5 เทคนิคโดนใจ นำไปใช้ในห้องสอบ GAT!

336

ข้อสอบ GAT นี้แบ่งออกเป็นหลาย Part ซึ่งก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป แต่ถ้าหากเราเตรียมตัวอย่างดีแล้วล่ะก็ไม่ต้องกลัวไปนะจะต้องรับมือได้อย่างแน่นอน ทุกคนควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าห้องสอบ ไม่เครียดจนเกินไปแต่ก็ไม่สบายจนเกินไปและอย่าลืมเผื่อเวลาที่จะเช็คข้อมูลก่อนส่งกระดาษคำตอบด้วยนะ ส่วนเรื่องเทคนิคที่ว่านั้นก็มีดังนี้ค่ะ

gattips

1. อ่านโจทย์ให้รอบครอบ

การอ่านโจทย์ให้รอบคอบนี้หมายถึงว่าเราจะต้อง “ตีให้แตก” ว่าข้อสอบข้อนี้ต้องการให้เราทำอะไร บางข้ออาจจะให้ตอบคำถาม ในขณะที่บางข้อก็อาจจะให้เราหาความหมายที่เหมือนกับโจทย์ หรือบางทีเขาก็อาจจะให้เราหาคำที่ผิดไวยากรณ์ในประโยค เพราะฉะนั้นการอ่านโจทย์ให้รอบคอบจึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

2. อย่ากังวลหากแปลไม่ออก

หลายคนมักจะตกใจกับคำศัพท์ที่หน้าตาแปลกๆ หรือไม่เคยเห็นมาก่อนจนทำให้ตัดสินใจที่จะเดาก่อนที่จะลองคิดดีๆ ซึ่งจริงๆ แล้วการทำข้อสอบให้ถูกนั้นเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้คำศัพท์ทั้งหมด เราสามารถสังเกตได้จากบริบทรอบข้างว่าศัพท์คำนี้น่าจะแปลว่าอะไร หรือมี Part of Speech คืออะไร เท่านี้ก็จะช่วยให้เราตีความโจทย์ได้มากขึ้นแล้ว

3. อย่าโดนตัวเลือกหลอกนะ

หลังจากอ่านโจทย์อย่างถี่ถ้วนแล้วสิ่งที่เราควรจะทำนั้นก็คือนึกคำตอบออกมาเองก่อนที่จะอ่านตัวเลือก เพราะบางคนเวลาเจอตัวเลือกหลายๆ ข้อแล้วก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนจนลืมความเข้าใจเดิมของตัวเองและเลือกข้อผิดในที่สุด ควรระวังมากๆ เลยนะ

4. ดู Tense ของโจทย์ให้ดี

Tense แปลว่า ‘เวลา’ ดังนั้นแล้วสิ่งแรกๆ ที่เราควรทำหลังจากอ่านโจทย์คือดูให้ออกว่าโจทย์นั้นเกิดในช่วงเวลาไหน อดีต ปัจจุบัน หรือว่าอนาคต และส่วนมากโจทย์ก็มักจะให้คำใบ้มาเสมอเช่น last week, in the future หรือ by the time เป็นต้น

5. หาประธาน(Subject) และกริยา(Verb) ในโจทย์ให้เจอ

เมื่ออ่านโจทย์แล้วเราก็ควรจะขีดเส้นใต้เจ้าประธานและกริยาเอาไว้ให้ชัดๆ เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่โจทย์กำลังตามหา และจะเป็นประโยชน์สุดๆ สำหรับ Part ที่เป็น Grammar เราจะได้ไม่โดนโจทย์หลอกนะ เพราะบางครั้งโจทย์ยาวเหยียดแต่กลับได้ใจความแค่สั้นๆ เท่านั้น ถ้าหากเรามัวแต่ตกใจกับความยาวของโจทย์แล้วก็อาจจะดูพลาดได้นะว่าอะไรคือ Subject และ Verb ของประโยคที่แท้จริง

คอมเมนต์ได้เลย!