Semicolon ใช้ยังไง มาดูกัน!

20555

เครื่องหมาย semicolon (;) นอกจากจะใช้พิมพ์หน้าหลิวตาแล้ว 😉  ยังมีหน้าที่อื่นที่สำคัญอีกนะ เราอาจจะเคยเรียนมาว่าเราสามารถใช้เครื่องหมาย full stop หรือ period (.) และเครื่องหมาย comma (,) แทน semicolon ได้ในหลายกรณี แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ semicolon นั้นให้ความรู้สึกต่างออกไปเวลาอ่านและบางครั้งยังช่วยให้ผู้อ่านไม่สับสน

semicolon-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99

หลักการใช้ semicolon สรุปได้ 4 ข้อดังนี้ครับ

1. ใช้เชื่อมประโยคที่มีความคิดเชื่อมต่อกัน และทั้งสองประโยคเป็นประโยคที่สมบูรณ์

ตัวอย่างเช่น

  • Some people eat rice with a fork; others eat it with a spoon.
    (บางคนทานข้าวด้วยส้อม แต่บางคนทานด้วยช้อน)

จะเห็นว่าประโยคที่อยู่หลัง semicolon มีความคิดเชื่อมต่อกับประโยคที่อยู่หน้า semicolon ในแง่ที่ว่า ทั้งสองประโยคกล่าวถึงการทานข้าวของคน แต่ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน

  • He looked nervous; he kept pacing back and forth.
    (เขาดูกระวนกระวายนะ เดินไปเดินมาอยู่หลายรอบเชียว)

เราใช้ semicolon เชื่อมสองประโยคนี้เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงทางความคิด นั่นคือระหว่างการกระวนกระวายและการเดินไปเดินมาซ้ำๆ

จริงๆ แล้วในทั้งสองตัวอย่างนี้เราจะใช้ full stop ก็ได้ไม่ผิดอะไร เพียงแต่ความเชื่อมโยงระหว่างสองประโยคอาจไม่ชัดเจนเท่ากับเวลาใช้ semicolon

2. ใช้เชื่อมประโยคที่ขึ้นต้นด้วยวลีหรือคำวิเศษณ์ที่ใช้เชื่อมความเข้ากับประโยคข้างหน้า  

ตัวอย่างวลีเช่น “for example” “that is to say” “as a result” ตัวอย่างคำวิเศษณ์เช่น “however” “therefore”  “moreover” เช่นเดียวกับหลักข้อแรก ทั้งสองประโยคต้องเป็นประโยคสมบูรณ์ เรามาดูตัวอย่างกัน

  • I went to the bookshop; however, I didn’t find any book I wanted to buy.
    (ฉันไปที่ร้านหนังสือ แต่ก็ไม่เจอหนังสือที่ฉันอยากจะซื้อ)
  • Your dog came into my house; in addition, he ate my pizza.
    (น้องหมาของเธอเข้ามาในบ้านฉัน แล้วยังกินพิซซ่าของฉันเข้าไปอีก)

หรือจะใช้ full stop แทน semicolon ในกรณีเหล่านี้ก็ได้ไม่ว่ากัน

3. ใช้คั่นระหว่างรายชื่อหรือรายการที่มี comma

ตัวอย่างเช่น

  • This year I travelled to Istanbul, Turkey; Paris, France; and London, England.
    (ปีนี้ฉันเดินทางไปกรุงอิสตันบูลประเทศตุรกี กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส และกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ)
  • Our guests are Natalie, a lady from the Netherlands; Oliver, a businessman from Sweden; and Hugo, a professor from France.
    (แขกของเราคือ คุณนาตาลีสุภาพสตรีจากเนเธอร์แลนด์ คุณโอลิเวอร์นักธุรกิจจากสวีเดน และคุณฮิวโก้ศาสตราจารย์จากฝรั่งเศส)

กรณีนี้ใช้ full stop แทน semicolon ไม่ได้นะ!

4. หากในประโยคมี comma หลายตัว เราสามารถใช้ semicolon นำหน้าคำเชื่อมได้

เช่น “and” “but” “or” เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสน

  • Some people eat with a fork, spoon and knife; but others, including me, eat with chopsticks.
    (บางคนทานข้าวด้วยส้อม ช้อน และมีด แต่บางคนรวมถึงฉันด้วยทานข้าวด้วยตะเกียบ)
  • When I finish my work, and I will soon, I’ll come to you; and that is my promise.
    (เมื่อผมทำงานเสร็จ ซึ่งก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ผมจะไปหาคุณ ผมสัญญานะ)

นอกจากนี้ไม่ว่าเราจะใช้ semicolon ในกรณีใดก็ตาม เราจะไม่เริ่มคำที่ตามหลัง semicolon ด้วยตัวอักษรใหญ่ (capital letter)  ซึ่งไม่เหมือนการใช้ full stop

แบบนี้ไม่มีนะครับ I like apples; You like oranges.
ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น I like apples; you like oranges.

จากหลัก 4 ข้อจะเห็นว่าในหลายกรณีเราสามารถใช้ full stop แทน semicolon ได้  อ้าว แล้วเราจะใช้ semicolon ไปทำไม  ก็เพื่อต้องการเน้นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างประโยคยังไงล่ะ  หากเราใช้ semicolon อย่างถูกต้อง รับรองว่างานเขียนของเราดูดีมีชาติตระกูลขึ้นแน่นอนครับ 😉

ขอบคุณที่มา Grammar Books

คอมเมนต์ได้เลย!