8 วิธี “Say No” แบบถนอมน้ำใจ

4846

“No” แปลว่า “ไม่” เป็นคำศัพท์พื้นฐานที่ทุกคนรู้จักดี เคยได้ยินไหมคะ ที่มีคนบอกไว้ว่า ถ้าไม่รู้จะตอบภาษาอังกฤษยังไงก็ให้ตอบ “Yes”, “No”, “OK” ไว้ก่อน แต่คำพูดนี้เป็นแค่มุกตลกนะคะ ไม่ใช่เรื่องที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง

โดยเฉพาะการ Say No หรือการตอบปฏิเสธนี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ลองคิดดูสิคะ ว่าขนาดเป็นภาษาไทย เวลาเราจะบอกปฏิเสธใคร เราจะตอบแค่ “ไม่” แล้วจบไปแบบนี้ได้ตลอดเหรอคะ? เราก็ไม่สามารถทำได้ค่ะ เพราะจะทำให้ดูห้วน ไม่สุภาพ และดูแข็งกระด้างสุดๆ บางคนแก้ปัญหา หลีกเลี่ยงการ Say No แบบแล้งน้ำใจ ด้วยการ Say Yes ไปหมดเสียทุกสิ่ง แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องนะคะ ดังนั้น เราจะมาแนะนำวิธีการ Say No แบบที่พูดแล้วดูดี ถนอมน้ำใจอีกฝ่าย ทำให้ทั้งคนพูดและคนฟังยังมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันค่ะ

I can’t give you an answer right now, will you check back with me?

ฉันไม่สามารถให้คำตอบคุณตอนนี้ได้ ไว้ค่อยกลับมาถามอีกทีได้ไหมคะ 

คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ไม่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงแบบไร้เยื่อใย แต่จะเป็นการเลี่ยงการ Say No ตรงๆ ด้วยการขอคิดดูก่อนอีกครั้ง

I want to, but I can’t.

ฉันก็อยากทำอยู่นะ แต่ว่าฉันไม่ว่างน่ะสิ

คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ถนอมน้ำใจมาก เพราะเป็นการตอบที่แสดงให้เห็นว่าเรา อยากไป อยากทำ (I want to) ตามที่คนถามได้เอ่ยชวนเรา แต่เราไม่สะดวกที่จะทำเช่นนั้น

I’m not able to commit to that right now.

ฉันไม่สะดวกจะรับปากตอนนี้นะ

คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ผลัดไปก่อน เลี่ยงการตอบไปก่อน เพราะอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ อาจใช้ในสถานการณ์ที่คนถามต้องการคาดคั้นเอาคำตอบ ณ ขณะนี้ แต่เราดันไม่สามารถรับปากได้ ก็สามารถใช้ประโยคนี้ได้ค่ะ

I really appreciate you asking me, but I can’t do it.

ขอบคุณที่ถามนะคะ แต่ฉันไม่สะดวกที่จะทำจริงๆ

คำตอบนี้เป็นคำตอบปฏิเสธแบบถนอมน้ำใจด้วยการมีความรู้สึกขอบคุณ แม้จะไม่มีคำว่า Thank you ในประโยค แต่ความรู้สึกขอบคุณนั้น สามารถสื่อได้ด้วยวลีที่ว่า I really appreciate ค่ะ เป็นการตอบที่แสดงให้เห็นว่า เราขอบคุณที่เอ่ยปากถามหรือเอ่ยปากชวนเรานะ แต่งานนี้เราไม่สามารถไปได้หรือร่วมได้จริงๆ

I understand you really need my help, but I’m just not able to say yes to that, I’m sorry.

ฉันเข้าใจนะคะว่าคุณต้องการความช่วยเหลือ แต่ฉันเสียใจจริงๆ ค่ะที่ไม่สามารถช่วยได้

คำตอบนี้เป็นคำตอบปฏิเสธแบบมีความเห็นอกเห็นใจคนที่มาถาม ด้วยการแสดงความเข้าใจการขอความช่วยเหลือของเขาจริงๆ แต่เราไม่สามารถช่วยได้ เพราะอาจจะนอกเหนือความสามารถของเรา แทนที่จะ Say No ห้วนๆ เราก็สามารถแสดงความเห็นใจอีกฝ่ายได้ด้วยประโยคนี้ค่ะ I understand you really need my help

I’m going to say no for now. I’ll let you know if something changes.

ตอนนี้ฉันต้องขอตอบปฏิเสธก่อนนะคะ แต่ถ้าฉันเปลี่ยนใจแล้วจะบอกอีกทีนะคะ

คำตอบนี้เป็นคำตอบปฏิเสธแบบกึ่งรับปาก กึ่งปฏิเสธ ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการการทบทวนหรือตัดสินใจก่อนจึงจะสามารถให้คำตอบได้

I’m honored that you would ask me, but my answer is no.

ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่คุณเอ่ยชวน แต่ว่าฉันคงต้องขอปฏิเสธนะคะ

คำตอบนี้เป็นคำตอบปฏิเสธที่ควรใช้ในสถานการณ์ที่ผู้เอ่ยถามมีตำแหน่ง อายุ หรือวุฒิภาวะที่สูงกว่าเรา ซึ่งอาจจะเป็นการเอ่ยถามถึงการช่วยงาน หรือนำเสนอตำแหน่งให้เรา แต่หากเรารู้สึกไม่สะดวกใจ ก็สามารถใช้ประโยคนี้ในการปฏิเสธได้ โดยคีย์เวิร์ดของการใช้ประโยคนี้ที่ทำให้ดูสุภาพและมีมารยาท คือ I’m honored that you would ask me

No, I can’t do that, but here’s what I can do…

ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่าฉันทำ…นี้ได้นะคะ

คำตอบนี้เป็นคำตอบปฏิเสธที่ไม่เชิงปฏิเสธเสียทีเดียว แต่เป็นการเสนอตัวช่วยเหลือในด้านอื่นแทนค่ะ ด้วยประโยคที่ว่า but here’s what I can do………

และนี่ก็คือตัวอย่างประโยคที่ใช้ปฏิเสธแบบถนอมน้ำใจค่ะ อย่าลืมเอาไปฝึกพูดให้คล่องนะคะ คราวหน้าเมื่อต้องการจะปฏิเสธอะไร จะได้มีอะไรให้พูดมากกว่าแค่คำว่า “No” ค่ะ : )

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

ร่าเริง สดใส หลงใหลในอาหาร ชื่นชอบการเขียนงาน เบิกบานเวลาท่องเที่ยว :)