มาฝึกการ Present แบบ Professional เรียกพี่กันเถอะ!

30044

การ Present นั้นเป็นอีก Skill หนึ่งที่ถ้าทำได้ดีแล้วจะทำให้เรามีเสน่ห์มากขึ้นไม่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษ แต่แน่นอนว่าการ Present ให้ออกมาอย่างราบรื่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆเลยจริงไหมคะ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหนทางที่จะทำให้ออกมาดีได้นะ มาดูวิธีฝึกให้เป็น Pro แบบง่ายๆที่เราจัดให้กันเลย

presentation-tips

1. จัดร่างกายตัวเองให้พร้อม!

แน่นอนว่าในฐานะของการเป็นผู้นำเสนอบุคลิกภาพของเราจะต้องดูดีและที่ขาดไม่ได้ก็คือการใช้ “ภาษากาย” หรือว่า “Body language” ให้เหมาะสมนั่นเองค่ะ เช่นการผายมือไปที่สไลด์ การยืนตัวตรงปลายเท้าแยกออกจากกันและ Eye contact (การสบตา) ก็เป็นสิ่งที่ผู้นำเสนอควรมีอย่างยิ่งด้วยนะคะ เราควรมองผู้ฟังของเราหลายๆคนเป็นครั้งคราว อย่าจ้องเสียจนคนฟังรู้สึกเกร็งล่ะ

2. รู้จักกับ Presentation Aids

Presentation Aids นั้นแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ตัวช่วยในการนำเสนอ” ซึ่งเราจะนิยมใช้ PowerPoint หรือว่า Prezi กันเป็นส่วนใหญ่ แต่เราจะต้องจำให้ขึ้นใจเลยนะว่าเจ้าพวกนี้มันเป็นเพียงตัวช่วยของเราเท่านั้น เราควรจะเป็นจุดเด่นที่สุดของการนำเสนอ นั่นคือเราควรจะเตรียมตัวมาให้พร้อมและใช้สายตามองคนดูมากกว่าที่จะมองสไลด์นะ

3. แนะนำตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การแนะนำตัวให้น่าฟังนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์และความสำคัญที่ผู้นำเสนอทุกคนไม่ควรจะมองข้ามนะคะ ซึ่งนอกจากแนะนำตัวแล้ว เราก็ควรจะกล่าวทักทายและพูดถึงหัวข้อที่เราจะนำเสนอสักหน่อยหนึ่ง และนี่ก็คือตัวอย่างประโยคที่ควรใช้ในการแนะนำตัวค่ะ

  • Good morning, I am (ชื่อ), and I would like to tell you about (ชื่อหัวข้อ).
  • Hello everyone, (ชื่อ) is my name. Today, I’m going to inform you about (ชื่อหัวข้อ).
  • Hello there, you can call me (ชื่อ). I’m giving the presentation under the topic of (ชื่อหัวข้อ).
  • Nice to meet you here. I’m (ชื่อ). My presentation is about (ชื่อหัวข้อ)

4. การจัดเรียงข้อมูลที่ควรจำไว้ใช้ในการ Present เป็นภาษาอังกฤษ!

ตัวนี้เป็นสิ่งสำคัญเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษขึ้นมามันก็ยิ่งทำให้หลายๆ คนไม่มั่นใจและพยายามจะใส่ข้อมูลให้เยอะที่สุดในสไลด์เพื่อที่จะได้ “อ่าน” ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่ผิดมหันต์เลยค่ะ เราควรจะมีสิ่งที่เรียกว่า Overview หนึ่งสไลด์หลังจากที่เราแนะนำตัวให้ผู้ฟังเรียบร้อยแล้ว เพื่อบอกกับคนดูว่า What am I going to tell you? ให้คนดูนั้นเตรียมพร้อมเข้าสู่เนื้อหาไปพร้อมๆ กับเราค่ะ อย่างเช่นถ้าหากเราจะ Present เกี่ยวกับ Global Warming…Overview ของเราก็อาจจะเป็นดังนี้

OVERVIEW

  • What is “Global Warming”?
  • How does “Global Warming” affect our lives?
  • What can we do to stop “Global Warming”?

