บอกทางภาษาอังกฤษ…ง่ายนิดเดียว

53764

คนไทยอย่างเราก็โชคดีนะครับที่ประเทศเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวไหลเข้ามาจากต่างแดนเต็มไปหมด ทั้งชาวยุโรป อเมริกัน หรือแม้แต่คนเอเชีย (โดยเฉพาะพี่จีน) ทำให้เศรษฐกิจคึกคัก พ่อค้าแม่ค้ายิ้มกันถ้วนหน้า

แต่สำหรับบางคนที่ไม่ช่ำชองเรื่องภาษา การเผชิญหน้ากับฝรั่งที่ถือแผนที่เข้ามาถึงกับทำให้หน้าถอดสีเลยทีเดียว อะอ้าววว คนอื่นมีตั้งเยอะแยะไม่ถาม ทำไม๊ทำไมต้องเป็นเราด้วย(วะ)เนี่ย วันนี้ผมจึงมาบอกวิธีง่ายแสนง่ายที่จะทำให้เราตอบคำถาม หรือให้ทิศให้ทางกับนักท่องเที่ยวแบบไม่มีการขายหน้าอย่างแน่นอน ขอแบ่งเป็น 2 กรณีละกันนะครับ

1. คุณรู้ทาง…จัดไปเลย

———————————————————————————————
Where do you want to go? I’ll help you. (อยากไปไหนครับ เดี๋ยวผมบอกทางให้)
———————————————————————————————

ร้อนก็ร้อน แผนที่ก็ดูไม่รู้เรื่อง ถามใครก็เบือนหน้าหนีกันหมด พอเจอเราออกตัวแบบนี้นักท่องเที่ยวรักตายเลยครับ ถ้าสถานที่อยู่ใกล้แถมเรารู้ทางด้วยทุกอย่างก็ง่ายมาก เพียงจำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับการบอกทิศทางให้ได้ก็พอ ซึ่งหลักๆก็คือตรงไปกับให้เลี้ยวนั่นเอง หลายคนคงพอรู้อยู่แล้วนะครับ เอ้าเรามาทวนกันดู

  • You need to go straight ahead (เดินตรงไปเลย)
  • Then make a right/left turn (จากนั้นเลี้ยวซ้าย/ขวานะ)

————————————–
We’re at… – ตอนนี้พวกเราอยู่ที่…
————————————–

พอเสนอตัวแล้วก็บอกเค้าไปซะว่าเราอยู่ไหนกันแน่ ฝรั่งบางคนมาเที่ยวครั้งแรกเนาะ ก็ต้องเข้าใจว่าเค้าคงไม่รู้จริงๆหรอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหนแล้ว ถึงเวลาทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีก็คราวเนี้ย เล็งจุดบนแผนที่ให้ดีแล้วก็จิ้มบอกเค้าไปซะว่า “Right now, we’re at Huaykaew Road” (คือตอนนี้เราอยู่บนถนนห้วยแก้วนะครับ)

————————————————————————
It’s just around the corner – ใกล้แล้วๆ ตรงหัวมุมข้างหน้านี่เอง

————————————————————————
กรณีสถานที่อยู่ในระยะเผาขนก็พูดง่ายๆแบบนี้แหละครับ ไหนๆก็ไหนๆเดินไปส่งเค้าด้วยสิ (Let me walk you there.) โอ้โหน่าประทับใจขนาดนี้ สร้างภาพลักษณ์ดีๆได้สบาย งานนี้ฝรั่งได้รู้เลยว่าคนไทยมีน้ำใจจริงๆนะ

——————————————————————–
You have to go that way – เดินไปทางนั้นเลย (ชี้นิ้วไปด้วย)

——————————————————————–
สำหรับระยะกลางๆพอเดินเท้าได้ อย่าลืมบอกระยะทางคร่าวๆด้วยนะ เดี๋ยวแทนที่จะช่วยกลับทำให้ฝรั่งหลงทาง เช่น Go that way for about 500 meters, then turn left. (เดินไปทางนั้นซักครึ่งกิโลนะคุณ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเลย) จังหวะนี้จะไปตรง-ซ้าย-ขวายังไงก็แล้วแต่สถานการณ์

