เคยได้ยินคำว่า clause กันบ้างมั้ยคะทุกคน ???

ถ้าใครกำลังศึกษาเรื่องภาษาอังกฤษตอนนี้รับรองว่าไม่มีใครรู้จักคำว่า clause แน่ๆ เพราะมันสิงสู่อยู่ทุกการเขียนและการพูดภาษาอังกฤษของเราโดยที่เราไม่ทันได้สังเกต หรือเราอาจจะเคยเห้นแล้วแต่ไม่รู้ว่านี่เค้าเรียกกันว่า clause นะ วันนี้เราจึงจะมาอธิบายเรื่องของ clause ให้ทุกคนได้รูจักกันมากขึ้นกันค่ะ

คำว่า clause (คลอสฺ) หมายถึง อนุประโยค หรือประโยคย่อย เป็นส่วนที่มีความสำคัญมากในการสร้างประโยคภาษาอังกฤษ เมื่อนำมารวมกัน จะทำให้การเขียนภาษาอังกฤษดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จริงๆแล้ว clause นี่ประกอบไปด้วย ประธาน และกริยา ไม่ต่างกันกับประโยคที่เราเคยได้เรียนกันไปนั่นแหละค่ะ

Adj-vs-Adv

Clause แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Independent clause และ Dependent clause

1. Independent clause (อินดิเพ็นเดนทฺ คลอสฺ)

อธิบายก่อนว่าไอ้คำว่า independent แปลว่าอะไร?

Independent หมายถึง เป็นอิสระ ดังนั้น Independent clause จึงเป็นอนุประโยคที่อยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่ต้องไปพึ่งใคร เพราะตัวมันประกอบไปด้วย ภาคประธาน ภาคกริยา และมีความหมายที่สมบูรณ์ด้วยตัวของมันเอง

ตัวอย่างเช่น

  • He ran. (เขาวิ่ง)

จะสังเกตว่า ประโยคนี้ประกอบขึ้นจากสองคำเท่านั้นคือ สรรพนาม he ที่แปลว่า เขาผู้ชาย และกริยา ran ที่หมายถึง วิ่ง (เป็นกริยาในรูปของอดีต) ทำถือว่าประโยคนี้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ประโยคหนึ่งและเป็น Independent clause เพราะอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง

ลองดูตัวอย่างประโยคอื่นๆดูนะคะ

  • He ran (เขาวิ่งอย่างรวดเร็ว)
  • I was late to work. (เขาไปทำงานสาย)
  • The paper does not specify which type of format it must be in. (กระดาษไม่ได้ระบุว่ามันต้องอยู่ในรูปแบบไหน)

** สีน้ำเงิน แทน ประธาน

** สีเขียว แทน กริยา

2. Dependent clause (ดิเพนเดนทฺ คลอสฺ)

Dependent หมายถึง ที่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น นั่นล่ะค่ะคือลักษณะของ dependent clause หรืออนุประโยคที่อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ไอ้เจ้านี่ก็ประกอบไปด้วยประธานและกริยาเหมือนกันแหละค่ะ แต่ยังไม่เป็นประโยคที่สมบูรณ์นะคะ อ่าแล้วเหมือนรู้สึกว่ายังไม่จบประโยค นั่นทำให้มันไม่สามารถอยู่เดี่ยวๆได้ และมักจะต้องอยู่ติดไปกับ independent clause เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นประโยคที่สมบูรณ์

ตัวอย่างเช่น

  • Because I woke up late this morning…

Clause นี้บอกว่า เพราะว่าฉันตื่นสายในเช้าวันนี้….แล้วก็จบ… นั่นล่ะค่ะ อ่านแล้วค้างคาใช่มั้ยคะ ว่า อ้าวเฮ้ยแล้วไงต่อล่ะ นี่ล่ะทำให้ clause นี้ยังไม่สามารถเป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้ ต่อให้มีครบทั้ง ประธาน และกริยาก็ตาม

  • When we arrived in class…

Clause นี้บอกว่า เมื่อเรามาถึงห้องเรียน… ไม่มีอะไรบอกต่ออีกแล้ว อ่านแล้วค้างคาแน่นอน เพราะไม่ได้บอกต่อว่าเกิดอะไรขึ้น

  • If my neighbor does not pay his rent on time…

ส่วน Clause นี้บอกว่า ถ้าเพื่อนบ้านของฉันไม่จ่ายค่าเช่าตามเวลา… แค่นั้น อ้าว แล้วยังไง ไม่จ่ายค่าเช่าตรงเวลาแล้วจะทำยังไงต่อ จะขึ้นค่าเช่าหรือไล่ออกจากบ้านก็ว่ากันไป แต่นี่ไม่บอกอะไรต่อเลย

** สีน้ำเงิน แทน ประธาน

** สีเขียว แทน กริยา

บางครั้งเวลาเราอยากดูว่า clause นี้ ประโยคนี้เป็น dependent clause รึเปล่า มันก็มีสัญลักษณ์ที่สังเกตได้ง่าน โดยดูได้จากพวกคำเชื่อมอย่าง subordinating conjunctions (พวก after, as, although, because, before, even though, if, once, rather than, since, that, though, unless, until, when, whenever, whereas, while และอื่นๆอีกมากมาย) ถ้าขึ้นต้นด้วยคำเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็มักตามมาด้วย dependent clause ทั้งนั้นล่ะค่ะ

การเรียนและทำความเข้าใจในเรื่อง clause เหล่านี้จะทำให้เรารู้และเข้าใจวิธีการแต่งประโยคที่หลากหลายทั้ง ประโยคความรวม (compound sentence) ที่เกิดจาก independent clause ตั้งแต่สองประโยคขึ้นไปมารวมกัน หรือพวก complex sentence ที่เกิดจากการรวมกันระหว่าง independent และ dependent clause เรียนรู้ไว้รับรองว่าถ้าหากใครกำลังฝึกเรื่องการเขียนเป็นภาษาอังกฤษอยู่ ได้เอาไปใช้แน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Aims.edu

คอมเมนต์ได้เลย!