เชื่อว่ามีหลายคนยังสับสนกับการใช้สองคำนี้อยู่ เพราะเราก็เคยประสบภาวะเช่นนี้เช่นกัน (อ้าว) นี่ล่ะค่ะ เลยคิดเอาเรื่องนี้มาชี้แจงให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกับ All กับ Every กันใหม่

all-vs-every

นอกจากจะแปลว่า ทุกๆอัน ทุกๆคน หรือทั้งหมด มันมีรายละเอียดอะไรที่ทำให้สองคำนี้แตกต่างกัน แบ่งได้เป็น 3 ข้อหลักๆ คือ

ข้อที่ 1 All และ Every + Nouns

ให้จำไว้เลยว่า All จะใช้กับสิ่งที่มากกว่าหนึ่ง และนามนับไม่ได้ Every จะใช้กับนามเอกพจน์ เช่น

  • All donations will be sent to the earthquake relief fund. (การบริจาคทั้งหมดจะถูกส่งให้กับกองทุนช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว)

donation ที่แปลว่า การบริจาค เป็นนามนับได้ แต่มี s แสดงว่ามีจำนวนมากกว่าหนึ่ง เราเลยใช้ all

  • All equipment must be returned by the end of June. (อุปกรณ์ทุกอย่างจะต้องส่งกลับคืนภายในเดือนมิถุนายน)

equipment ที่แปลว่า อุปกรณ์ เป็นนามนับไม่ได้ (uncountable noun) เราเลยใช้ all

  • Every donation is appreciated. (ทุกการบริจาคได้รับการขอบคุณอย่างซาบซึ้ง)

donation ที่แปลว่า การบริจาค เป็นนามนับได้ พูดถึงจำนวนเดียวโดยรวม เลยใช้ every

ข้อที่ 2 All day กับ Every day

ถ้าคิดว่าสองคำนี้เหมือนกัน แปลว่าทุกๆวัน ลบความหมายทิ้งไปซะนะคะ เพราะ

  • All day หมายถึง ทั้งวัน  เช่น I studied all day. (ฉันเรียนหนังสือทั้งวัน ตั้งแต่ตื่น หรือจนกินข้าวเย็น)
  • ในขณะที่ Every day หมายถึง ทุกๆวัน เช่น I studied every day. ( ฉันเรียนหนังสือทุกวัน แบบจันทร์ถึงอาทิตย์)

ไม่ได้ใช้เฉพาะกับวันเท่านั้นนะคะ เวลา หรือช่วงเวลาอื่นๆก็สามารถเอากฎข้อนี้ไปใช้ได้

เช่น All morning (ทั้งช่วงเช้า) Every morning (ทุกๆเช้า)

ข้อที่ 3 All กับ Every และ determiners

Determiners หรือภาษาไทยเรียกว่าตัวบ่งชี้ พวก article (a, an, the) หรือรวมถึงคำแสดงความเป็นเจ้าของเช่น my, his, her, their เป็นต้น

โดย All จะสามารถใช้กับ determiners ได้ เช่น

  • All the lights went out. (ไฟทุกดวงดับหมด)
  • I have invited all (of) my friends. (ฉันเชิญเพื่อนทุกคนของฉัน)

ในขณะที่ Every มักจะไม่นิยมใส่ determiners ด้วย เช่น

  • Every light was out. (ไม่ใช่ Every the light was out)
  • I have invited every friend. (ไม่ใช่ I have invited every my friend.)

สรุปก็คือ Every (เอฟวรี) จะใช้กับนามเอกพจน์ที่สามารถนับ ในขณะที่ All (ออล) จะใช้กับนามพหูพจน์ที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่ง (ให้ท่องไว้ก็ได้ค่ะว่า Every หนึ่ง All หลาย สำหรับคนที่จำไม่ได้)

พอรู้แล้ว ก็ไม่ใช่ว่ารู้เฉยๆก็จบไป เพราะอย่าลืมว่า ภาษาอังกฤษกริยาเอย Verb to be เอย เหล่านี้ล้วนต้องอิงกับประธานของประโยค หากเราสามารถแยกได้ว่าอะไรคือเอกพจน์ อะไรคือพหูพจน์ การใช้กริยากับประโยคที่มี All กับ Every ก็จะไม่มีปัญหาอีกเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก Language Learning Base

คอมเมนต์ได้เลย!