5 เคล็ดลับประหยัดเงินสำหรับนักเรียนนอก

1138

หลายๆคนอาจคิดว่าการใช้ชีวิตในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะค่าครองชีพในประเทศเหล่านั้นแพงกว่าบ้านเราค่อนข้างมาก แต่จริงๆ แล้วค่าใช้จ่ายของเราจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเราด้วย อย่างเช่นคนที่ช้อปปิ้งบ่อยๆ ย่อมใช้เงินมากกว่าคนที่ไม่ค่อยช้อปปิ้ง

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับประหยัดเงิน 5 ข้อสำหรับนักเรียนนอกโดยเฉพาะ (แต่บางข้อคนทำงานก็เอาไปใช้ได้นะ)

moneysaving

ข้อ 1: รุ่นพี่ช่วยเราได้ 

รุ่นพี่ที่เรียนจบแล้วและกำลังจะเดินทางกลับบ้านมักมีข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่อยากเอากลับบ้าน หรือบางทีก็อยากเอากลับอยู่ แต่ขนกลับไม่ได้ ของพวกนี้จะทิ้งก็เสียดาย รุ่นพี่ที่ใจดีก็จะประกาศขายให้รุ่นน้องในราคามือสอง รุ่นพี่ที่ใจดีกว่าก็จะขายให้ในราคาถูกมากพร้อมของแถม รุ่นพี่ที่ใจดีที่สุดก็จะยกให้ฟรีไปเลย เย่!

หากเราเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเดินทางมาไม่นานอาจไม่รู้จักใครเท่าไหร่ แนะนำให้เข้ากลุ่มในโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook ซึ่งมักมีกลุ่มสำหรับนักเรียนในประเทศหรือเมืองที่เราอยู่โดยเฉพาะ พี่ๆ เค้ามักจะใช้ช่องทางนี้แหละประกาศขายหรือแจกของไม่ใช้แล้วหรือตำราเรียน  นอกจากนี้เรายังสามารถขอคำแนะนำต่างๆ จากรุ่นพี่ได้อีกด้วย เช่น เราอาจจะถามเรื่องร้านอาหารที่ราคาไม่แพงและอร่อย เป็นต้น

พอเราเรียนจบเราก็อาจเป็นรุ่นพี่ผู้แสนดีขายของไม่ใช้แล้วให้กับรุ่นน้องในราคาถูกหรือไม่ก็ให้ไปเลยฟรีๆ ดีกว่าทิ้งไปเปล่าๆ

ข้อ 2: ใช้ห้องสมุดให้เป็นประโยชน์

สมัยนี้ห้องสมุดเป็นอะไรที่มากกว่าสถานที่สำหรับอ่านหนังสือ  ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีบริการที่น่าสนใจหลายอย่างนอกเหนือจากบริการยืมคืนหนังสือและสืบค้นข้อมูล  เช่น ฟรี Wi-Fi พร้อมโซฟาสบายๆ สำหรับนั่งนอนเล่น ร้านกาแฟให้นั่งจิบกาแฟชิลๆ ห้องประชุมสำหรับนัดคุยกับเพื่อนๆ และที่สำคัญคือเครื่องทำความร้อน! (heater/radiator)

แล้วมันช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เหรอ ได้สิ! อินเตอร์เน็ตก็ฟรี ค่าน้ำค่าแก๊สค่าไฟก็ฟรี  หากเรามาทำกิจกรรมต่างๆ ในห้องสมุดแทนที่จะทำที่บ้านก็จะลดรายจ่ายเหล่านี้ไปได้ โดยเฉพาะในหน้าหนาวซึ่งบิลค่าแก๊สค่าไฟจะสูงกว่าฤดูอื่นๆ เพราะเราต้องเปิดเครื่องทำความร้อน

อีกอย่าง เผลอๆอาจได้แฟนเป็นของแถม เพราะห้องสมุดในหลายประเทศเป็นที่ที่นักศึกษามักมานั่งเล่นพบปะพูดคุย แต่อย่าส่งเสียงรบกวนในบริเวณที่เค้าอ่านหนังสือกันล่ะ

ข้อ 3: หางานพิเศษทำ

เราอาจหารายได้พิเศษโดยการทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน งานที่นักเรียนไทยนิยมทำในต่างแดนคืองานในร้านอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟ พนักงานต้อนรับ พนักงานล้างจาน หรือไม่ก็ทำทุกอย่าง 😀  แต่ก็ยังมีงานประเภทอื่นๆ ที่เราสามารถทำได้ เช่น เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ส่งหนังสือพิมพ์ พาสุนัขเดินเล่น สอนภาษาไทย แจกใบปลิว เป็นล่าม เป็นต้น

