British-American ถึงจะพูดภาษาเดียวกันแต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะ

1457

วันนี้เรามีเรื่องราวของการใช้ภาษาอังกฤษแบบ British English และ American English มาฝากค่ะ ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ใช้คำบางคำต่างกันแทบจะสิ้นเชิง และถ้าหากเราจะเรียนรู้ภาษาของเขาเราก็ควรจะทำความเข้าใจถึงข้อแตกต่างในจุดนี้กันด้วยนะคะ ส่วนเรื่องจะแตกต่างกันอย่างไร มากน้อยแค่ไหนนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

britishamericanenglish

มันฝรั่งทอด…คำนี้มีหลายแบบเลยล่ะ

เจ้ามันฝรั่งสีเหลืองกรอบที่เราชอบทานกันนี้มีหลากหลายแบบเลยล่ะค่ะในต่างประเทศ ทั้งแบบที่บรรจุซองมาขายตามร้านค้าเหมือนบ้านเรา และมันฝรั่งแท่งทอด ซึ่งแต่ละที่ก็จะเรียกต่างกันไปนะคะ ถ้าหากเราไปประเทศอังกฤษและต้องการมันฝรั่งแท่งทอดเราจะต้องพูดว่า Chips (ชิพส์) ค่ะ เคยได้ยินคำว่า Fish and Chips บ้างไหมเอ่ย? นั่นล่ะค่ะคืออีกหนึ่งเมนูดังที่ฝรั่งเขานิยมทานกัน แต่ถ้าไปอเมริกาเขาก็จะเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า French Fries (เฟรนช์ฟราย) เหมือนกับบ้านเราเลยค่ะ แต่หากเราไปอเมริกาแล้วสั่งว่า Chips เราก็จะได้มันฝรั่งทอดกรอบแบบแผ่นมาแทนนะคะ ส่วนมันฝรั่งแผ่นในประเทศอังกฤษนั้นเขาจะใช้คำว่า Crisps ค่ะ จำกันให้ถูกล่ะ

การกรอกข้อมูลในภาษาอังกฤษ

คำว่า “กรอกข้อมูล” ของสองประเทศนี้ใช้ Verb ที่เขียนไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ เพราะที่ประเทศผู้ดีอย่างสหราชอาณาจักรนั้นเขาจะใช้คำว่า “Fill in” (ฟิล-ลิน) ส่วนที่รัฐมหาอำนาจอย่างอเมริกานั้นเขาจะใช้คำว่า “Fill out” (ฟิล-เลาท์) ค่ะ อย่าจำไปใช้ผิดพลาดนะคะ

ฟุตบาทที่เราเรียกกันจริงๆ แล้วนั้นต่างประเทศเขาเรียกอย่างไร…

เจ้าทางเดินเท้าหรือที่คนไทยเราเรียกติดปากกันว่าฟุตบาทนั้นมาจากคำว่า Foot Path (ฟุท-แพธ) ค่ะ ซึ่งคำนี้จะใช้กันในประเทศอังกฤษร่วมกับคำว่า Pavement (เพฟ-มึ้นท์) ที่มีความหมายว่าทางเดินเท้าเช่นเดียวกัน ส่วนที่ประเทศอเมริกานั้นจะแตกต่างกันไปโดยที่จะใช้คำว่า Sidewalk (ไซด์-วอล์ค) นั่นเองค่ะ

เติมน้ำมันทั้งทีต้องรู้ด้วยนะว่าเจ้า “น้ำมัน” นั้นประเทศไหนเรียกกันอย่างไร

คำนี้ทั้งสองประเทศจะใช้ไม่เหมือนกันเลยค่ะ ประเทศอังกฤษจะเรียกว่า Petrol (เพท-โทรล) ส่วนสหรัฐอเมริกานั้นจะใช้คำว่า Gas (ก๊าซ/ แก๊ส) หรือ Gasoline (แก๊ส-โซ-ลีน) แทนค่ะ ดังนั้นปั๊มน้ำมันก็จะมีชื่อเรียกต่างกันด้วยนั่นคือ Petrol Station และ Gas Station ค่ะ

ท่องไปในยามราตรี…สถานบันเทิงอย่างนี้เรียกว่า…

สำหรับสถานที่ขายเครื่องดื่มชนิดมึนเมานั้นคงเป็นของคู่กันกับวัยรุ่นหลายๆ คน ดังนั้นเรามารู้จักกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละประเทศเรียกสถานที่แบบนี้ว่าอะไร สำหรับคนไทยนั้นเราเรียกว่า Pubs (พั่บส์) หรือ ผับ ตามประเทศอังกฤษนะคะ ส่วนชาวอเมริกันจะเรียกที่แห่งนี้ว่า Saloon (ซา-ลูน) นั่นเอง

