25 ศัพท์ที่ความหมายปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม (1)

2

ว่ากันว่าภาษาต่าง ๆ ที่ยังไม่ตายมันจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ภาษาอังกฤษก็เช่นกันค่ะ หลายครั้งคำศัพท์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เมื่อหลายสิบปีก่อนหรือร้อยปีก่อนมันอาจจะไม่ได้หมายความตามที่เราเข้าใจกันอยู่ก็เป็นได้ และนี่ก็คือคำศัพท์ทั้ง 25 คำในภาษาอังกฤษ ที่ความหมายใหม่ของมันเปลี่ยนไปจากความหมายเดิมจนเรายังนึกไม่ถึงกันเลยค่ะ

ALIENATE

คำว่า alienate เหมือนกับคำว่า alien เป็นศัพท์ที่มาจากคำในภาษาละตินที่ว่า alienus ซึ่งเคยเอาไว้ใช้เรียกสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ติดต่อสื่อสารไม่ได้ หรือว่าต่างที่ต่างถิ่น และเมื่อคำว่า alienate ปรากฎในภาษาอังกฤษครั้งแรกในฐานะศัพท์ทางกฎหมายในช่วงกลางศตวรรษที่ 1400s มันหมายถึงการโอนความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ไปสู่คนอื่น มันจึงกลายเป็นสินศัพท์ที่ต่างที่/ต่างถิน หรือติดต่อสื่สารไม่ได้สำหรับคุณ แต่สำหรับในปัจจุบันนี้คำนี้มีความหมายว่า ออกห่าง หรือแปลกแยกค่ะ

AMBIDEXTROUS

คำนี้จริง ๆ แล้วหมายความว่า “สามารถใช้มือทั้งสองมือได้ดีเหมือนกัน หรือว่าถนัดทั้งสองมือนั่นเอง” แต่ความหมายปัจจุบันของมันไม่ใช่ความหมายเดิมของมันเสียทีเดียวนะคะ คำนี้เข้ามาในภาษาอังกฤษประมาณกลาง ๆ ศตวรรษที่ 16 และ ambidexter ก็คือคนที่รับเงินได้โต๊ะจากทั้งฝั่งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย คำว่า ambidextrous จึงแปลว่า “คนสองหน้า” ในสมัยนั้นค่ะ ไม่ใช่คนถนัดสองมือแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน

BUNNY

คำว่า Bunny ที่ปัจจุบันแปลว่ากระต่ายนั้นมาจากคำว่า bun ซึงในภาษาอังกฤษสมัยเก่าและว่ากระรอกค่ะ ไม่ใช่กระต่าย

CHEAP

คำว่า cheap หมายถึงอะไรก็ตามที่มี “ต้นทุนต่ำ” ซึ่งการเกิดขึ้นของคำนี้ก็สาวย้อนกลับไปได้ถึง 500 ปีเลยทีเดียว มันอาจจะไม่ได้ฟังดูทันสมัยขนาดนั้น แต่เมื่อเทียกับความจริงที่ว่าการบันทึกคำศัพท์ cheap ครั้งแรก ๆ นั้นเกิดในช่วงศตวรรษที่ 9 นั่นแล้ว ซึ่งเป็นคำที่หมายถึงบางอย่างที่อยู่ในหมวดหมู่ของ “การขาย” หรือ “การต่อรอง” หรือ “การตลาด” ดังนั้นสมัยก่อนการ cheapen อะไรบางอย่าง จริง ๆ หมายความว่าของสิ่งนั้นราคาเท่าไรนั่นเองค่ะ

DUMP

ทุกวันนี้ถ้าได้ยินใครพูดว่า “down in the dump” จะหมายความว่าเราอยู่ในอารมณ์ย่ำแย่ หม่นหมอง ไร้ชีวิตชีวาสุดขีดใช่ไหมคะ แต่คำว่า dump เดิมนั้นมาจากภาษาอังกฤษแบบทูดอร์ ซึ่งแปลว่าไม่มีสติ เหม่อลอย (absent-minded) จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หรือการฝันกลางวันนั่นเองค่ะ ไม่ได้มีความหมายที่ขึ้งเครียดอย่างที่ใช้กันในปัจจุบันนะคะ คำนี้นี่มีรากมาจากภาษาเยอรมัน คำว่า “Domp” แปลว่าหมอกค่ะ

EXPLODE

คำเติมท้าย -plode ที่อยู่ในคำว่า “explode” (ระเบิด) มาจากรากเดียวกับคำว่า “applaud” (ปรบมือ) ซึ่งเดิมแล้วหมายความว่า “ไล่นักแสดงให้ลงจากเวที” ค่ะ

FANTASTIC

ความเชื่อมโยงกับสิ่งที่ fantastic กับความเป็น fantasy ในสมัยก่อนมันเกี่ยวข้องกันมากกว่าในปัจจุบันค่ะ เดิมทีแล้วคำว่า fantastic มีความหมายว่า “มีอยู่เพียงแค่ในจินตนาการเท่านั้น” หรือจะเรียกว่า “ไม่เป็นจริง” “สร้างจากความฝัน” ก็ได้ ไม่ต่างจากคำว่า fantasy ที่หมายถึง “ความฝัน” เลย เพราะสิ่งที่ fantastic นั้นจะพิเศษมาก หรือไม่ก็แปลกประหลาดมาก ซึงคำนี้มันดันมาเกี่ยวข้องกับสิ่งสวยงามมหัศจรรย์ด้วย ก็เลยลงเอยเป็นความหมายที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

