โกหก ภาษาอังกฤษพูดว่ายังไง?

40490

งมเข็มในมหาสมุทรอาจหาง่ายกว่าคนที่เกิดมาแล้วไม่เคยโกหก เห็นด้วยไหมคะ? แม้การโกหกจะดูเป็นสิ่งไม่ดีแต่บางทีมันก็ช่วยให้เกิดสันติสุขเล็กๆขึ้นได้ เช่น โกหกแฟนว่าหุ่นดีแล้วไม่อ้วนหรอก หรืออาหารที่แฟนทำก็อร่อยดีนะ 555 อย่างไรก็ตาม ถึงจะเจตนาดีแต่ยังไงการพูดในสิ่งที่ไม่จริงก็ถือว่าเป็นการโกหกอยู่ดี! วันนี้เราจะมาดูกันว่า “โกหก” พูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไร

liar

คำที่นิยมใช้มากที่สุดคือคำว่า Lie (ลาย) ซึ่งเป็นได้ทั้งคำนาม (Noun) แปลว่าคำโกหก และคำกริยา (Verb) ที่แปลว่าโกหก

ตัวอย่างการใช้คำว่า Lie เป็นคำนาม เช่น
Never tell me a lie again! (อย่าโกหกฉันอีกเป็นอันขาด!)
Your lies pain me (คำโกหกต่างๆของเธอมันทำร้ายฉัน)

ตัวอย่างการใช้คำว่า Lie เป็นคำกริยา เช่น
Don’t lie to me (อย่ามาโกหกฉัน)
Are you lying to me? (นี่แกโกหกฉันอยู่ใช่ไหม?)

มีอีกคำที่เอาไว้ด่าใส่หน้าคนขี้โกหก นั่นก็คือคำว่า Liar (ไล อ่าร์) แปลว่า คนขี้โกหก

You are a liar (เธอมันคนขี้โกหก)
Don’t trust him, he is such a liar (อย่าไปเชื่อเขา เขาเป็นคนขี้โกหก)

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายศัพท์ที่มีความหมายในเชิงการโกหก การหลอกลวง ได้แก่

1. Bluff (บลัฟ): การหลอกให้หลงกล
Is he going to jump or is he only bluffing? (นี่เขากำลังจะโดดจริงหรือแค่หลอกให้หลงกลเฉยๆ)

2. Canard (แค นาร์ด): เรื่องเท็จ รายงานเท็จ
Look! It is a canard (ดูสิ นี่มันรายงานเท็จนี่)

3. Deceit (ดิ ซีท): การหลอกลวง
Finally, his deceits were revealed (ในที่สุดการหลอกลวงของเขาก็ถูกเปิดโปง)

4. Deception (ดิ เซพ เชิ่น): การหลอกลวง ตบตา
It wasn’t really magic – just some kind of clever visual deception (ไม่ใช่เวทย์มนต์อะไรหรอก มันก็แค่ภาพตบตาเจ๋งๆ)

5. Distortion (ดิส ทอร์ เชิ่น): การบิดเบือน
False retelling of events is an example of distortion (การเล่าเรื่องแบบผิดๆเป็นตัวอย่างของการบิดเบือน)

6. Equivocation (อิค ควิ เวอะ เค เชิ่น): การพูดกำกวม อ้อมค้อม
He answered openly without equivocation (เขาตอบคำถามอย่างเปิดเผย ปราศจากการพูดกำกวม)

7. Exaggeration (อิ๊ค แซก เจอะ เร เชิ่น): การพูดเกินจริง
Honestly, without any exaggeration, the fish was three metres long (นี่ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ ตัวปลามันยาวตั้ง 3 เมตรจริงๆ)

8. Fable (เฟเบิ้ล): เรื่องโกหก เรื่องที่แต่งขึ้น
What you have said is just a fable (ที่เธอพูดมามันเรื่องโกหกทั้งนั้น)

9. Fabrication (แฟ บริ เค เชิ่น): การปลอมขึ้นมา
The whole story about how her stepson died was a fabrication (เรื่องการตายทั้งหมดของลุกเลี้ยงเธอมันเป็นเรื่องปลอม)

10. Fairy tale (แฟรี่ เทล): เรื่องแหกตา เรื่องโกหก
He’s telling us another fairy tale about how great the software will be (เขากำลังเล่าเรื่องแหกตาเกี่ยวกับความดีงามของซอฟต์แวร์ตัวนี้ให้เราฟัง)