มารู้จักการเรียกตู้เสื้อผ้ากันเถอะ

ตู้เสื้อผ้านั้นเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่จะต้องมีทุกบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ละท้องที่ก็จะเรียกเจ้าสิ่งนี้ต่างกันไปรวมถึงชาวอังกฤษและสหรัฐก็เช่นกันค่ะ สำหรับเมืองผู้ดีนั้นเขาจะใช้คำว่า Wardrobe (วอร์-โดรบ) ในขณะที่ชาวอเมริกันจะแตกต่างกันตรงที่เขาใช้คำว่า Closet (โคล-เซ็ท) ค่ะ

แม้แต่ถังขยะก็ต่างกันนะ

ถังขยะนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คนแต่เราก็ควรจะรู้ไว้สักหน่อยว่าทั้งสองประเทศนั้นเขาเรียกเจ้าสิ่งนี้ไม่เหมือนกันเลยค่ะ สำหรับประเทศอังกฤษจะใช้คำว่า Dustbin (ดัสท์-บิน) และสหรัฐอเมริกาจะใช้คำว่า Garbage Can (การ์-เบจ-แคน) หรือ Trash Can (แทรช-แคน) นะคะ

วันหยุดยาวนี้จะเรียกว่าอะไรดีนะ

เริ่มกันที่ประเทศทางฝั่งอังกฤษจะเรียกคำนี้กันว่า Holiday (ฮอล-ลิ-เดย์) ค่ะ ส่วนประเทศในทวีปอเมริกาเหนือจะใช้อีกคำหนึ่งแทน ซึ่งคำนั้นก็คือคำว่า Vacation (วา-เค-ชึ่น/ แว-เค-ชึ่น) นั่นเองค่ะ ถ้าจะไปพักผ่อนมี Holiday หรือ Vacation กันที่ไหนก็อย่าลืมใช้ให้ถูกต้องตามประเทศที่จะไปด้วยนะคะ

น้ำอัดลมเครื่องดื่มสากลนี้เขาเรียกกันว่า…

รับรองว่าทุกคนจะต้องเคยกินน้ำอัดลมกันอย่างแน่นอนเพราะว่าเป็นสิ่งที่หาซื้อง่าย มีขายกันแทบจะทั่วโลกทีเดียว ดังนั้นหากเราจะไปสั่งน้ำอัดลมกันที่ประเทศอังกฤษเราจะต้องใช้คำว่า Soft Drink (ซอฟท์-ดริงค์) นะคะ แต่หากว่าเราไปประเทศสหรัฐอเมริกาเราก็ต้องใช้คำว่า Soda (โซ-ดา) เพราะที่สหรัฐนั้นเขาจะใช้คำนี้หมายถึงน้ำอัดลมทุกประเภทเลยค่ะ ไม่ใช่แค่น้ำเปล่าอัดลมหรือโซดาที่เราเรียกกันในไทย

หลายคำก็ออกเสียงไม่ต่าง…แต่ว่าสะกดต่างกันเสียอย่างนั้น

ส่วนใหญ่แล้วนะคะคำไหนมีตัวอักษรมากกว่ามักจะมาจากประเทศผู้ดีอย่างอังกฤษค่ะ ส่วนชาวอเมริกันนั้นเป็นคนที่สบายๆ ง่ายๆ เมื่อนำมาใช้คำก็จะสะกดออกมาสั้นลง อาทิเช่นคำว่า Traveller และ Traveler (ทรา-เวล-เลอร์) ทั้งสองคำนี้ออกเสียงเหมือนกันแต่หากอังกฤษนั้นก็แค่เพิ่ม L เข้ามา อีกหนึ่งตัว คำอื่นๆ ก็เช่น Habour และ Habor (ฮา-เบอร์) ที่แปลว่าอ่าวนั่นเองค่ะ หรือบางทีตัวสะกดก็กลับกันเสียอย่างนั้น เช่นคำว่า Centre และ Center (เซ็น-เทอร์) ซึ่งจริงๆ แล้วความหมายก็คือตัวเดียวกันนั่นแหละค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: ตารางรวมคำศัพท์ American-British English

อ่านแล้วหากจะนำไปใช้ในงานเขียนเราก็ควรที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ หากเลือกที่จะเป็น British English User แล้วก็ควรออกเสียงและใช้คำศัพท์แบบ British ถ้าหากจะเป็น American English User เราก็ควรจะยึดเป็นแนวทางไปเลย ลองเลือกที่ชอบแล้วฝึกจนมันเป็นสิ่งที่ใช่กันนะคะ ☺

คอมเมนต์ได้เลย!