มารู้จัก Oxymoron กันเถอะ

6644

วันนี้พวกเรา DailyEnglish จะมาแนะนำทุกคนให้รู้จักเจ้า Oxymoron กันนะคะ อย่างเบือนหน้าหนีไปไหน ไอ้เจ้า oxymoron นี่ไม่ได้น่ากลัวแบบชื่อประหลาดๆของมันเท่าไหร่หรอกค่ะ มามะ มารู้จักกันไปพร้อมๆกัน

Oxymoron (อ็อกซิโมรอน) ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็คือ ปฏิพจน์ มาจากภาษากรีก ที่ผสมระหว่างคำว่า oxy ที่แปลว่า หลักแหลม เฉียบแหลม กับคำว่า moros ที่หมายถึง โง่เขลา แน่ะๆ งงล่ะสิว่าอะไรคือการที่เอาสองคำที่ต่างกันสุดขั้วมาอยู่ด้วยกัน นี่แหละค่ะคือลักษณะของ oxymoron

ไอ้เจ้า Oxymoron คือการผนวกเอาคำสองคำที่มีความหมายในเชิงตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงมาอยู่ด้วยกัน เกิดเป็นคำในความหมายใหม่ที่ยังเชื่อมโยงกับคำตั้งต้นไม่แต่อาจให้ความหมายที่เกินจริง แบบโอ้โห สวยวัวตายควายล้ม อะไรเทือกนี้ ฟังแต่ชื่ออาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่นะคะ แต่ความจริงเราสามารถพบเห็นพวกคำที่เป็น Oxymoron ได้บ่อยมากๆ ในภาษาไทยเองก็มีให้เห็นไม่น้อยเช่นกัน เช่น ชัยชนะของผู้แพ้ หัวเราะร่าน้ำตาริน ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า หรือจะเป็นสำนวนไทยก็อย่าง รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ เป็นต้น ในภาษาอังกฤษเค้าก็มีเหมือนกัน และมีทั้งแบบที่เป็นคำและเป็นประโยคหรือวลีก็มีนะคะ

oxymoron

มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามี Oxymoron อันไหนบ้างที่คนใช้บ่อยๆ บางทีอาจจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาบางคนก็ได้นะคะ

  • Cruel to be kind (ครูเอิล ทูบี ไคนดฺ) ประมาณว่าบางครั้งเราก็ต้องทำตัวใจร้ายแต่ด้วยความหวังดีต่อเค้า คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า ติเพื่อก่อ
  • Pain for pleasure (เพน ฟอรฺ เพลเชอะ) ประมาณว่า ยอมเจ็บปวดหรือทนลำบากเพื่อสิ่งที่ดี
  • Clearly confused (เคลียรฺลี คอนฟิวสทฺ) สับสนอย่างแน่นอน
  • Act naturally (แอ็คฺ แนเชอรัลลี) ทำให้เป็นธรรมชาติ
  • Beautifully painful (บิวทิฟูลลี เพนฟูล) เจ็บปวดอย่างงดงาม
  • Painfully beautiful (เพนฟูลลี บิวทิฟูล) งดงามอย่างเจ็บปวด
  • Deafening silence (เดฟเฟ็นนิง ไซเลนสฺ) ถกเถียงกันด้วยความเงียบ
  • Pretty ugly (พริทที อักลี) ค่อนข้างน่าเกลียด
  • Pretty fierce (พริทที เฟียรซฺ) ค่อนข้างรุนแรง
  • Pretty cruel (พริทที ครูเอิล) ค่อนข้างโหดร้าย
  • Definitely maybe (เดฟฟิเน็ทลี เมบี) ไม่แน่อย่างแน่นอน เอาไว้ใช้กับกรณีที่เราไม่รู้ว่าจะใช่หรือไม่ใช่
  • Living death (ลิฟวิง เดธ) ชีวิตที่ต้องอยู่กับความทุกข์ทรมาน
  • Walking dead (วอลฺคกิง เดด) ศพเดินได้ อารมณ์ซอมบี้แบบนี้
  • Only choice (โอนลี ชอยสฺ) ตัวเลือกเดียว
  • Amazingly awful (อะเมซิงลี ออฟูล) น่าเกลียดอย่างน่าเหลือเชื่อ
  • Alone together (อะโลน ทูเกทเธอ) โดดเดี่ยวด้วยกัน
  • Virtual reality (เวอชัว รีอัลลิที) ความเป็นจริงเสมือน
  • Random order (แรนดอม ออรฺเดอ) เรียงลำดับแบบสุ่ม
  • Original copy (ออริจินัล ค็อพพี) สำเนาฉบับจริง แบบที่ต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนานั่นแหละค่ะ
  • Happy sad (แฮพพี แซด) ทุกข์แบบมีความสุข
  • Disgustingly delicious (ดิสกัสติงลี ดิลิเชียส) อร่อยอย่างน่ารังเกียจ (นี่เป็นคำชมนะคะ 55)
  • Run slowly (รัน สโลวลี) วิ่งอย่างช้าๆ
  • Awfully good (ออฟูลลี กึด) ดีอย่างร้ายกาจ
  • Awfully delicious (ออฟูลลี ดิลีเชียส) อร่อยอย่างร้ายกาจ
  • Small crowd (สมอล คราวดฺ) ฝูงชนกล่มเล็ก
  • Dark light (ดารฺค ไลทฺ) แสงมืด
  • Light darkness (ไลทฺ ดารฺคเนส) ความมืดที่สว่าง
  • Dark snow (ดารฺค สโนวฺ) หิมะสีดำ
  • Open secret (โอเพน ซิเคร็ท) ความลับที่ถูกเปิดเผย
  • Awfully lucky (ออฟูลลี ลัคกี) โชคดีอย่างน่ารังเกียจ
  • Awfully pretty (ออฟูลลี พริทที) สวยอย่างน่ารังเกียจ
  • Wake up dead (เวคฺ กัพ เดด) ความตายที่ฟื้นคืนชีพ
  • Growing smaller (โกรอิง สมอลเลอ) โตขึ้นในขนาดที่เล็กลง
  • Least favorite (ลีสทฺ แฟฟวริท) ชอบน้อยที่สุด
  • True myth (ทรู มิธ) ตำนาน/เรื่องเล่าขานที่เป็นเรื่องจริง
  • Typically weird (ทิพพิคัลลี เวียรดฺ) ประหลาดเหมือนทั่วๆไป
  • Typically odd (ทิพพิคัลลี อ็อด) แปลกเหมือนทั่วๆไป
  • Naturally strange (แนเชอรัลลี สเตรนจฺ) ดูแปลกอย่างเป็นธรรมชาติ
  • Weirdly normal (เวียรดฺลี นอรฺมอล) ปกติแบบแปลกๆ
  • Worthless gold (เวิรธฺเลส โกลดฺ) ทองคำที่ไร้ค่า
  • Sad joy (แซด จอย) เรื่องสนุกที่โศกเศร้า
  • Liquid food (ลิคควิด ฟูด) อาหารเหลว
  • Heavy diet (เฮฟวี ไดเอ็ท) ลดน้ำหนักอย่างหนักหน่วง
  • Quiet presence (ไควเอ็ท พริเซ็นสฺ) แสดง/นำเสนออย่างเงียบๆ
  • Short wait (ช็อท เว็ท) รอในระยะสั้นๆ
  • Sweet agony (สวีท อะเกอนี) ความเจ็บปวดที่หอมหวาน