11. Fallacy (แฟล เลอะ ซี่): เรื่องหลอกลวง
It’s a common fallacy that women are worse drivers than men (เรื่องหลอกลวงที่รู้กันดีคือผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชาย)

12. Falsehood (ฟ้อลซ์ หูด): การโกหก
She doesn’t seem to understand the difference between truth and falsehood (ดูเหมือนว่านางจะไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างความจริงกับการโกหกนะ)

13. Falsify (ฟ้อลซิไฟย์): ปลอมแปลง
The certificate had clearly been falsified (ประกาศนียบัตรนี่ถูกปลอมแปลงชัดๆ)

14. Falsity (ฟ้อลซิติ): เรื่องปลอม
Believe me, it’s not the falsity (เชื่อฉันเถอะ มันไม่ใช่เรื่องปลอมนะ)

15. Fib (ฟิบ): โกหกเล็กๆน้อยๆ
I can tell he’s fibbing because he’s smiling! (ฉันบอกได้เลยว่าเขาโกหกอยู่ ก็เพราะเขากำลังยิ้มอยู่นั่นไงล่ะ!)

16. Fiction (ฟิค เชิ่น): เรื่องโกหก
When he’s telling you something, you never know what’s fact and what’s fiction (ตอนที่เขากำลังเล่าเรื่องบางอย่าง เธอไม่เคยรู้เลยว่าอันไหนเรื่องจริงกันไหนโกหก)

17. Half-truth (ฮ้าฟ ทรูท): เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง
I don’t care! half-truth is a whole lie (ฉันไม่สนใจหรอก เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างก็คือเรื่องโกหกนั่นแหละ)

18. Humbug (ฮัม บั๊ก): การหลอกลวง ต้มตุ๋ม
Don’t try and humbug me, tell me everything (อย่าแม้แต่จะลองหลอกฉัน บอกฉันมาให้หมดเดี๋ยวนี้)

19. Invention (อิน เว้น เชิ่น): การกุเรื่องขึ้น เรื่องที่กุขึ้น
Her story is a total invention (เรื่องของเธอน่ะมันเป็นเรื่องที่กุขึ้นทั้งหมด)

20. Jive (ไจ้ฟ์): หลอก เรื่องเหลวไหล
Quit jiving me and just tell me where you were! (เลิกหลอกฉันได้แล้ว แค่บอกมาซะทีว่าเธออยู่ไหน!)

21. Libel (ไล้ เบิ้ล): ใส่ร้ายป้ายสี
She threatened to sue that guy for libel (เธอขู่ว่าจะฟ้องผู้ชายคนนั้นข้อหาใส่ร้ายเธอ)

22. Mendacity (เมน แด ซิ ติ): การโกหก
You need to overcome this mendacity, or no one will ever believe anything you say (คุณต้องเอาชนะการโกหกนี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเชื่อที่คุณพูดอีกเลย)

23. Slander: คำพูดให้ร้าย ใส่ร้าย
She regarded his comment as a slander on her good reputation (หล่อนถือว่าคอมเม้นท์ของเขาเป็นคำพูดให้ร้ายต่อชื่อเสียงของเธอ)

24. Untruth (อัน ทรู้ท): คำโกหก
Don’t told him an untruth (อย่าโกหกเขาเชียว)

25. Whopper (ว้อพ เผอะ): การโกหกที่ร้ายแรง
He told us a real whopper (เขาเล่าเรื่องโกหกคำโตให้เราฟังเลยล่ะ)

มีแต่คำน่าสนใจทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ แหม เรื่องโกหกไม่ได้มีน้อยๆเลยนะเนี่ย ทุกคนอย่าลืมหยิบยกไปใช้บ้างนะคะ เพื่อความหลากหลายและมีสไตล์มากกว่าเดิม

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

นักพยายามเขียนผู้มีงานอดิเรกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวาดรูป ร้องเพลง อ่านหนังสือ ดูหนัง เที่ยวพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ หลายครั้งที่อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โมโห แต่ถ้าได้ดูซีรีส์หรือละครที่พระเอกหล่อๆอารมณ์ก็จะดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ถึงจะดูดุไปหน่อยแต่จริงๆใจดีนะ