เวลาเราแชทกับฝรั่ง หรือดูหนังฝรั่ง สังเกตไหมคะว่าเค้าก็มีการใช้ คำอุทานภาษาอังกฤษ บ่อยอยู่เหมือนกัน ไม่ต่างกับภาษาไทยเราที่มี โอ๊ย! ว้าว! เอ๊ะ! เห้ย! เพียงแต่การออกเสียงของคำอาจจะไม่เหมือนกันเท่าไรนัก และคำบางคำเราก็ไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน เลยอาจทำให้งงๆว่าตกลงคำนั้นหมายถึงอะไรกันแน่ วันนี้เราจึงนำคำอุทานที่ใช้บ่อยมาให้เพื่อนๆได้รู้จักกันค่ะ

คำอุทาน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Interjection เป็นคำพูดที่เราพูดออกมาด้วยอารมณ์ต่างๆ แสดงความรู้สึกที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนั้น เช่น โกรธ ดีใจ เสียใจ ประหลาดใจ รู้สึกเจ็บ และอีกมากมาย มาดูคำแรกกันเลยดีกว่าค่ะ

interjections

Hooray!

เป็นคำอุทานแสดงความยินดี คล้ายๆคำว่า ไชโย! หรือ เย้! บ้านเรานั่นแหละค่ะ บ้างก็ใช้คำว่า Hurrah ก็ได้เหมือนกันค่ะ เช่น

Hooray! the summer vacation is coming.
ประโยคนี้แปลว่า “ไชโย! วันหยุดฤดูร้อนใกล้มาถึงแล้วสิ” ให้อารมณ์ประมาณว่าคนพูดกำลังดีใจแบบสุดๆนั่นเองค่ะ

Yippy!

เป็นคำอุทานที่ให้อารมณ์เช่นเดียวกับคำว่า Hooray! ใช้ได้เหมือนกันเลยค่ะ เช่น

Yippy! We’re going to have a holiday tomorrow.
แปลเป็นไทยได้ว่า เย้! พรุ่งนี้เราก็ได้หยุดแล้ว

Bravo!

เป็นภาษาอิตาเลี่ยน (ภาษาอังกฤษยืมมาใช้) ออกเสียงว่า “บราโว” เป็นคำอุทานที่ออกแนวแสดงความยินดี หรือชื่นชม เช่น เวลาไปชมละครเสร็จ การแสดงของเขาดีมากก็ต้องชมกันเสียหน่อย ก็จะพูดว่า

Bravo! The show was just awesome.
แปลว่า เยี่ยมไปเลย! การแสดงมันช่างน่าประทับใจอะไรเช่นนี้

ส่วนใหญ่คำว่า Bravo! มักใช้กล่าวในโรงละคร, โรงมหรสพ, โรงภาพยนตร์ เช่น แต่หากจะชื่มชนยินดีกันระหว่างตัวบุคคลแบบตัวต่อตัว จะไม่นิยมใช้คำว่า Bravo! แต่จะใช้ well done!, good show! มากกว่า

Alas!

เป็นคำอุทานแสดงความเศร้าหรือเสียใจ ออกเสียงว่า “อะแลส” ใช้ในบริบทคล้ายๆกับคำว่า โถ่! อนิจจา! ยกตัวอย่างสถานการณ์ เช่น หากมีคนมาชวนคุณไปเที่ยวทะเล แต่คุณว่ายน้ำไม่เป็น แต่ยังอยากจะไปกับเขา อาจตอบว่า

Alas! I can’t swim at all but I do love going out with you.
แปลเป็นไทยได้ว่า ว้า! แย่จังฉันว่ายน้ำไม่เป็นเสียด้วยสิ แต่ยังไงฉันก็จะไปกับเธอนะ

Darn it!

คำนี้เป็น Version ที่สุภาพกว่าของ Damn it! แต่ก็ยังถือเป็นคำหยาบคายอยู่ดี เพราะฉะนั้นเวลานำไปใช้ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยนะจ๊ะ ยกตัวอย่างสถานการณ์ทีคุณกำลังจะไปเที่ยวทะเล แล้วฝนก็ดันตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คุณก็อาจจะพูดว่า

Darn it! It’s raining.
ซึ่งแปลเป็นไทยได้ประมาณว่า  ไอ้ฝนบ้านี่! ตกลงมาทำไมตอนนี้เนี่ย

Darn it! My TV just broke again.
ประโยคนี้ก็อยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับประโยคบน คือ คนพูดกำลังรู้สึกโกรธ/ไม่พอใจ แปลเป็นไทยได้ว่า โอ้ยให้ตายเถอะ ทีวีฉันเสียอีกแล้วเหรอเนี่ย

Good grief!  

