปประโยค Passive แบ่งตาม tense ต่างๆ

passivevoicetable

หากเรารู้จักรูปแบบประโยคดีแล้ว นั่นคือเรารู้ว่าตัวไหนเป็นประธาน ตัวไหนเป็นกริยา และตัวไหนเป็นกรรม เอามารวมกับความรู้เรื่อง tense และกริยาสามช่องนิดหน่อย ผมว่าเรื่อง Passive voice ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากบางคนยังคิดว่ายาก ก็เพียงแค่ฝึกฝน อดทน และพยายาม ยังไงซะคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ก็ยังใช้ได้เสมอครับ

คอมเมนต์ได้เลย!