หลักการใช้ If clause แบบเข้าใจง่ายๆ

304958

If clause หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินในชื่อของ Conditional sentences (Conditional clause) ใครที่ชอบการตั้งเงื่อนไข ต้องทำความรู้จักกับเจ้านี่ไว้เลยนะครับ เพราะเจ้านี้เป็นประโยคที่บอกถึงเงื่อนไขของผู้พูด หรือเหตุการณ์สมมติ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

  • ส่วนของ main clause คือ ส่วนของประโยคหลัก เป็นประโยคที่แสดงผลของเงื่อนไขนั้นๆ
  • ส่วนของ if clause คือ ส่วนของเงื่อนไข หรือส่วนที่เป็นเหตุการณ์สมมติ

if-clause

If clause สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ หลักๆ ดังนี้

1. Type I (real conditional)

เป็น ประโยคแสดงเงื่อนไขที่สามารถเป็นความจริง หรือแสดงเงื่อนไขที่เป็นไปได้ ในปัจจุบัน หรืออนาคต

if + present simple, will-future

เช่น       If you read, you will pass the exam.

ถ้าคุณอ่านหนังสือ คุณก็จะสอบผ่าน

If I have time, I will help you.

ถ้าผมมีเวลาพอ ผมจะช่วยคุณเอง

If Bob tidies up the kitchen, Anita will clean the toilet.

ถ้าบ๊อบจัดครัวให้เป็นระเบียบ แอนนิต้าก็จะทำความสะอาดห้องน้ำ

2. Type II (unreal condition – present)

เป็นประโยคแสดงเงื่อนไขที่ไม่สามารถเป็นความจริง หรือเงื่อนไขที่ไม่สามารถเป็นไปได้ (อาจจะใช้เป็นการแนะนำ)

if + simple past, would + infinitive

เช่น If I were rich, my life would change completely.
ถ้าผมรวย ชีวิตของผมจะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ (I เป็นประธานเอกพจน์ตัวเดียวที่ต้องใช้ were ในประโยค If clause)

If I were you, I would go to the doctor.
ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไปหาหมอ (ในความเป็นจริงเราไม่สามารถเป็นคนอื่นได้ ประโยคนี้จึงเหมือนเป็นการแนะนำมากกว่า)

If I owned a lonely island, I would build a huge house by the beach.
ถ้าฉันเป็นเจ้าของเกาะส่วนตัวสักแห่ง ฉันจะสร้างบ้านหลังโตๆใกล้กับชายหาด

3. Type III (unreal condition – past)

เป็นประโยคแสดงเงื่อนไขในอดีต ที่ไม่สามารถเป็นจริงได้เลยในปัจจุบัน และเงื่อนไขนั้นตรงข้ามกันกับความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตด้วย

if + past perfect, would have + past participle

เช่น If it had been a home game, our team would have won the match.
ถ้าเราได้แข่งในบ้านของเรา ทีมของพวกเราต้องชนะแน่ๆ (แต่ความเป็นจริงทีมของพวกเราแพ้ไปแล้ว)

They would not have gone to the theater by car if the weather had been better.
พวกเขาจะไม่ขับรถไปโรงละครแน่ๆ หากอากาศดีขึ้นกว่านี้

If John had learned more words, he would have written a good report.
ถ้าจอห์นเรียนรู้คำศัพท์มากกว่านี้ เขาจะเขียนรายงานได้ดีขึ้น (ตอนนี้เขาเขียนรายงานได้ไม่ดี)

อย่างที่ได้บอกในข้างต้นที่ว่า ประโยค If clause ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนของ main clause  และส่วนของ if clause โดยทั้งสองส่วนนี้สามารถสลับตำแหน่งกันได้ แต่ถ้าส่วนของ if clause ขึ้นก่อน จะต้องมีเครื่องหมายคอมมา (,) คั่นอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าเอาส่วนของ main clause ขึ้นก่อน ก็ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมมา (,) เรื่องของเครื่องหมายคอมมาอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรื่องของการพูด แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เป็นเรื่องของการเขียน เราจะลืมเขียนไม่ได้นะครับ (ตัวตัดคะแนนเลยแหละ)

สำหรับภาษาไทยเราใช้ประโยคเงื่อนไขกันบ่อยๆอยู่แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ไปถ้าเราจะตั้งเงื่อนไขกับใครลองพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษสิครับ แล้วจะติดใจ

คอมเมนต์ได้เลย!