สำนวนเกี่ยวกับเวลามีอะไรบ้างนะ?

24748

วันนี้มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับสำนวนภาษาอังกฤษมาฝากกันค่ะ ซึ่งวันนี้ขอเสนอสำนวนเกี่ยวกับ “เวลา” เพราะหลายสำนวนเป็นสำนวนที่คุ้นหูคุ้นตาน่าจะเห็นกันได้บ่อยๆ เพื่อป้องกันการใช้หรือการแปลความหมายผิดพลาด เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าสำนวนเกี่ยวกับเวลาเหล่านี้มีอะไรบ้าง แล้วมีความหมายอย่างไร

timeidioms

Better late than never

แปลว่า การทำอะไรสักอย่าง ต่อให้ช้าสักแค่ไหน สายเพียงใด ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ตัวอย่างประโยค
All of us have been waiting for you for two hours – but better late than never.
(เราทั้งหมดรอคุณมาตั้งสองชั่วโมงแน่ะ – แต่เอาเถอะ มาช้ายังดีกว่าไม่มา)

Living on borrowed time

แปลว่า มีชีวิตที่ตกอยู่ในอันตราย มาจากความหมายตรงตัวที่ว่า “ยืมเวลามาใช้” ก็เหมือนเราหยิบยืมอะไรมา สุดท้ายก็ต้องคืน ดังนั้น หากเรายืมเวลามาใช้ แล้วต้องคืนให้ไป ชีวิตเราก็ไม่มีเวลาเหลือ เท่ากับว่า ตกอยู่ในช่วงอันตรายนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างประโยค
I’ve got cancer – I’m living on borrowed time.
(เพราะฉันเป็นมะเร็ง ตอนนี้ฉันจึงใช้ชีวิตอยู่ในช่วงอันตราย)

Against the clock

แปลว่า การทำอะไรที่ต้องรีบเร่งแบบที่เรียกได้ว่า  “แข่งกับเวลา”

ตัวอย่างประโยค
The team was working against the clock to finish the project on time.
(ทีมงานกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้โปรเจ็คต์เสร็จให้ทันกำหนด)

 He was working against the clock to finish his presentation in time for the upcoming conference.
(เขากำลังเร่งปั่นงานแข่งกับเวลา เพื่อให้พรีเซนเทชั่นเสร็จทันใช้ในการประชุมที่กำลังจะเริ่มนี้)

Big time

แปลว่า ช่วงเวลาที่สำคัญ ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ หรือในบางบริบทสามารถมีความหมายว่า ประสบความสำเร็จ ก็ได้เช่นกันค่ะ

ตัวอย่างประโยค
A bit-part actor who finally made the big time in Hollywood.
(มีนักแสดงเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จได้ในฮอลลีวู้ด)

She’s a talented violinist, but she’s not ready for the big time.
(เธอเป็นนักไวโอลินที่มีความสามารถนะ แต่เธอยังไม่พร้อมสำหรับงานที่ยิ่งใหญ่หรอก)

Have the time of your life

แปลว่า มีเวลาที่ดี มีช่วงชีวิตที่ดี มีความสุข

ตัวอย่างประโยค
We went to Florida last winter and had the time of our lives.
(ฤดูหนาวที่ผ่านมาเราไปเที่ยวฟลอริดากัน มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ เลย)

I gave my mother a trip to London, and she had the time of her life.
(ฉันซื้อตั๋วไปลอนดอนให้แม่ของฉัน และนั่นมันทำให้แม่มีความสุขมาก)

Time flies

แปลว่า เวลาผ่านไปเร็วมาก (เปรียบเหมือนเวลาบินได้)

ตัวอย่างประโยค
Time flies when you are having fun.
(ช่วงเวลาทีเราสนุก เวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ)

Time is money

แปลว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง

ตัวอย่างประโยค
I can’t wait here all day. Time is money, you know?
(ฉันนั่งรอเฉยๆ แบบนี้ทั้งวันไม่ได้นะ เวลาฉันเป็นเงินเป็นทอง คุณรู้ไหม?)

Once in a blue moon

แปลว่า นานๆ ครั้ง  มีที่มาจากการเปรียบเปรย ถึงพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon) คือ พระจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือนนั้น (ตามปกติพระจันทร์จะเต็มดวงเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น) นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย จึงเป็นที่มาของสำนวนนี้ค่ะ

ตัวอย่างประโยค
Once in a blue moon I go to the cinema, only when there’s a film I really, really want to see.
(นานๆ ทีฉันจะไปโรงหนังสักครั้ง เฉพาะตอนที่มีหนังที่ฉันอยากดูเท่านั้นแหล่ะ)

I’m very careful about what I eat so it’s only once in a blue moon I eat fast food.
(ฉันค่อนข้างจะใส่ใจเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก นานๆ ครั้งฉันถึงจะกินอาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ด)

Because I live abroad, I get to see my parents once in a blue moon.
(เพราะว่าฉันอยู่ต่างประเทศ นานๆ ครั้งฉันจะเจอครอบครัวสักที)

On the spur of the moment

แปลว่า สิ่งที่นึกขึ้นมาแล้วก็ทำเลยโดยไม่ได้ไตร่ตรอง สิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลัน ปัจจุบันทันด่วน

ตัวอย่างประโยค

It was something I bought onthe spur of the moment, and I’ve regretted it ever since.
(มันเป็นของที่ฉันซื้อมาแบบไม่ได้ทันฉุกคิด มันทำให้ฉันรู้สึกเสียใจตั้งแต่นั้นมาว่าซื้อมาได้ยังไงกัน)

We decided to go Japan on the spur of the moment.
(เราตัดสินใจไปเที่ยวญี่ปุ่นกันแบบกะทันหัน)

และนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสำนวนเกี่ยวกับเวลาที่เราจะได้เห็นหรือได้ใช้กันบ่อยๆ นะคะ ที่จริงแล้วสำนวนเกี่ยวกับเวลายังมีอีกมากมายเลยค่ะ  อย่าลืมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันให้คล่องแคล่วนะคะ จะได้มีภาษาพูด ภาษาเขียน ที่ดูเก๋ ดูชิค ดูคูล เพิ่มขึ้นกันอีกค่ะ

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

ร่าเริง สดใส หลงใหลในอาหาร ชื่นชอบการเขียนงาน เบิกบานเวลาท่องเที่ยว :)