แน่นอนว่าการหางานในต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุหนึ่งคือนายจ้างอาจจะอยากจ้างคนในประเทศเค้าเองมากกว่า หรือถ้าเป็นประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ถ้าจะจ้างคนต่างชาติก็อาจจะเลือกคนที่มาจากประเทศสมาชิกก่อน แต่ยังไงหากเราตั้งใจหาจริงๆ มันก็ต้องหาได้แหละน่า แนะนำให้ลองหางานที่เราเคยมีประสบการณ์ งานที่เกี่ยวกับประเทศไทยหรือต้องใช้ภาษาไทย งานที่สามารถทำผ่านอินเตอร์เน็ต หรืองานที่นายจ้างเป็นคนไทย  อ้อ! แล้วอย่าลืมฝึกภาษาที่ใช้กันในประเทศนั้นให้คล่องด้วยล่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องศึกษาด้วยว่าวีซ่านักเรียนที่เราถืออยู่อนุญาตให้ทำงานหรือไม่ ถ้าอนุญาต ทำได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากทำงานอย่างผิดกฎหมายอาจได้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินกลับประเทศแบบถาวร

ข้อ 4: ทำอาหารทานเอง

หลายคนอาจชอบทานอาหารนอกบ้านเพราะสะดวก อาหารรสชาติดี และเซลฟี่สวย แต่ถ้าทานบ่อยๆ เงินในกระเป๋าอาจรั่วไหลได้ การทำอาหารทานเองสามารถลดรายจ่ายค่าอาหารลงได้ (ถ้าไม่ซื้อล็อบสเตอร์หรือไข่ปลาคาเวียร์มาทำทุกวันอะนะ) แถมยังสนุกกว่าโดยเฉพาะเวลาทำอาหารกับเพื่อนๆ ถ้าอร่อยแล้วเอาไปแบ่งเพื่อนต่างชาติก็เป็นการสร้างมิตรภาพและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ถ้าไม่อร่อยก็อีกเรื่องนึง…

ในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจะมีพื้นที่สำหรับนำสินค้าใกล้หมดอายุมาลดราคาและวางขาย บางทีก็ลดมากกว่าครึ่งราคา เหมาะสำหรับเวลาที่เราต้องการซื้อมาปรุงทันที ไม่ได้กะว่าจะเก็บไว้ถึงวันรุ่งขึ้น

ข้อ 5: ช้อปปิ้งอย่างฉลาด

เวลาอยู่ต่างประเทศบางทีเราก็อดช้อปปิ้งไม่ได้  ก็ของแบรนด์ดังๆ มันถูกกว่าเมืองไทยนี่  ดังนั้นเราต้องคอยเตือนสติตัวเอง  เวลาเดินผ่านร้านโปรดให้ท่องในใจว่า “เรามาเรียน ไม่ได้มาเดินแบบ เรามาเรียน ไม่ได้มาเดินแบบ” อาจจะช่วยได้บ้าง 😀 แต่จะไม่ไปช้อปปิ้งเลยก็คงไม่ได้ เพราะเสื้อผ้าหรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ใช้ไปสักพักก็เก่าหรือชำรุดเสียหาย และบางคนก็อาจไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่ในฤดูหนาวมา

ถ้าเพื่อนๆ อยากประหยัดเวลาช้อปปิ้งแนะนำให้รอช่วงลดราคา ร้านค้ามักลดราคาสินค้าช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ช่วงเทศกาลคริสต์มาส โดยเฉพาะวันเปิดกล่องของขวัญ (Boxing Day) ก็เป็นวันที่ร้านค้าต่างๆ พากันลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ แต่อาจจะต้องทนเบียดกับผู้คนมากมายหรือรอต่อคิวอันยาวเหยียด ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลร้านเสื้อผ้ามักนำสินค้าของฤดูก่อนมาลด ดังนั้นหากจะซื้อเสื้อคลุมตัวใหม่หรือรองเท้าบูทคู่ใหม่แนะนำให้ซื้อหลังจากหมดฤดูหนาว ช่วงเวลาลดราคาเหล่านี้แหละเหมาะกับการช้อปปิ้งเป็นที่สุด

ยังไงก็ลองทำตามกันดู 5 วิธีนี้จะช่วยรักษาหุ่นของกระเป๋าสตางค์ของเพื่อนๆ ให้อ้วนท้วนสมบูรณ์อยู่เสมอ เงินเหลือเยอะแล้วอย่าลืมพาคนเขียนไปเลี้ยงข้าวด้วย ^^

คอมเมนต์ได้เลย!