23 คำถามภาษาอังกฤษ เอาไว้ถามข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น

2587

เคยตอบกลับคำถามแบบนี้บ้างไหมคะ

A : How come?
B : By bus.

ถ้าเข้าใจภาษาอังกฤษดีก็จะรู้ว่าเขาไม่ได้ถามว่ามาอย่างไร แต่ถามว่า “เพราะอะไร” หรือ “ทำไม” ต่างหาก ปัญหาอย่างหนึ่งของการสื่อสารก็คือไม่เข้าใจคำถาม หรือ เข้าใจคำถามผิด เวลาตอบก็เลยให้คำตอบไม่ตรงประเด็น สำหรับเรื่องทั่วไปนั้นคงไม่ค่อยมีผลมากเท่าไร แต่ถ้าเป็นการตอบคำถามเพื่อให้ข้อมูลส่วนตัวอาจจะมีปัญหาตามมาได้เช่นกัน

มีหลายครั้งที่เราต้องให้ข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็นของเรากับผู้อื่น เช่น เมื่อเราต้องติดต่อทำเอกสารสำคัญบางอย่าง เมื่อเราต้องเดินทางไปต่างประเทศ การสมัครงาน เป็นต้น ซึ่งความจริงแล้วเป็นประโยคง่ายๆ แต่บางทีก็ลืมมันไป หรือส่วนมากเจอวนเวียนอยู่แค่ไม่กี่ประโยค พอเจอประโยคใหม่ก็เลยตกใจจนไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรก็มี วันนี้เราจะมาดูกันว่า คำถามที่เกี่ยวข้องกับการสอบถามข้อมูลส่วนตัวนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจและตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง

What is your name?

[คุณชื่ออะไร]

Can you tell me your name please?

[คุณชื่ออะไร]

How old are you?

[คุณอายุเท่าไร]

Can you tell me your age please?

[คุณอายุเท่าไร]

What’s your birthday?

[คุณเกิดวันที่เท่าไร]

How tall are you?

[คุณสูงเท่าไร]

How much do you weigh?

[คุณน้ำหนักเท่าไร]

What is your weight?

[คุณน้ำหนักเท่าไร]

What is your address?

[ที่อยู่ของคุณคือที่ไหน]

Where were you born?

[คุณเกิดที่ไหน]

Where are you from?

[คุณมากจากที่ไหน / คุณมาจากประเทศอะไร]

What is your nationality?

[คุณมีสัญชาติอะไร]

What is your religion?

[คุณนับถือศาสนาอะไร]

What do you do for a living?

[คุณทำงานอะไร]

Where do you work?

[คุณทำงานที่ไหน]

Where do you study?

[คุณเรียนที่ไหน]

What faculty are you studying in?

[คุณเรียนคณะอะไร]

What is your telephone number?

[เบอร์โทรศัพท์คุณหมายเลยอะไร]

What is your mobile phone number?

[เบอร์โทรศัพท์มือถือของคุณหมายเลยอะไร]

How many people are there in your family?

[ในครอบครัวคุณมีสมาชิกกี่คน]

How many children do you have?

[คุณมีลูกกี่คน]

How many brothers and sisters do you have?

[คุณมีพี่น้องกี่คน]

Are you married or single?

[คุณแต่งงานแล้วหรือยังโสด]

อันที่จริงแล้วการถามคำถามเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวนั้นอาจลงลึกได้มากกว่านี้อีกตามแต่สถานการณ์ แต่นี่คือประโยคพื้นฐานที่เราจำเป็นต้องรู้และเข้าใจ จะได้ให้ข้อมูลได้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่แน่ใจหรือฟังได้ไม่ชัดก็ควรขอให้ผู้ถามพูดซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าพูดซ้ำแล้วเรายังไม่เข้าใจ อาจเพราะเป็นประโยคที่ไม่คุ้นเคย ก็ให้บอกตามตรงว่าไม่เข้าใจ เพื่อที่เขาจะได้หาคำพูดที่จะถามให้ง่ายขึ้น

คอมเมนท์กันได้เลย!

ความเห็น

ฟรีแลนซ์สายงานแฮนด์เมด ที่จับงานเขียนมาตั้งแต่มัธยม