สุดยอดเทคนิค พิชิต IELTS ตอนที่ 2

1854

จากบทความแรก สุดยอดเทคนิค พิชิต IELTS ตอนที่ 1 คราวนี้เรามาต่อกันที่ Part Writing กับ Reading กันเลยค่ะ

Top 5 Tips พิชิต IELTS Writing

IELTS Writing จะแบ่งออกเป็น 2 Tasks คือ Task I ข้อสอบจะให้เราเขียนอธิบายข้อมูลที่อยู่ใน Graph, Diagram ต่างๆ โดยไม่ต้องแสดงความคิดเห็น และตัวข้อสอบ IELTS จะแนะนำให้เราใช้เวลา 20 นาทีในงานเขียนนี้ และควรเขียนให้ได้อย่างน้อย 120 คำค่ะ ส่วน Task II จะมีประเด็นหัวข้อมาให้ และให้เราแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ (Opinion from Experience) โดยต้องเขียนให้ได้อย่างน้อย 250 Words และแนะนำว่าควรใช้เวลาไม่เกิน 40 นาทีค่ะ ซึ่งเทคนิคที่จะช่วยให้พิชิตข้อสอบ IELTS Writing มีดังนี้ค่ะ

1. แบ่งเวลา Plan-Write-Check

เทคนิค Plan-Write-Check คือการวางแผนว่าจะเขียนอะไร ใช้เวลาเท่าไหร่ และต้องมีการตรวจสอบงานเขียนที่เขียนไปแล้วด้วย โดยดูทั้ง Grammar และ ความต่อเนื่อง สอดคล้องของเนื้อหาที่เขียนค่ะ เทคนิคคือ ควรแบ่งเวลา  Task I  20 นาที แบ่ง Plan-Write-Check เป็น 5-10-5 นาที และ Task II 40 นาที แบ่ง Plan-Write-Check เป็น 10-20-10 นาทีค่ะ

2. อย่าเขียนจำนวนคำน้อยกว่าที่กำหนด

เทคนิคคือ ให้ลองทำข้อสอบเก่า IELTS ดู โดยลองเขียนตัวโตๆ แล้วนับดูว่าในแต่ละบรรทัดเราเขียนได้ประมาณกี่คำ และจำให้ได้ว่า 150-250 คำ ที่โจทย์กำหนดเราจะต้องเขียนกี่บรรทัด เพราะเวลาไปสอบ IELTS ในสนามสอบจริงไม่ควรเสียเวลาไปกับการนับคำนั่นเองค่ะ และควรจะเขียนเผื่อๆเพิ่มไปอีก 1 บรรทัดเพื่อความชัวร์ค่ะ

3. อย่าลอกคำถามตรงๆ

ในพาร์ทการเขียน แนะนำว่า ไม่ควรลอกโจทย์คำถาม IELTS Writing มาเขียนตรงๆ เพราะทางกรรมการจะไม่นับจำนวนคำที่ลอกโจทย์มานั้นให้เราค่ะ  ดังนั้นเทคนิคคือ เราควรเขียนแบบ Paraphrase หรือทวนประโยคความหมายเดิม แต่เปลี่ยนคำศัพท์ใหม่ หรือสลับรูปประโยคใหม่ค่ะ

4. ตรวจไวยากรณ์และคำศัพท์เสมอ

สำหรับงานเขียนเราควรตรวจไวยากรณ์ คำศัพท์ การสะกดคำ และดูด้วยว่ามีการใช้คำศัพท์ฟุ่มเฟือยหรือไม่ แนะนำเลยว่า..เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้คำฟุ่มเฟือย ควรเปลี่ยนไปใช้synonyms แทนค่ะ

5. ฝึกทำข้อสอบเก่า IELTS Writing

เทคนิคข้อสุดท้ายคือ การฝึกทำข้อสอบเก่า และตรวจสิ่งที่เราเขียน เทคนิคนี้จะทำให้เราคุ้นเคยกับการทำข้อสอบ IELTS ตัดปัญหาการทำไม่ทันหรือการที่ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อไปค่ะ

ielts

Top 5 Tips พิชิต IELTS Reading

ทริคง่ายๆของการพิชิตคะแนน IELTS Reading คือ การที่เราต้องรู้ทันกับดักของข้อสอบไอเอลค่ะ หากเรารู้ทันกับดักเหล่านั้น คะแนน IELTS ก็จะเพิ่มขึ้นโดยที่แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ

1. กับดัก “การอ่านอย่างใจเย็น”

แบบค่อยๆ อ่านทีละบรรทัด หรืออ่านแบบ ไม่ได้โฟกัสว่าต้องการข้อมูลอะไรจากการอ่าน หรือทำข้อสอบ IELTS ไล่ไปทีละข้อคำถาม แล้วไปหาคำตอบ แต่ตอบคำถามนั้นไม่ได้ ก็ติดอยู่กับข้อนั้นจนเสียเวลาไปเปล่าๆ ดังนั้น ใน IELTS Part Reading เราควรต้องใช้ทักษะทั้งการอ่านแบบคร่าวๆและการอ่านเก็บรายละเอียดค่ะ

