กลับมาอีกครั้งกับ English with Jokes เราจะมาต่อเนื่องกับเรื่องขำขันของเหล่าครูกับนักเรียนกันนะคะ เพราะแน่นนอนว่าเป็นลิ้นกับฟันกันในห้องเรียนกันมาแต่ชาติปางไหน เรื่องกวนๆของกันและกันคงไม่จบแค่นั้นแน่ มีทั้งการตอกกลับของทั้งครูและนักเรียน ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร และอย่าลืมทำเหมือนเดิมนะคะ อย่าเพิ่งเลื่อนไปอ่านความหมายด้านล่าง ลองแปลกันเองดูก่อน

joke-2

คาบที่ 1 วิชาแนะแนว (Guidance)

ครูประจำชั้นเรียกด.ญ.แมรีไปสอบถาม

Teacher: Are you good at arithmetic?
Mary: Well, yes and no.
Teacher: What do you mean, yes and no?
Mary: Yes, I’m not good at arithmetic.

ครู : หนูเก่งด้านคณิตศาสตร์หรือเปล่า
แมรี: ก็… ใช่ และก็ไม่ค่ะ
ครู: หนูหมายความว่ายังไงที่ว่า ใช่ และก็ไม่น่ะ
แมรี: ใช่ค่ะ หนูไม่เก่งในวิชาคณิตศาสตร์เลย

อันนี้จะมีคำว่า arithmetic (แอริธเมทิก) ที่มีความหมายถึงวิชา คณิตศาสตร์ เหมือนกับคำว่า mathematics นั่นแหละค่ะ ด.ญ.แมรี่ในที่นี้เลยตอบไปแบบกวนๆว่าใช่ค่ะ หนูไม่เก่งคณิตเลย

คาบที่ 2 ภาษาอังกฤษ (English)

English teacher: Jamie, give me a sentence beginning with “I”
Jamie: “I” is …
English teacher: No, Jamie, you must always say “I am”.
Jamie: Okay. “I” am the ninth letter of the alphabet.

Joke นี้เล่นเรื่องของการใช้ verb to be ปกติแล้วถ้าประธานเป็นคำว่า I เราต้องใช้ am เพื่อจะเกิดประโยคว่า ฉันเป็น… ฉันคือ… อะไรเทือกนี้ แต่ทีนี้เรื่องมันมีอยู่ว่า

ครูภาษาอังกฤษ: เจมี่ แต่งประโยคมาหนึ่งประโยคที่ขึ้นต้นด้วย I ซิ
เจมี: I is (ยังไม่ทันพูดจบประโยคครูก็ขัดขึ้นมาก่อน)
ครูภาษาอังกฤษ: ไม่นะ เจมี่ เธอต้องพูดว่า I am เสมอ
เจมี่: โอเคฮะ “I” am the ninth letter of the alphabet. (I คือพยัญชนะตัวที่เก้า)

ก็นั่นแหละค่ะ ท่านผู้อ่าน มันผิดตั้งแต่ครูพยายามขัดเจมี่ทั้งๆที่เค้าพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ เลยไม่รู้ว่าเจมี่จะแต่งประโยคแบบไหน

คาบที่ 3 ประวัติศาสตร์ (History)

History teacher: Why do we refer to the period around 1000 years AD as the Dark Ages?
Student: Because there were so many knights.

ครูประวัติศาสตร์: ทำไมเราถึงเรียกช่วงพันปีคริสตศักราชว่ายุคมืด?
นักเรียน: เพราะยุคนั้นมีอัศวินเยอะมากค่ะ

พอจะเข้าใจความหมายกันมั้ยคะ มีสิ่งที่เรียนรู้ได้จากเรื่องนี้คือ การออกเสียง คำว่า knight (ไนทฺ) ที่มีความหมายว่า อัศวิน แต่ออกเสียงเหมือนคำว่า night (ไนทฺ) ที่หมายถึงกลางคืน เรื่องมันเลยเป็นอย่างนี้ค่ะ

คาบโฮมรูม (Homeroom)

Teacher: What are three words most often used by students?
All students: I don’t know
Teacher: That’s correct!

ครู : คำสามคำที่นักเรียนมักพูดบ่อยๆคืออะไรจ้ะ
นักเรียนทุกคน : ไม่รู้ ครับ/ค่ะ
ครู: ถูกต้องจ้ะ

อันนี้ยืนยันว่านักเรียนที่เคยสอนมาพูดบ่อยจริงๆ บางที่ครูก็อยากให้หยุดคิดนิดนึงก็ยังดีนะ ฮืออออ

รวบรวมมาให้แล้วกับเรื่องขำขันในการเรียนการสอนในหนึ่งวัน ก็ชวนหัวกันไปตามเรื่องนะคะ ลองฝึกอ่านพวกเรื่องตลกพวกนี้บ่อยๆ นอกจากความเพลิดเพลินที่ได้ ก็จะได้ของแถมเป็นความรู้ภาษาอังกฤษเล็กๆน้อยให้เอาไว้ไปใช้กันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Jokes and Riddles with Glen Singleton

คอมเมนต์ได้เลย!