ถ้าสังเกตดูให้ดีจะเห็นว่าสองคำที่ประกอบกันเป็น oxymoron เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำที่มีลักษณะตรงข้ามกันทั้งสิ้น และให้ความหมายไปในเชิงที่ดูเกินจริง

นอกเหนือจากคำด้านบนเหล่านี้ ก็ยังมีประโยคหรือ คำพูดของคนหลายคนที่มีการใช้ oxymoron อยู่ด้วย ทำให้รู้ว่าคนเราใช้ไอ้คำพวก oxymoron นี้บ่อยอย่างเหลือเชื่อ ตัวอย่างเช่น

  • “I can resist anything, except temptation.” – Oscar Wilde

ฉันสามารถต่อต้านอะไรก็ได้ ยกเว้นการดึงดูดใจ –ออสการ์ ไวด์  ใช้คำที่ขัดแย้งกันทางความหมายคือต่อต้านอะไรก็ได้บนโลกนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันต่อต้านไม่ได้ก็คือสิ่งที่ดึงดูดใจ

  • “Modern dancing is so old fashioned.” – Samuel Goldwyn

การเต้นแบบโมเดิร์น เป็นการเต้นที่ล้าสมัยมาก – แซมมูเอล โกลวิน อธิบายก็คือ จริงๆแล้วคำว่า modern แปลว่า ทันสมัย แต่เค้าบอกว่ากลับเป็น old fashion ที่แปลว่า ล้าสมัย

  • “A business that makes nothing but money is a poor business.” – Henry Ford

ธุรกิจที่ไม่ได้สร้างอะไรเลยนอกจากเงิน เป็นธุรกิจที่แย่ – เฮนรี ฟอร์ด

คำพูดนี้ของเฮนรี ฟอร์ดใช้สิ่งที่เป็น oxymoron คือการพูดถึง business (ธุรกิจ) ที่ว่ากันตามจริงใครๆก็อยากให้ธุรกิจของตัวเองทำเงินได้ใช่มั้ยคะ แต่เค้ากลับบอกว่าธุรกิจที่หวังแต่จะหาเงินเท่านั้นเป็น poor business ใช้คำว่า poor ที่ในที่นี้หมายถึง แย่ ไม่มีค่า ซึ่งถ้าว่ากัน

หวังว่าหลังจากอ่านจบทุกคนคงได้รู้จัก Oxymoron มากขึ้นนะคะ ที่เราเอามาให้เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยของเจ้า oxymoron นี้เท่านั้น บอกเลยว่าเจ้านี่ยังผุดขึ้นมาเรื่อยๆให้เราได้นำเอาไปใช้กัน สิ่งสำคัญคือ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้นะคะ ถ้าเรามีความอยากเรียนรู้ไม่สิ้นสุด สิ่งใดที่หวังไว้ หรือแม้แต่เรื่องยากๆย่อมประสบผลสำเร็จแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก Yourdictionary

คอมเมนต์ได้เลย!