เหมือนเป็นการบอกคร่าวๆ ก่อนที่เราจะมาขยายความทุกหัวข้อที่เรากล่าวไว้ในขั้นตอนนี้นั่นเองค่ะ ซึ่งเราอาจจะตั้งเป็นคำถามให้น่าสนใจก็ได้ หรืออาจจะตั้งเป็นหัวข้อธรรมดาก็ได้ค่ะ เช่น

OVERVIEW

  • Information about Global Warming
  • Global Warming’s Effects
  • Global Warming Prevention

5. Signal Words นั้นสำคัญไฉน?

หลังจากที่เราบอกคร่าวๆ แล้วว่าเราจะพูดเกี่ยวกับอะไร สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเราต้องบอกคนฟังทุกครั้งว่าเรากำลังจะเปลี่ยนหัวข้อโดยใช้ Signal Words หรือ Signal Sentences นั่นเองค่ะ และนี่ก็คือคำพูดที่นิยมใช้กัน

  • I’m going to start with…(ชื่อหัวข้อแรก)
  • I’ve finished the first part and moving to the next one…
  • Let’s go to the next point.
  • Now, we are moving to the new topic.
  • Here is the new topic.

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ อ้อ! อีกอย่างถ้าหากเรามี Presenter มากกว่าหนึ่งคนและเรากำลังจะต้องส่งต่อการนำเสนอนี้ให้เพื่อนของเรา เราก็ควรจะบอกคนฟังด้วยประโยคเหล่านี้ค่ะ

  • I’ve done my part and I will pass it on to Ms./Mrs./Mr./…
  • Ms./Mrs./Mr./… is going to take you to the next topic.
  • The next topic will be spoken by Ms./Mrs./Mr./…

6. สรุปอีกครั้ง

สุดท้ายของการ Present นั้นสิ่งที่เราไม่ควรลืมเลยก็คือการสรุปนั่นเองค่ะ สรุปนี้มีความสำคัญมากๆ เพราะจะทำให้คนฟังจำได้ทุกหัวข้อว่าเราพูดเรื่องอะไรไปบ้างแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่นั้นจะจำส่วนสุดท้ายกันได้มากที่สุด ดังนั้นถ้าอยาก Present ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องห้ามลืมสรุปเด็ดขาดนะคะ เรามาดูตัวอย่างการสรุปกันเลยค่ะ

  • Here’s a quick recap of my presentation. Global warming is…. It can affect our lives in many ways… There are several ways to stop global warming. First, we need to….

7. ใช้ Script ให้เกิดประโยชน์สูงสุด!

แน่นอนว่าการ Present หลายๆ ครั้งเราอาจจะต้องพึ่งพา Note หรือ Script บ้างเป็นบางที โดยเฉพาะการนำเสนอที่มากกว่า 5 นาทีขึ้นไป แต่การมี Note เอาไว้ในมือนั้นเราก็ไม่ควรจะก้มหน้าก้มตาอ่านมันค่ะ วิธีที่ดีที่สุดก็คือเขียนเฉพาะ Keyword ที่เราเห็นแล้วนึกได้ทันทีว่าเราจะพูดเกี่ยวกับอะไรเช่นอาจจะเขียนแค่ชื่อหัวข้อเอาไว้เพื่อกันลืม ส่วนขนาดของ Note ที่แนะนำนั้นคือขนาดประมาณนามบัตรเท่านั้นนะคะ หากใหญ่เกินไปเราจะดูไม่เป็น Professional เอาเสียเลย แต่ถ้าข้อมูลนั้นเยอะเกินกว่าจะอัดลงไปในแผ่นเดียวแล้วก็แนะนำว่าให้ใช้หลายๆ ไปซ้อนๆ กันไปเลยค่ะ เมื่ออ่านใบแรกเสร็จแล้ว เราก็แค่ต้องเพียงหยิบมันไปไว้ด้านหลังสุดและชำเลืองตามองแผ่นต่อไปเท่านั้นเอง

สุดท้ายแล้ววิธีทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นจะไม่ Work เลยถ้าหากเราไม่ฝึกฝนนะคะ ยิ่งภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่ภาษาที่เราพูดและใช้อยู่เป็นประจำเราก็ยิ่งต้องฝึกให้คุ้นเคยค่ะ จำเอาไว้นะคะว่า Practice makes perfect. ค่ะ ^^

คอมเมนต์ได้เลย!