7 ขั้นตอน พัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษให้แจ่มเหมือนเจ้าของภาษา!

8821

อีกหนึ่งทักษะที่สำคัญไม่แพ้ทักษะไหนๆ ก็คือการ “เขียนภาษาอังกฤษ” ซึ่งสามารถนำเอาไปใช้หากินได้ตั้งแต่ เตรียมสอบเข้าโรงเรียน มหาลัย สอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือกระทั่งสอบแข่งขันทำงาน เพราะการเขียนจะเป็นตัวบ่งบอกความคิดอ่านของคนเขียนว่าคิดอย่างไร ข้อสอบปรนัยแม้จะยากต่อการตรวจแต่ก็ถือว่าเป็นข้อสอบที่แสดงตัวตนของผู้สมัครได้ดีทีเดียว หลายมหาลัยในต่างประเทศก็ใช้วิธีรับเด็กจากการให้เขียนเรียงความนี่ล่ะค่ะ

เมื่อรู้ว่าการเขียนภาษาอังกฤษได้ดีจะนำคุณมหาศาลมาสู่มวลมนุษยชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อย่างนี้แล้ว สิ่งที่ต้องรีบทำเดี๋ยวนี้คือการฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษให้แคล่วคล่องพอที่จะไปต่อกรกับคนอื่น และเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเอง ดังนั้นหากใครยังไม่รู้ว่าจะเริ่มพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษของตัวเองตรงไหน อย่างไร วันนี้พวกเรา DailyEnglish ก็ได้รวบรวมขั้นตอนที่น่าสนใจในการฝึกทักษะการเขียนมาให้ทุกคนได้ดูกัน

writing-tips

ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมสิ่งที่คุณเขียนในที่เดียวกัน

ไปหาสมุดสักเล่ม หรือถ้าใครถนัดเขียนในคอมพิวเตอร์ก็ขอให้สร้างโฟลเดอร์ที่เอาไว้รวบรวมสิ่งที่เราจะเขียนโดยเฉพาะหนึ่งโฟลเดอร์ เพื่ออะไรน่ะเหรอคะ? ก็นอกจากจะเป็นระเบียบเรียบร้อยเราก็จะได้เห็นพัฒนาการของการเขียนของเราในแต่ละบทความที่เขียนด้วยไงล่ะคะ ไม่ต้องมานั่งงงว่าคราวก่อนเราเขียนเป็นยังไง อันล่าสุดดีกว่าหรือแย่กว่าเดิม

ขั้นตอนที่ 2 เข้าร่วมกลุ่มนักเขียน

ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ อย่าเพิ่งตกอกตกใจว่า เฮ้ย เราไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ หรือเพิ่งเริ่มหัดเขียนจะไปร่วมกับเค้าได้ยังไง ก็นี่ล่ะค่ะถึงบอกให้เข้าร่วม เพราะการได้รวมกลุ่มกับนักเขียนคนอื่นๆเราก็จะสามารถนำสิ่งที่เราเขียนไปให้คนอื่นๆดูแล้วรอรับฟีดแบค (feedback) ข้อเสนอแนะ คำวิจารณ์ สิ่งที่ควรแก้ไขเอามาปรับปรุงงานเขียนของเรา อ่านคนเดียวเราก็มีความรู้แค่นี้ก็ต้องอาศัยยืมมือคนอื่นช่วยแหละค่ะ เราเองก็จะได้ดูลักษณะการเขียนของคนอื่นๆด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 3 หมั่นเพิ่มพูนคำศัพท์ในคลังศัพท์เราเสมอ

สิ่งที่จะช่วยได้มากในการพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษ คือการอ่านเยอะๆ พร้อมๆกับบันทึกคำศัพท์ไว้เยอะๆ ยิ่งเราอ่านเยอะเราก็จะเจอรูปแบบและศัพท์ใหม่ๆมากขึ้นเท่านั้น อ่านบทความหรือหนังสือแต่ละแนวศัพท์ที่เราได้ก็จะแตกต่างกันออกไป  ยิ่งอ่านมาก ยิ่งรู้ศัพท์มากความช่ำชองทางภาษาของคุณก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แนะนำว่านอกจากดูว่าศัพท์นั้นหมายความว่าอะไรแล้ว ก็ให้ดูด้วยว่าศัพท์นั้นมักปรากฏอยู่ที่ไหน มีหน้าที่อะไร ดูบริบทโดยรอบของคำศัพท์นั้นด้วยจะดีกว่าหาแค่ความหมายของศัพท์นั้นเดี่ยวๆนะคะ

