5 คำในภาษาอังกฤษแบบ Canadian พร้อมคำอธิบายและที่มา

1414

สำหรับคนที่เรียนภาษาอังกฤษแล้วต้องรู้ว่าภาษาอังกฤษนั้นไม่ได้มีแค่แบบฉบับเดียว นอกจากจะมีภาษาอังกฤษแบบชาวอังกฤษ (British English) แล้ว ยังมีภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English) ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียน (Australian English) แล้วก็ยังมีภาษาอังกฤษแบบแคนาเดี่ยน (Canadian English) ซึ่งแต่ละพวกก็จะมีลักษณะของการใช้คำและสำเนียงแตกต่างกันไป วันนี้ DailyEnglish จะมานำเสนอภาษาอังกฤษ 5 คำของชาวแคนาดาและที่มาของมันให้ได้รู้กันค่ะ

1. Toque

Toque (โทค) คือหมวกผ้าไม่มีขอบแบบที่ผู้หญิงชอบใส่กัน อันที่จริงแล้ว เป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้เลยในช่วงหน้าหนาวของชาวแคนาดา ซึ่งแน่นอนว่าเจ้า touge นี้ก็ไม่ได้รับมาจากไหนไกล แต่มาจากภาษาฝรั่งเศสที่ใช้คำว่า “Tugue” นั่นเอง (เนื่องจากว่าในแคนาดามีบางส่วนที่พูดภาษาฝรังเศสเป็นภาษาแรกด้วย ไม่ใช่เพียงภาษาอังกฤษเท่านั้น) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางทีในภาษาอังกฤษก็ยังคงรูปสะกดเดิมของภาษาฝรั่งเศสเอาไว้นะคะ

2. Poutine

Poutine (พูทีน) เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่งของแคนาดาที่เป็นเฟรนฟรายที่ราดด้วยลิ่มน้ำนมและน้ำเกรวี่ โดยเป็นอีกคำที่มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส แต่ว่า Dictionary of Canadianism on Historical Principle (DCHP) กลับอ้างว่าคำนี้จริง ๆ แล้วกลายมาจากคำว่า Pudding ในภาษาอังกฤษอีกที

อาหารอย่าง poutine ที่มีขายอยู่ในแคนาดาทุกวันนี้ค่อนข้างเป็นเมนูที่ใหม่ เพราะยังเรียกกันว่าเป็น “The new fast food snack” อยู่ เนื่องจากว่าจะมีอาหารที่เป็นเมนูเดิมของชาวอคาเดียนซึ่งเรียกกันว่า poutine râpée ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาหารนี่ก็มีลักษณะเป็นก้อนพุดดิ้งต้มใช้กับมันฝรั่งที่ห่อด้วยเนื้อ แต่ถึงอย่างนั้นนักภาษาศาสตร์ก็ยังพูดไม่ได้ว่า คำว่า poutine นั้นกลายมาจากเมนูนี้ด้วยหรือเปล่า

3. Canuck

Canuck (คานัค) คือ ชื่อเล่นของชาวแคนาดาที่ชาวต่างชาติเรียกกัน หรือไม่ก็เป็นคนแคนาดาด้วยกันที่ใช้เรียกชาวแคนาดาเชื้อสายฝรังเศสอีกที ซึ่งมีทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของมันหลายทฤษฎีด้วยกัน

ทฤษฎีแรกมาจาก Dictionary of Canadianism on Historical Principle เวอร์ชั่นล่าสุด อ้างว่ามันมาจากภาษาฮาวาย ฝีพายที่ทำงานอยู่บนเรือใหญ่จะเรียกตัวเองว่า “kanaka” (คานาคา) ซึ่งหมายถึง “men” ซึ่งคนเรือทางแถบอเมริกาเหนือ ก็เอามาใช้เรียกแทนพวกคนที่อาศัยอยู่แถบหมู่เกาะแปซิฟิก

หลังจากนั้นคนเรือทางแถบอเมริกาเหนือก็เลยเอาคำนี้ (kanaka) มาเรียกชาวต่างชาติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวเยอรมัน ชาวดัชท์ แล้วก็ชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศสด้วย (อาจจะเป็นคำเรียกที่หยาบคาย)

แต่จากนั้นก็มีการกร่อนเสียง (เป็น คา-นัค) และมันก็กลายมาเป็นคำที่ใช้กันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเอามาเรียกชาวแคนาดา หรือว่าสิ่งต่าง ๆ ที่มาจากแคนาดา โดยเฉพาะทีมฮอคกี้

4. Bunny hug

Bunny hug (บันนี่ ฮัค) ก็คือสิ่งที่ชาวบ้านชาวช่องในประเทศอื่น ๆ เขาเรียกกันว่า “Hoodie” หรือว่าเสื้อกันหนาวที่มีฮู้ดและมีกระเป๋าใหญ่ข้างหน้า คำว่า bunny hug นี้มีการพูดถึงครั้งแรกในช่วงปี 1978 ซึ่ง Dictionary of Canadianism on Historical Principle เชื่อว่าเป็นคำของเหล่าวัยรุ่นในยุด 1980s นั่นเอง เพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เสื้อฮู้ดกำลังเข้ามาโด่งดังในหมู่วัยรุ่นของแคนาดามาก

5. Eh

ความเชื่อที่ว่าคนแคนาดาชอบมีหางเสียงว่า ‘eh’ (เอ๋ย์) กันโดยชาวอังกฤษ (เจ้าของภาษาตามแบบฉบับ) แต่จริง ๆ แล้วหาเสียงแบบนี้คนในประเทศนิวซีแลนด์ก็ใช้เหมือนกัน แล้วก็ใช้เหมือนกันเลยด้วย ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้ในแง่ที่เอาไว้ถามหาคำยืนยันหรือว่าการรับรู้ เช่น “It’s cold out, eh?’ เป็นต้น

จริง ๆ แล้วคำนี้ก็ไม่น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ความเป็นคนธรรมดาเท่าไหร่ แต่ว่าคนแคนาดานี่ชอบเชื้อในเรื่องคำเฉพาะของคนแคนาดา หรือว่าความเป็นคนแคนาดา หรือว่าสัญลักษณ์ของความเป็นแคนาดามาก ๆ หางเสียง “eh” ก็เลยกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของคนแคนาดาไปนั่นเอง

เห็นไหมคะว่า ภาษาอังกฤษเหล่านี้นั้นเป็นตัวบ่งบอกความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างภาษาอังกฤษด้วยกันเองได้มากมายเลยทีเดียว เพราะว่าการใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละภูมิภาคนั้น ก็จะได้รับอิทธิพลทางสังคมและวัฒนธรรมแตกต่างกันทำให้เกิดคำและบริบทต่าง ๆ กันขึ้นมาได้ เราในฐานะคนเรียนภาษาอังกฤษก็ควรจะเรียนรู้และแยกแยะออกให้ได้ด้วย เพราะบางทีก็จำเป็นมาก ๆ สำหรับการนำมาใช้และการสื่อสาร ส่วน DailyEnglish ก็พร้อมจะนำสาระดี ๆ แบบนี้มาเสิร์ฟให้ได้เสมอเลยค่ะ

ขอบคุณที่มีมา: globalnews.ca

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

นักอ่านและนักอยากเขียน มีความสนใจภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ชอบนั่งอ่านพจนานุกรม วลีแปลก ๆ หรือศัพท์แปลก ๆ เวลาเข้าห้องน้ำ