5 เคล็ดลับ พัฒนาภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน

1004

สำหรับการเรียนภาษา แน่นอนว่าจะให้มานั่งเรียนภาษากันเฉพาะที่โรงเรียนหรือที่มหาวิทยาลัยนั้นไม่เพียงพออยู่แล้ว ดังนั้นการเรียนภาษาที่ดีจึงต้องอาศัยการค้นคว้าและการพยายามเรียนรู้ที่ตั้งต้นได้จากตัวของเราเองด้วยเช่นกัน วันนี้ DailyEnglish มี 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ดีขึ้นมาฝากค่ะ

1. ใช้สูตร 3H เมื่อต้องพยายามทำความเข้าใจบริบท

จดโน้ตโดยใช้ใช้สูตร 3H ซึ่งประกอบไปด้วย Here, Hidden และ Head เมื่ออ่านตัวบทใด ๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็นบนความออนไลน์ หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ หนังสืออ่านเล่น

Here คือ “ความหมายตามตัวบท” หมายถึงสิ่งที่เราอ่านเจอซึ่งไม่ต้องใช้การตีความใด ๆ

Hidden คือ “ส่วนที่ต้องการการตีความและการหาความหมาย” มันคือสิ่งที่เราจะไม่สามารถเข้าใจตรง ๆ ได้แต่ต้องอาศัยการตีความจากการอ่าน ยกตัวอย่างเช่น การอ่านประโยคที่ว่า “Go away! I don’t like you,” Johny said. คุณจะตีความได้ว่าจอห์นนีกำลังโมโห ซึ่งจอห์นนีไม่ได้พูดตรง ๆ แน่นอนว่ากำลังโมโห แต่คำว่า Go away หรือประโยคที่มีความหมายทางลบอย่าง I don’t like you. ก็สามารถตีความได้ว่าจอห์นนี่อาจจะกำลังเดือดสุด ๆ

Head คือ “การอ่านไปให้ใกลกว่าสิ่งที่ปรากฎอยู่ในตัวบท” และพยายามประยุกต์มันและคิดว่ามันจะสามารถนำไปใช้ได้ในโลกจริง ๆ ของเราได้ไหม

2. ทำหมายเหตุประกอบเพื่อช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

การทำเครื่องหมายหรือทำหมายเหตุประกอบตัวบทที่อ่านอยู่นั้นสำคัญมาก ๆ ในการเข้าใจความหมายของสิ่งที่กำลังอ่านอยู่ ไม่ว่าจะใช้กระดาษโน้ตกาว ใช้ปากกาเน้นข้อความ หรือใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นใต้ เพื่อช่วยแยกส่วนตัวบท และทำให้คุณสามารถจดจ่อกับส่วนใดส่วนหนึ่งได้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคำใหม่ ๆ หรือการพยายามระบุรูปประโยคที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่เพื่อที่จะต้องการเพิ่มพูคำศัพท์ใหม่ ก็ให้ใช้ปากกาเน้นข้อความเน้นแต่ศัพท์ที่เราไม่รู้ นั่นจะช่วยให้จดจ่อกับจุดประสงค์ของการอ่านและทำให้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

3. เลือกภาพต่างๆ เอาจากชีวิตประจำวัน

รูปภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศของคุณ เลือกภาพใดภาพหนึ่งที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณขึ้นมาแล้วเขียนบรรยายภาพนั้นเพื่อเป็นการขยายขอบเขตคำศัพท์ของคุณเอง

คุณจะเขียนเรื่องราวหรือคำบรรยายใต้ภาพ เกี่ยวกับภาพที่คุณเลือกมาก็ได้ หรือจะเลือกรูปภาพที่มีความเกี่ยวเนื่องกันมาวางเรียงกันแล้วเขียนเรื่องสั้นจากภาพเหล่านั้นเลยก็ยังได้เหมือนกัน

ท้าทายตัวเองด้วยการเขียนประโยคสั้น ๆ เพื่อรวบรัดการบรรยายที่คุณเขียนยาว ๆ เอาไว้แล้ว ด้วยวิธีแบบนี้จะช่วยฝึกให้คุณตอบคำถามหรือพูดถึงอะไรได้กระชับรวบรัด และใช้คำคัพท์ที่มีความหมายกว้าง ตรงจุด และทรงพลังกว่าการบรรยายยาว ๆ ได้ดีขึ้นด้วย