เป็นคำอุทานแสดงความประหลาดใจที่เห็นได้บ่อยๆเช่นกัน

Good grief! look at this food. Are you feeding an army?
แปลเป็นไทยได้ว่า โอ้โห! ดูอาหารพวกนี้สิทำไมมันมากมายขนาดนี้ คุณจะเอาไปให้กองทัพทั้งกองทัพกินเหรอ?

Yuck! (ยัค) หรือ Ugh! (เอ้อค)

ความหมายก็อยู่ในเชิงประมาณ อี๋! หรือ แหวะ! ของไทยเรานั่นเองค่ะ เช่น

Ugh! How I hate touching sticky things.
แปลเป็นไทยได้ว่า อี๋! ฉันเกลียดอะไรเหนียวๆแหยะๆแบบนี้ชะมัดเลย

Boo!

เป็นคำอุทานแสดงความรังเกียจ หรือไม่ชอบเช่นกัน หลายคนอาจติดตาว่าคำนี้มาจาก รากศัพท์คือ Beau ซึ่งหมายถึงที่รัก แต่จริงๆแล้วถ้าเป็นคำอุทาน คำนี้จะหมายถึงการเปล่งเสียงในเชิงเยาะเย้ย เหยียดหยัน หรือโห่ร้องให้อาย อาจใช้คู่กับคำว่า hoo เป็น Boo-hoo [บูฮู] อย่างเช่น หากมีใครคนหนึ่งกำลังยืนร้องเพลงอยู่ยนเวที และเสียงของเขาก็ไม่เพราะเอามากๆ อาจมีคนตะโกนว่า…

Boo! get off the stage.
หมายถึง โห่! ลงจากเวทีไปเลยไป๊!

Ouch! หรือ Ow!  

เป็นคำอุทานแสดงความเจ็บปวดนั่นเอง อย่างเช่น

Ouch! You’re stepping on my toe.
ประโยคนี้แปลเป็นไทยได้ว่า โอ๊ย! คุณกำลังเหยียบเท้าฉันอยู่นะ

และนอกจากคำอุทานที่เป็นคำแบบเดี่ยวๆแล้ว ยังมีคำอุทานที่เป็นประโยคอีกด้วย และน่าจะเป็นรูปแบบการอุทานที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุด อย่างเช่น ประโยคอุทานที่ขึ้นต้นด้วย

What a (an) …..!

ต่อท้ายด้วยคำนามเอกพจน์ที่นับได้ เช่น

What a large house !
ไม่ได้เป็นประโยคคำถามว่าบ้านหลังไหนใหญ่บ้างนะคะ แต่เป็นประโยคแสดงความแปลกใจ ตื่นเต้น แปลเป็นไทยได้ว่า โอ้โห! บ้านอะไรใหญ่โตขนาดนี้

What a sore loser!
โหไอ้นี่ ขี้แพ้ชวนตีชัดๆ!

What + …. !

ต่อท้ายด้วยคำนามพหูพจน์ หรือนามที่นับไม่ได้ เช่น

What interesting novels there are!
นี่ก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้เป็นประโยคคำถามที่ว่านิยายเล่มไหนน่าสนใจบ้าง แต่เป็นประโยคอุทานที่แปลเป็นไทยได้ว่า โอ้โห มันช่างเป็นนิยายที่น่าสนใจอะไรเช่นนี้

What delicious food this is!
แปลว่า มันช่างเป็นอาหารที่อร่อยอะไรอย่างนี้!

How + … !

ต่อท้ายด้วย Adjective หรือ Adverb ก็ได้ เช่น

How strong he is!
แปลเป็นไทยได้ว่า เขาบึกบึนแข็งแรงอะไรอย่างนั้นนะ

How quickly you eat!
แปลเป็นไทยได้ว่า เธอกินเร็วอะไรจะปานนั้น

จะเห็นได้ว่าคำอุทานในภาษาอังกฤษมีมากมาย ไม่ต่างจากภาษาไทย และยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ได้ยกตัวอย่างมา ซึ่งหากเรารู้ว่าเสียงที่สื่อออกมานั้นมีความหมายว่าอย่างไร ก็จะช่วยให้เราสามารถรับสารส่งสารระหว่างผู้พูดและผู้ฟังได้ดีขึ้น คราวหน้าคราวหลังเวลาแชทหรือพูดกับเพื่อนฝรั่ง อย่าลืมใส่คำอุทานลงไปด้วย เพื่อเป็นการฝึกใช้และเพิ่มอรรถรสให้บทสนทนานะคะ

คอมเมนต์ได้เลย!