5 สำนวนภาษาอังกฤษที่ได้ยินจนคุ้นหู แต่ไม่รู้แปลว่าอะไร

10724

สำนวนภาษาไทยมีจำนวนมากมายฉันใด สำนวนภาษาอังกฤษก็มีมากมายฉันนั้น โดยเฉพาะบางสำนวนที่ได้ยินบ่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยจะรู้ ไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายความว่ายังไง วันนี้จะพามาดู 5 สำนวนภาษาอังกฤษที่แสนจะคุ้นหูกันค่ะ

commonidioms

1. Break a leg

สำนวนนี้ได้ยินบ่อยมากๆ ค่ะ โดยเฉพาะเวลาที่กำลังจะไปสอบ หรือไปทำภารกิจสำคัญๆ มักจะมีคนชอบมาพูดว่า Break a leg ซึ่งฟังๆ ดูแล้วเหมือนจะเป็นการแช่งกันมากกว่าการอวยพรใช่ไหมคะ เราจะไปสอบแท้ๆ ทำไมต้องมาแช่งให้ขาหักกันด้วย แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะ สำนวน Break a leg นั้น แท้จริงแล้วมีความหมายว่า ขอให้โชคดี

ที่มาของสำนวนนี้มาจากในอดีตที่ใช้อวยพรนักแสดงก่อนขึ้นแสดงบนเวที เพราะมีความเชื่อที่ว่าลักษณะของขาที่หัก (Break a leg) นั้น มีลักษณะโค้งงอ เหมือนเวลาที่นักแสดงโค้งคำนับขอบคุณผู้ชมเมื่อเวลาแสดงจบ นั่นก็หมายถึงการแสดงนั้นประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างประโยค

Danny’s family told him to “break a leg” right before he went up on stage.”
ครอบครัวของแดนนี่ได้อวยพรให้เขาโชคดีก่อนขึ้นแสดงบนเวที

2. Cry over spilt milk

สำนวนนี้ถ้าแปลง่ายๆ ตรงตัว ก็คือ ร้องไห้ให้กับนมที่หกเลอะเทอะ ซึ่งการกระทำแบบนี้ถือเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ค่ะ เพราะนมที่หกเลอะเทอะออกมานั้น จะร้องไห้มากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขให้นมไม่หกได้ ดังนั้น สำนวน Cry over spilt milk นั้น จึงมีความหมายถึงการคร่ำครวญหรือจมอยู่กับข้อผิดพลาดในอดีต

ตัวอย่างประโยค

“I know you didn’t mean to break my phone, so there’s no use in crying over spilt milk now.”
ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะทำโทรศัพท์ฉันพังหรอก เพราะฉะนั้นหยุดคร่ำครวญถึงเรื่องที่มันผ่านไปแล้วเถอะ

3. Hold your horses

มีใครเคยขี่ม้าบ้างไหมคะ ? ถ้าใครเคยได้ลอง จะรู้ว่าการขี่ม้าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะขี่กันได้เก่งตั้งแต่ครั้งแรกๆ การจะขี่ม้าให้เก่งนั้นต้องมีการฝึก การเรียนรู้ที่จะควบคุมม้าให้ได้ ดังที่สำนวนนี้กล่าวไว้ว่า Hold your horses คือ การคุมบังเหียน และควบคุมม้าให้ดีๆ ไม่ให้เกิดการพยศ

สำนวนนี้เมื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันจึงแปลว่า การอดทนต่อแรงกดดัน คือ ฝึกใจของเราให้เย็น ไม่ให้วู่วาม เหมือนกับการควบคุมม้าให้ดีนั่นเอง

ตัวอย่างประโยค

“Hold your horses sir, can’t you see that we haven’t finished here?”
ใจเย็นๆ ก่อนนะคุณ เห็นหรือเปล่าว่าเรายังทำงานไม่เสร็จเลย?

4. Bad Apple

เวลาเราไปเลือกซื้อผักหรือผลไม้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาด จะเห็นได้ว่าการจัดวางของผักและผลไม้นั้น มักจะวางรวมๆ กันอยู่ในตะกร้าเดียวกัน แล้วให้ลูกค้าอย่างเราๆ ไปเลือกสรรเอาเอง ในตะกร้านั้นก็มีทั้งของที่สดและของที่เสียปะปนกันไป เปรียบเหมือนสังคมมนุษย์นั่นแหล่ะค่ะ ที่ในแต่ละกลุ่มแต่ละก้อน ก็ย่อมจะต้องมีคนดีบ้าง คนไม่ดีบ้าง ซึ่งเวลาที่มีคนไม่ดีอยู่ในกลุ่มนั้น เขาจะเรียกคนๆ นั้นว่า Bad Apple ซึ่งหมายถึง คนนิสัยไม่ดี ค่ะ

ตัวอย่างประโยค

“There was one bad apple in the movie theatre last night. This man at the back wouldn’t stop talking loudly. He was so rude!”
เมื่อคืนนี้ที่โรงภาพยนตร์มีผู้ชายคนหนึ่งนิสัยแย่มาก คนที่นั่งแถวหลังแล้วพูดเสียงดังไม่หยุดตลอด นิสัยไม่ดีจริงๆ เลย!

5. No strings attached

มาถึงสำนวนสุดท้าย No strings attached  เคยได้พบเห็นในบทความหรือเคยได้ยินกันบ้างไหมคะ? เพราะเป็นสำนวนที่ค่อนข้างจะปรากฏให้เห็นบ่อยๆ รวมถึงเคยเป็นชื่อภาพยนตร์ด้วยนะคะ สำนวนนี้แปลตรงตัว คือ ไม่ผูกเชือก แต่ถ้าแปลให้ลึกซึ้งแบบสำนวนแล้วจะมีความหมายว่า ไม่มีข้อผูกมัด หรือปราศจากเงื่อนไข นั่นเองค่ะ

ตัวอย่างประโยค

“My friend lent me his car last weekend with no strings attached. He’s such a nice guy!”
เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อนให้ฉันยืมรถของเขาขับโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น เขาช่างเป็นคนดีจริง!

รู้ความหมายแล้ว หวังว่าคราวหน้าเมื่อได้ยินสำนวนเหล่านี้แล้ว จะทำความเข้าใจและแปลความหมายกันได้ถูกต้องนะคะ ☺

คอมเมนต์ได้เลย!

ร่าเริง สดใส หลงใหลในอาหาร ชื่นชอบการเขียนงาน เบิกบานเวลาท่องเที่ยว :)