———————————————————————————————————
It’s too far to walk. You should take a cab. (ไกลขนาดนี้เดินไม่ไหวมั้ง เรียกแท็กซี่ดีกว่าจ้ะ)
———————————————————————————————————

แต่ถ้าจุดหมายมันไกล๊…ไกลเหลือเกิน ก็ให้เค้านั่งแท็กซี่ไปเถอะครับ ประหยัดทั้งเรี่ยวแรงและเวลาด้วย cab ในที่นี้คือรถแท็กซี่ จะเปลี่ยนเป็น bus, van, sky train etc. ได้ตามสะดวกเลยนะครับ อย่างว่าแหละ มันมีช่องทางให้เลือกเยอะแยะ จากนั้นก็ปล่อยให้คนขับเค้าสานต่อ เราทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมแล้ว

Tips: แถมคำศัพท์เกี่ยวกับเส้นทางนิดนึง ที่เจอบ่อยๆก็มี junction (สามแยก) intersection (สี่แยก) traffic light (ไฟจราจร) lane (ซอย) on the other side of the road (อยู่บนฝั่งตรงข้ามถนน)

giving-directions-opt

2. งงด้วยคน ไปทางไหนเนี่ย??

ในทางกลับกันถ้าคุณไม่รู้ทางเลยก็อย่าทะลึ่งพยายามไปบอกทางเค้านะครับ มันมีหลายวิธีที่จะช่วยเค้าได้ อย่าเพิ่งยอมแพ้แล้วโพล่งออกไปว่า “Sorry, I don’t speak English” (โทดทีครับ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้) แหม่…แล้วที่พูดออกมานี่มันไม่ใช่ภาษาอังกฤษรึไงกัน….ไม่ได้ๆ เราต้องรักษาฟอร์มไว้ก่อน

————————————————————————————————–
I don’t know the way. But I’ll try to help you. (ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมจะลองช่วยดูนะ)
————————————————————————————————–

จากนี้ไปจะเป็นวลีเด็ดๆที่ใช้เพื่อ “เอาตัวรอด” ล้วนๆครับ ปกติแล้วเราจะพูดว่า “I don’t know” เฉยๆเวลาไม่รู้ แบบนี้เสียหน้าแย่เลย แค่เสริมไปหน่อยว่าเราจะพยายามช่วย แค่นี้นักท่องเที่ยวก็ซึ้งใจแล้วครับ จากนี้ไปพยายามงดพูดว่า “ไอ ด๊อนท์ โนว์” หัวชนฝาแล้วเดินจากไปแบบนี้นะครับ

——————————————————————-
Let me ask someone who knows. (เดี๋ยวถามผู้รู้ให้แล้วกัน)
——————————————————————-

เฮ้ย นี่มันโบ้ยความรับผิดชอบให้คนอื่นนี่นา…. ไม่ใช่หรอกครับ มันเหมือนกับการ “ส่งไม้ต่อ” ต่างหาก อย่างน้อยถ้าเราไม่รู้ก็ช่วยถามคนแถวๆนั้นดูก็ได้ ว่าแล้วก็บอกฝรั่งว่า Just a moment. (รอแป๊บนึงนะ) ไปถามคนแถวนั้นเป็นภาษาไทยมาให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับมาบอกทางให้ตามข้อ 1. ต่อไป ห้า่มชิ่งนะครับ (ฮ่าๆๆ)

———————————————————————-
You should ask a tourism officer. (ถามเจ้าหน้าที่ดีกว่าครับ)
———————————————————————-

สุดท้ายถ้าไม่รู้จริงๆก็ให้เค้าโทรถาม call center ดีกว่าครับ เบอร์โทรของบริการให้ข้อมูลการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคือ 1672 (ไปสืบมาเรียบร้อย) อาจพูดว่า “The number is 1672.” แล้วก็ส่งไม้ต่อให้เจ้าหน้าที่อีกที

เป็นไงบ้างครับ แค่เรื่องถามทางนี่จิ๊บๆมากเลยใช่มั้ย คราวหน้าเจอนักท่องเที่ยวหลงทางอย่าลังเลครับ เข้าไปช่วยเล้ย นอกจากจะได้ความรู้สึกดีๆกลับมาแล้วยังมีโอกาสได้ฝึกภาษาอังกฤษฟรีๆด้วย แบบนี้เรียกว่าคุ้มสุดๆ!

คอมเมนต์ได้เลย!