FASCINATED

รากศัพท์ของคำว่า fascinated มาจากภาษาละตินคำว่า fascinus ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับมนต์วิเศษ หรือว่าเวทย์มนต์ เช่นนั้นแล้วความหมายเดิมมันจึงหมายถึง “การสะกด” หรือ “การต้องมนต์” ไม่ใช่แค่ “น่าสนใจ” หรือว่า “ตื่นตาตื่นใจ” เท่านั้น

GAMUT

ก่อนหน้าที่จะมีการใช้ “โด-เร-มี” กัน โน้ตตัวที่เสียงต่ำของเสียงดนตรีคือ ut (อึต) ค่ะ และเสียงที่ต่ำที่สุดของเสียง ut ก็คือเสียง gamma ut (กามมา อึต) ซึ่งเอามาเรียกง่าย ๆ กันว่า gamut (กามุต) พอเวลาผ่านไป คำว่า gamut ก็กลายมามีความหมายรวม ๆ ว่าช่วงเสียงดนตรี ซึ่งความหมายแบบสมัยใหม่นี้ได้มากจากการนิยามคำช่วง 1700s นั่นเอง

GIRL

น่าแปลกมาก แต่คำว่า girl นั้นเดิมทีแล้วเป็นคำกลาง คือคำที่ไม่มีเพศ เหมือนที่เราใช้คำว่า child หรือคำว่า kid ความหมายของมันเริ่มมาเจาะจง หรือใช้เฉพาะเพศเอาเมื่อช่วงศตวรรษที่ 15 นี่เอง หลังจากคำว่า Boy ซึ่งเดิมหมายความว่า “คนใช้/ผู้ช่วยที่เป็นเพศชาย” เอามาใช้ในภาษาอังกฤษ (เดาว่าอาจจะเขามาจากภาษาฝรั่งเศส) แล้วก็เอาความหมายอีกครึ่งหนึ่งของคำว่า girl ไปได้ ทำให้เราต้องใช้ทั้ง boy และ girl กันในทุกวันนี้

HANDICAP

นิรุกติศาสตร์คติชนเชื่อว่าคำว่า handicap มาจากทหารบาดเจ็บที่กลับมาจากสงครามและไม่สามารถทำงานได้ จึงถูกบังคับให้ออกไปขอทานตามถนนด้วยการถือหมวกไว้ในมือ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่จริงเลย อันที่จริงแล้ว คำว่า handicap มาจากการค้าขายหรือต่อรองทางธุรกิจแบบเก่า ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องให้บุคคลที่สามซึ่งเป็นกลางเข้าถึงสินค้าได้ด้วย แล้วคน ๆ นี้ก็จะตรวจสอบมูลค่าที่แตกต่างกัน เพื่อให้แน่ใจว่าของที่เอามาขายนั้นมีราคาเท่ากัน ถ้าทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกับราคาที่เขาตั้งขึ้น ก็จะหย่อนเงินเล็กน้อยลงบนหมวกที่ไม่ได้กลับด้านของเขา และเขาก็จะเก็บเงินจำนวนนั้นไว้ได้เป็นค่าทำสัญญา ถ้าพวกเขาไม่เห็นด้วย ก็จะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นและเขาก็จะไม่ได้เงินเลย จากความหมายนี่เองที่ภายหลังเรามี handicap race หรือการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่แข็งแรงที่สุดจะต้องถูกกีดขวางไว้เพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรม ในช่วงศตวรรษที่ 18 และช่วงปลาย ๆ ศตวรรษที่ 18 นั่นเองที่ความหมายทั่วไปของคำนี้กลายเป็นความหมายว่า สิ่งกีดขวาง หรือเครื่องกีดขวาง

HUSBAND

คำว่า Husband เดิมแล้วหมายความว่า “ผู้เป็นเจ้าของบ้าน” หรือหัวหน้าของครอบครัว โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้วด้วยนะคะ เพราะรากศัพท์ของมันมีความหมายว่า “บ้าน” หรือ “การอยู่อาศัย” (รากศัพท์เชิงประวัติของคำว่า house) นั่นเอง  ในขณะที่คำว่า wife หมายถึง “ผู้หญิง” ซึ่งความหมายเดิมก็ยังอยู่รอดมาจนทุกวันนี้ อย่างที่เห็นในคำว่า housewife หรือ midwife นั่นเอง

ผ่านไปแล้ว 12 คำค่ะ เล่นเอาเหงื่อตกเลยใช่ไหมล่ะคะ เพราะความหมายเดิมของมันบางทีก็ห่างไกลจากความหมายที่เราใช้กันในปัจจุบันสุด ๆ ไปเลย อย่าลืมติดตามอีก 13 คำที่เหลือที่นี่กันด้วยนะคะ

ขอบคุณที่มา: mentalfloss.com

คอมเมนต์ได้เลย!