5 เคล็ดลับของคนเก่งภาษาอังกฤษแต่พอทำตาม อ้าว! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า

3507

‘เข้าคอร์สเรียนภาษาแล้วแต่ไม่ค่อยเข้าใจ อยากเก่งภาษาทำอย่างไรดี?’ ใครเล่าจะตอบคำถามนี้ไปได้ดีกว่าคนที่เก่งภาษาอยู่แล้วล่ะคะจริงไหม แต่บางครั้งพอเราไปถามเพื่อนที่เก่งๆ ก็มักจะให้คำตอบคล้ายๆ กันมาหมด เรามาดูกันสิว่าคำตอบของเพื่อนเก่งๆ นั้นจะช่วยเราได้จริงหรือไม่

คนเก่งภาษาแนะนำว่า: ลองดูหนังต่างประเทศแบบ Soundtrack ดิ

ความจริงคือ: อ่านซับแล้วงงหนักกว่าเดิมซะงั้น

จริงๆ แล้วการดูหนังต่างประเทศแบบ Soundtrack ช่วยในเรื่องการฝึกภาษาได้จริงไหม เราต้องขอตอบว่าจริงนะคะ แต่จะเป็นทักษะในด้านการฟังมากกว่า ไม่ใช่ในเรื่องของการเข้าใจ เพราะการจะฟังรู้เรื่องนั้นคุณต้องรู้คำศัพท์ในระดับหนึ่งเสียก่อน บางคำเราฟังออกก็จริง แต่ไม่รู้ความหมายก็จะเกิดการเข้าใจความหมายเพี้ยนก็ได้ค่ะ

คำแนะนำที่ถูกต้อง: ลองอ่านภาษาอังกฤษให้คล่องในระดับหนึ่งก่อน หรืออาจจะเริ่มดูหนังที่มีเนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเช่น การ์ตูนเด็ก ก่อนก็ได้เพื่อฝึกให้ชินกับภาษาหรือสำนวนบ้าง (ไม่ใช่เริ่มฝึกด้วยหนังของ Christopher Nolan นะเว้ย)

คนเก่งภาษาแนะนำว่า: ฟังเพลงสากลสิจะได้เก่งๆ

ความจริง: ฟังไม่ออก ไม่เข้าใจซักนิด

การฟังเพลงภาษาอังกฤษเป็นคำแนะนำที่คนเก่งภาษาหลายๆ ท่านแนะนำเป็นวิธีแรกๆ ถามว่าช่วยได้จริงไหม ช่วยได้ค่ะ แต่ก็คล้ายๆ กับการดูหนังต่างประเทศแบบ Soundtrack นั้นแหละการฟังเพลงนั่นช่วยในความเคยชินในการฟังได้ (ถ้าไม่ซนแผลงไปเป็นคำอื่นให้จำแบบผิดๆ อย่างเช่นตัวอย่างอะนะ) ถ้าจะให้ได้ผลจริงๆ ควรสละเวลาเล็กน้อยเปิดเนื้อฟังอ่านระหว่างที่ฟังตามไปด้วยก็จะทำให้จำศัพท์ได้ดีขึ้นค่ะ

คนเก่งภาษาแนะนำว่า: หานิยายภาษาอังกฤษอ่านชิวๆ สนุกด้วยฝึกภาษาด้วยนะ

ความจริง: อ่าน 3 นาทีเปิด Dict ไปร่วม 10 คำ อีกกี่ปีถึงจะอ่านจบ (วะ)

จริงๆ แล้วการอ่านนิยายภาษาอังกฤษนั้นมีส่วนช่วยให้จำศัพท์ได้อย่างมาก คือเป็นวิธีที่แนะนำเลยค่ะว่าได้ผลจริงสำหรับการฝึกภาษา แต่ว่าในการเริ่มฝึกนั้นควรเริ่มจากหนังสือนิยายเยาวชน (Dan Brown อย่าเพิ่งไปอ่านค่ะใจเย็นๆ ก่อน) เล่มไม่หนามากเพื่อจะได้เป็นกำลังใจเวลาอ่านจบ แล้วค่อยพัฒนาไปเป็นนิยายรักก็ได้ ค่อยเป็นค่อยไปนะคะ ขอแค่อย่าเพิ่งท้อใจไปก่อนก็พอ

คนเก่งภาษาแนะนำว่า : พอดีเราไปอยู่ต่างประเทศมาอะแกร

ความจริง: กลับมาก็พูดไม่ได้เหมือนเดิมอะ!

อันนี้ไม่แน่เสมอไปนะคะ แล้วแต่ความเรียนรู้ของแต่ละคน หากไปอยู่ต่างประเทศแล้วหาโอกาศออกไปพูดคุยกับคนท้องถิ่น กล้าพูดกล้าถาม ก็จะเก่งเร็วค่ะ แต่ถ้าอยู่แต่กับเพื่อนคนไทย ได้ใช้ภาษานิดหน่อยตอนไปซื้อของ ก็จะไม่ได้เป็นหลากหลายมากนัก เพราะฉะนั้นหากคุณมีโอกาสได้ออกไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆ หรืออยู่ยาวก็ลองออกไปคุยกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติเยอะๆ ดูนะคะ

คนเก่งภาษาแนะนำว่า : มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติเยอะ แปบเดียวก็เป็นแล้ว

ความจริง: ถ้าไม่ได้แต่ภาษาเกรียนๆ มาก็กลายเป็นเกรียนคีย์บอร์ด

จริงๆ แล้วการมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติช่วยได้มากพอๆ กับการไปอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ แต่กระนั้นก็ขึ้นอยู่กับความขวนขวายอีกนั้นแหละ บางคนที่มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติถ้าสนิทหน่อยก็ได้ภาษาเกรียนๆ มาเพียบ แต่ถ้ารู้จักกันทางอินเทอร์เนตหรือทางธุรกิจที่ติดต่อกันโดยใช้ Email เป็นหลักบางทีก็ชินพิมพ์มากกว่า พอจะให้พูดก็ติดๆ ขัดๆ ไม่ค่อยสละสลวย (อย่างผู้เขียนเป็นต้น) วิธีแก้คือถ้ามีโอกาสก็พูดมันเข้าไป พูดไปเถอะลิ้นเราจะได้ชินแล้วก็จะดีขึ้นเองค่ะ

ปล. ส่วนเรื่องภาษาเกรียนอันนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะต้องแยกแยะเองเน้อ อิอิ

สุดท้ายนี้เราอยากจะทิ้งท้ายเอาไว้อย่างหนึ่ง บทความนี้เป็นเพียงเรื่องจริงส่วนใหญ่เท่านั้นแต่ไม่ใช่ทั้งหมดจากใจผู้เขียนเองที่ก็ไม่ค่อยเก่งภาษาเท่าไหร่ตอนเด็กๆ ก่อนจะมาเข้าใจว่าการเรียนภาษาให้สัมฤทธิ์ผลนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่คนเก่งภาษาทุกคนมีเหมือนกันก็คือความขยันและพร้อมที่จะเรียนรู้ค่ะ DailyEnglish ขอเป็นกำลังใจให้คนเรียนภาษาทุกคน ขยันและขวนขวายเพื่อจะได้เก่งไวๆ นะคะ จุ้บๆ

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

เด็กคณะศิลปศาสตร์ที่รักภาษาทั้งไทย จีน อังกฤษ และญี่ปุ่น