ใช้รูปที่เจอในชีวิตประจำวันหรือรูปอะไรที่สำคัญ ๆ สำหรับคุณก็ได้ เวลาเขียน ให้มุ่งไปที่การใช้คำศัพท์ให้หลากหลาย หลีกเลี่ยงการเขียนบรรยายด้วยภาษาธรรมดา ๆ ให้เลือกคำศัพท์ที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันมาสร้างการบรรยายภาพในเชิงพรรณนา หรือการบรรยายแบบตามจินตนาการแบบการแต่งนิยายก็ได้ แต่จำไว้ว่าอย่าใช้คำธรรมดา ๆ เด็ดขาด มิเช่นนั้นคลังคำของเราก็จะย่ำอยู่กับที่อยู่นั่นเอง

4. พัฒนาการสร้างประโยคด้วยการเขียนของตัวเอง

เลือกประโยคที่ชอบและประโยคที่เขียนไว้ แล้วก็ลองเอามาเปรียบเทียบเพื่อแก้ไขพัฒนาประโยคของคุณอีกรอบ ด้วยการถามตัวเองว่า

  • ทำไมถึงชอบประโยคนี้?
  • สำหรับประโยคที่เลือกมา ต้องการจะเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมอะไรลงไป?
  • จะเขียนประโยคของคุณให้กระจ่างกว่านี้ได้ยังไง?
  • จะเพิ่มอะไรลงไปที่ทำให้ประโยคนี้มีความลุ่มลึกกว่าเดิม?

ให้หาประโยคที่ชอบจากหนังสือเรียน หนังสืออ่านเล่น หรือบทความใด ๆ ก็ได้ แล้วก็มาดูว่าคุณจะเอามาพัฒนาประโยคที่คุณเขียนเอาไว้ได้ยังไง คุณอยากจะเพิ่มหรือเปลี่ยนคำไหน หรือว่าเปลี่ยนโครงสร้างของประโยคที่คุณเขียนเอาไว้ไหม ลองเลือกคำที่จะสามารถแสดงถึงความคิดและความรู้สึกของคุณออกมาได้ชัดเจนที่สุดดู

ถ้าฝึกวิธีนี้กับเพื่อน ๆ ได้ก็ลองดูประโยคของกันและกันแล้วก็ลองพยายามหาว่าจะแก้ไขประโยคของเราและของเพื่อนให้ดีขึ้น กระจ่างขึ้นได้ยังไงก็ได้ ด้วยวิธีแบบนี้คุณจะพบว่าการเขียนของคุณจะพัฒนาไปได้รวดเร็วและเห็นได้ชัดทีเดียว

5. มุ่งไปที่การสร้างคำศัพท์ให้มากที่สุด

ไม่แน่ใจกับคำศัพท์ที่อ่านเจอใช่ไหม ? อาจเป็นคำศัพท์ใหม่ที่แปลกตา หรือศัพท์ที่ไม่เคยรู้ความหมาย หรือแม้กระทั่งศัพท์ที่รู้ความหมายแต่มันอาจจะมีความหมายอื่นอีก…ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบพจนานุกรม ลองทำแบบนี้ดูก่อนดีกว่า

  • อ่านต่อไปเพื่อหาบริบทที่บ่งชี้คำแปลของศัพท์ตัวนั้น
  • อ่านทวนไปข้างหน้าเผื่อว่าตัวบ่งชี้จะอยู่ก่อนคำศัพท์
  • ลองนึกถึงศัพท์คล้าย ๆ กันที่เคยใช้หรือว่าเคยเจอมาก่อน
  • สุดท้ายค่อยเปิดพจนานุกรมให้แน่ใจว่าความหมายที่เราเข้าใจจากการปฏิบัติสามข้อข้างบนนั้นถูกต้องหรือไม่

ห้าข้อง่าย ๆ นี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการฝึกฝนให้เป็นนิสัยเท่านั้น หากอ่านหนังสือหรือเรียนภาษาด้วยความพยายามพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ทุกวัน รับรองว่าต้องก้าวหน้าได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว ลองเอาเทคนิคนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ

คอมเมนต์ได้เลย!