2. กับดัก ข้อแรกง่าย ข้อหลังยาก

แนะนำว่าไม่ควรเสียเวลากับข้อสอบ IELTS Reading ข้อแรกๆ เยอะเกินไปค่ะ เพราะ “ข้อสอบ IELTS  Part Reading นี้ ข้อหลังๆจะยากกว่า และต้องใช้เวลาทำนานกว่า หากเราบริหารเวลาในส่วนแรกๆดี จะทำให้ข้อหลังๆเรามีเวลาเหลือมากพอที่จะทำข้อสอบที่ยากกว่าได้ค่ะ” ซึ่งข้อสอบในพาร์ทนี้จะมีเวลาให้ 60 นาที ข้อสอบมี 3 Section เฉลี่ยแล้วก็จะเป็น Section ละ 20 นาที หากข้อสอบข้อแรกๆ ง่ายกว่า เราควรทำให้เสร็จก่อน 20 นาที จะได้มีเวลาทบไปทำในข้อหลังๆ มากขึ้น และมีเวลามากกว่า 20 นาทีในการทำข้อสอบค่ะ ซึ่งถ้าเราสามารถทำข้อสอบครบทุกข้อ คะแนนก็จะเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ

3. กับดักในคำถามประเภท “ให้เติมคำตอบแล้วบอกคำสั่ง”

เช่น “no more than two words” หรือ “no more than three words” หรือ “Three words or less” ซึ่งคำสั่งบอกมาว่า ห้ามเขียนคำตอบเกิน 3 คำ ดังนั้น เราต้องตอบตามที่ข้อสอบสั่งค่ะ โดยคำศัพท์ที่เราจะเอามาใช้เป็นคำตอบก็มาจากในPassage ที่ข้อสอบให้มานี่แหละค่ะ แต่เปลี่ยนรูปแบบ เช่น ใน Passage อาจเป็นประธานของประโยค แต่พอเราจะเอามาเป็นคำตอบอาจต้องเปลี่ยนรูปเป็นกรรม หรือ อาจอยู่ในรูปแสดงความเป็นเจ้าของ แต่คำศัพท์ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน Passage เราเพียงแค่เลือกคำศัพท์มาและใช้จำนวนคำไม่เกินที่คำสั่งระบุ และอย่าลืมว่า Article a, an, the จะนับเป็นหนึ่งคำด้วยนะคะ

4. กับดัก การสะกดคำผิด หรือลืมเติมs 

เช่น คำตอบต้องอยู่ในรูปพหูพจน์ แต่เราเขียนคำตอบในรูปเอกพจน์ ซึ่งหากเราติดกับดักข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก เพราะว่า คำถามอาจไม่ยากเลย และเราก็รู้คำตอบ เพียงแค่สะกดคำผิดเท่านั้น

 5. กับดัก “ไม่อ่านคำสั่ง”

กับดักข้อสุดท้ายข้อนี้จะดูง่ายมากๆ เลยค่ะ เป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะผิดพลาดเลย เพราะในการสอบ IELTS คำถามค่อนข้างที่จะละเอียดและมีหลายอย่างมาก เช่น คำสั่งให้เลือกมา 3 ข้อ แต่เราเลือกคำตอบที่ถูกต้องมาเพียงแค่ 2 ข้อ ก็จะถือว่าเราตอบผิด เพราะเราตอบไม่ครบ ถือว่าตอบไม่ตรงคำถามนั่นเองค่ะ หรือคำถาม IELTS มักจะถาม YES/ NO/  NOT GIVEN หรือTRUE/ FALSE / NOT GIVEN หากเราไม่อ่านคำถามหรือคำสั่งของข้อสอบ แล้วใช้คำตอบนอกเหนือจากที่กำหนด ถึงแม้ว่าความหมายจะเหมือนกันก็ไม่ได้นะคะ ก็จะถือว่าเราตอบผิดค่ะ

ดังนั้น ถ้าเรารู้ทันกับดัก 5 ข้อนี้ คะแนนในการทำข้อสอบ IELTS Part Reading ของเราก็จะเพิ่มขึ้นมาโดยที่เราไม่ยังไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ

และนี่ก็คือ เคล็ดลับสุดพิเศษที่ DailyEnglish นำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับคนที่ต้องการพิชิตคะแนน IELTS (International English Language Testing System) อ่านแล้วอย่าลืมนำไปทำตามนะคะ บอกได้เลยว่ามีประโยชน์มากๆ มาทั้งทริค เทคนิค แบบจัดเต็มจริงๆ ขอให้ทุกๆคนโชคดีกับการสอบ และได้คะแนนสวยๆมาเชยชมกันถ้วนหน้าเลยนะคะ

ขอบคุณที่มาข้อมูลและภาพประกอบ : Chulatutor

คอมเมนต์ได้เลย!