เคยไหมคะ มีคนเดินเข้ามาทักและชมว่า “Nice bag!” “Nice shirt!” หรือ “You look great today!” แต่ตอบอะไรไม่ถูกนอกจาก “Thanks!” และยิ้มหวาน ถ้านี่คือปัญหาที่คุณเผชิญอยู่ในการสนทนาภาษาอังกฤษ บทความนี้ช่วยคุณได้ค่ะ เรามาดูกันค่ะว่านอกจาก Thanks/ Thank you แล้ว เราจะตอบกลับคำชมได้อย่างไรบ้าง

otherwaystosaythankyou

พูดถึงที่มาของสิ่งของ (Talk about the history)

พอได้รับคำชม เราสามารถพูดถึงที่มาของสิ่งของ เช่นบอกว่าซื้อของสิ่งนี้มาจากไหน กลวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดความ awkward แล้ว ยังอาจจะช่วยให้เกิดการต่อยอดบทสนทนาด้วยค่ะ เราสามารถขึ้นต้นประโยคด้วย I bought it from… แล้วบอกชื่อร้าน หรือสถานที่ที่ซื้อของมา หรือจะพูดแค่ It’s … แล้วตามด้วยชื่อแบรนด์ หรือร้านก็ได้ค่ะ

Jake: “What a nice tote bag you have there!” (กระเป๋าผ้าสวยนะเนี่ย)
You: “ Thanks! It’s Barnes & Nobles. (ขอบคุณค่ะ ฉันซื้อมาจาก Barnes & Nobles)

ยกเครดิตให้คนอื่น (Shifting the credit)

นอกจากการพูดถึงที่มาของสิ่งของ เรายังสามารถยกเครติดให้คนอื่นได้ด้วยการบอกไปว่าของชิ้นนี้มีคนซื้อมาให้ หรือมีคนเลือกให้ การตอบแบบนี้จะทาให้เราดูอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนน่ารักค่ะ

เราสามารถใช้คำว่า hand-me-down ซึ่งหมายถึงของที่ได้รับตกทอดมาจากคนอื่นๆ หรือจะบอกก็ได้ค่ะว่ามีคนซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด โดยการพูดว่า My (friend, sister, brother, …) gave it to me for my birthday. เช่น

Lynn: “Oh I love you top! Nice style and color.” (เสื้อสวยจังเลยนะเธอ)
You: “Thanks! It’s my sister’s hand-me-down.” (ขอบใจจ๊ะ ของตกทอดจากพี่สาวฉันแหละ)

ไม่จริงหรอกมั้ง! (Disagree)

วิธีนี้ใช้ได้ดีเมื่อเราไม่อยากจะเชื่อคำชมที่เราได้รับ เช่นเวลามีคนชมว่าวันนี้ดูดีจัง ทั้งๆที่เมื่อคืนเราแทบไม่ได้นอน เราจะพูดว่า I don’t think so. หรือ Haha. You’re kidding. ก็ได้ค่ะ เช่น

Mark: “You look great today!” (วันนี้ดูดีเป็นพิเศษนะเนี่ย)
You: “I don’t think so. I barely slept last night.” (ไม่จริงมั้ง เมื่อคืนแทบไม่ได้นอน)

ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องพูดแค่ Thanks! แล้วเดินจากไปแล้วค่ะ

คอมเมนต์ได้เลย!