ขั้นตอนที่ 4 ลองแสดงความเห็นใน บล็อก(Blog) แฟนเพจ (Fanpage) หรือโพสที่เราสนใจ

บล็อก เพจ โพสที่พูดถึงเหล่านี้คือที่เป็นภาษาอังกฤษนะคะ การคอมเม้นในที่ต่างๆก็เป็นการฝึกอย่างหนึ่งนะคะ ฝึกให้เราเขียนแสดงความรู้สึกหรือทัศนคติของเราในภาษาอังกฤษ ในที่นี้ลองพยายามท้าทายตัวเองโดยการเลิกเขียนในคอมเม้นว่า “Good”(ดี) / “Great post” (โพสนี้เยี่ยมมากเลย) / “I like it” (ฉันชอบโพสนี้) / “Thanks for sharing this brilliant information” (ขอบคุณที่แชร์ข้อมูลน่ารู้เหล่านี้) หยุดค่ะ เพราะมันไม่ได้ช่วยพัฒนาทั้งตัวคุณหรือคนที่เขียนเลย ลองพูดชื่นชมข้อดีของบทความกับโพสที่อ่าน หรือถ้าจะติก็อธิบายแนะนำสิ่งที่เราคิดว่าดีและควรแก้ไขลงไป มันจะเหมาะ น่าสนใจและมีประโยชน์กว่าเยอะ

ที่สำคัญ เลิกความคิดที่จะคอมเม้นเป็นภาษาไทยซะ คนเขียนก็อ่านไม่ออก แล้วเราก็ไม่ได้ฝึก เลิกค่ะเลิก

ขั้นตอนที่ 5 เลือกหัวข้อแล้วลงมือเขียน

ข้อนี้สำคัญค่ะ เคยพูดไปแล้ว Practice makes perfect การฝึกเท่านั้นที่ครองโลก เลือกหัวข้ออะไรก็ได้มาค่ะที่คุณสนใจก็ได้ อยากลองเขียนก็ได้ เหตุการณ์ที่เจอก็ได้ ข่าวก็ได้ จะเขียนเป็นนิยายเลยก็ได้ ที่สำคัญคือ คุณต้องลงมือเขียน ไม่ต้องเขียนเยอะก็ได้ค่ะ แต่ให้ทำเป็นประจำก็พอ

ขั้นตอนที่ 6 เอาใจใส่ในระหว่างเขียน

ไม่ใช่ว่าเราแนะนำให้เขียน คุณก็เขียนๆๆ ไม่ได้ดูอะไรเขียนเยอะเข้าว่า การเขียนให้เกิดการพัฒนาจริงๆคุณต้องค่อยๆเขียน ค่อยๆพิจารณาว่าที่เขียนไปถูกมั้ย ลืมเรื่อง Article รึเปล่า แล้วเรื่องพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็กล่ะเขียนถูกมั้ย สะกดคำถูกมั้ย เป็นต้น เหล่าไวยากรณ์พวกนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องใส่ใจหากอยากพัฒนาเป็นคนเขียนภาษาอังกฤษที่ดี ครั้งแรกๆมันยากแน่นอนค่ะ แต่ขอให้อดทนทำไปเรื่อยๆเราจะเริ่มเคยชินพอจับเคล็ดได้ว่าต้องระวังอะไร และที่สำคัญไม่แพ้กัน ระหว่างฝึกเขียนหยุดการใช้ตัวย่อทุกชนิด เพื่อเป็นการฝึกการสะกดคำ และกันไม่ให้เราติดเป็นนิสัย งานทางการส่วนใหญ่เค้าก็ต้องใช้ชื่อเต็มนะจะบอกให้

ขั้นตอนที่ 7 นำสิ่งที่คุณเขียนไปให้คนอื่นตรวจซะ

ขั้นนี้เป็นขั้นที่สำคัญขั้นหนึ่งเหมือนกัน เพราะให้เราดูคนเดียวต่อให้ดูหลายรอบก็ย่อมมีวันผิดพลาด ดังนั้นขั้นตอนนี้จำเป็นต้องพึ่งความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้ล่ะค่ะ ถ้าใครเรียนภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็วานขออาจารย์ หรือครูที่เต็มใจช่วยและพอมีเวลาว่าง ให้ช่วยดูการเขียนของคุณให้หน่อย หรือเดี๋ยวนี้จะลองเอาไปตรวจตามเว็บไซต์อย่าง เช่น www.italki.com หรือ www.lang-8.com ดูก็ได้ พวกเว็บเหล่านี้จะมีการตรวจข้อเขียนของเราให้ฟรี เป็นการดูครั้งสุดท้ายจากสายตาคนอื่นว่าการเขียนเรามีข้อผิดพลาดและสิ่งที่ควรปรับปรุงมากน้อยแค่ไหน จะได้นำมาพัฒนาในงานเขียนอื่นๆต่อไป

นี่คือวิธีการเบื้องต้นที่เรานำมาฝากกัน ทักษะนี้ไม่ใช่ทักษะที่ง่ายเลย พวกเราเข้าใจดีค่ะ แต่พวกเราก็เชื่อว่าทุกอย่างสามารถฝึกฝนกันได้หากมีความพยายาม เพราะพวกเราเองก็เคยผ่านการเขียนเหล่านี้มาแล้ว ฝึกกันมานับไม่ถ้วน และยังคงรู้ว่าต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ทุกคนๆก็ต้องพยายามต่อไปนะคะ แล้วพวกเรา DailyEnglish จะนำความรู้ภาษาอังกฤษอื่นๆมาฝากทุกๆคนให้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันอีกแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Language Learning Base

คอมเมนต์ได้เลย!