15 คำแปลกในภาษาอังกฤษที่ฝรั่งยังขมวดคิ้ว

9

พอเรียนภาษาอังกฤษมาได้เรื่อย ๆ ก็จะเริ่มได้เจอกับคำยาว ๆ ที่ออกเสียงยาก ๆ หรือว่าคำที่มีรูปสะกดไม่ค่อยตรงกับเสียง แล้วเราก็มักจะคิดว่าคำพวกนี้มันแปลกจากคำธรรมดา ๆ ที่เราเคยเรียนกันมาตอนแรก ๆ เสียเหลือเกินใช่ไหมล่ะคะ… แต่อย่าเพิ่งคิดว่าภาษาอังกฤษจะแปลกได้แค่นั้น เพราะยังมีคำบางคำที่ฟังยังไงก็ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นภาษาอังกฤษไปได้ เพราะการออกเสียงของมันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน และนี่ก็คือ 15 คำแปลกที่ฝรั่งยังฟังแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

Kerfuffle (เคอะ-ฟา-เฟิล)

Kerfuffle เป็นคำนามที่มีใช้กันมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 แล้วค่ะ สันนิษฐานกันว่าอาจจะเข้ามาในภาษาอังกฤษไม่จากชาวสก็อต ก็ชาวไอริช เพราะคำนี้เป็นคำที่มีใช้อยู่ก่อนแล้วทั้งในสก็อตแลนด์และไอร์แลนด์

สมมติถ้ามีคนมาถามคำถามนี้ จะรู้ไหมคะว่าคนถามเขาถามว่าอะไร ?

“What’s all the shouting for? Why are you making such a kerfuffle?”

คำนี้มันหมายถึงการสร้างความจุกจิกหรือว่าสิ่งน่ารำคาญ โดยเฉพาะเวลาที่คนมีความเห็นที่แตกต่างกัน ลองนึกถึงเพื่อนของคุณสองคนที่กำลังทุ่มเถียงกันในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ เสียงดัง ๆ นั่นแหละค่ะ คือ kerfuffle noise ดี ๆ นี่เอง

Hullaballoo (ฮัล-ลา-บอล-ลู)

“Did you hear all that hullaballoo in the office today?”

คำแปลของศัพท์ตัวนี้ก็เหมือนเสียงที่คำคำนี้ออกนั่นแหละค่ะ Hullaballoo คือคำนามที่หมายถึงเสียงดัง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็เสียงตะโกนที่คนเขาตะโกนเวลาโกรธกันนั่นเอง

คำนี้เข้ามาในภาษาอังกฤษต้ังแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 18 แล้วค่ะ สงสัยจังว่ายังจะมีใครเอามาใช้ในชีิวิตประจำวันอยู่อีกไหม

Cacophony (คะ-คอ-โฟ-นี)

นี่ก็เป็นคำนามที่เกี่ยวกับเสียงอีกเช่นกัน แต่เป็นเสียงปั่นประสาทหลาย ๆ เสียงรวมกัน ลองนึกถึงเสียงสุนัขเห่าระงมไปหมด ผสมกับเสียงนาฬิกาปลุก และเสียงรถยนต์วิ่งสวนกันไปมา ในคราวเดียวกันดู นั่นแหละค่ะ คุณกำลังได้สัมผัสกับ Cacophony!

ถ้าดูจริง ๆ แล้วก็อาจจะเดาได้ว่าคำนี้เกี่ยวกับเสียงเพราะมีคำว่า -phony ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับเรื่องเสียงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คำว่า Cacophony เป็นคำภาษากรีกที่ผสมกันระหว่างคำว่า kacos (bad) และคำว่า phone (sound) ซึ่งเข้ามาในภาษาอังกฤษสักประมาณศตวรรษที่ 16 ค่ะ

Ragamuffin (แร-กา-มัฟ-ฟิน)

คำว่า Ragamuffin มาจากภาษาอังกฤษในยุคกลางค่ะ

คุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า Rag มาแล้วใช่ไหมคะ ซึ่งมีความหมายถึงเศษผ้าสกปรกหรือที่บ้านเราเรียกกันว่าผ้าขี้ริ้วนั่นแหละค่ะ คำว่า Ragamuffin จึงหมายถึงคนที่สวมใส่เสื้อผ้าที่สกปรกขาดวิ่นประหนึ่งเอาผ้าขี้ริ้วมานุ่งก็ไม่ปานนั่นเอง จริง ๆ แล้วคำนี้มักจะใช้กับเด็กค่ะ หรือไม่ก็ใช่พูดถึงสัตว์ที่สกปรกมอมแมม

คราวหน้าถ้าได้ยินคนเฒ่าคนแก่ที่ไหนพูดว่า “I send my children to school dressed smartly, and they come home like little ragamuffins!” คุณก็จะเข้าใจแล้วค่ะว่าเขาหมายความว่ายังไง

Whippersnapper (วิบ-เปอร์-สะ-แนบ-เปอร์)

คำนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคำว่า whip (หวด/ตี) หรือคำว่า snap (ทำให้เกิดเสียงแหลม/ดัง) เลยค่ะ ลองพูดคำว่า whippersnapper ไว ๆ ดูสิคะแล้วจะพบว่ามันออกเสียงได้ตลกมากทีเดียว

แม้ว่าคำนี้จะล้าสมัยไปนานแล้ว แต่ถ้าคุณเอามาพูดอีกมันก็น่าจะเรียกรอยยิ้มจากคนเฒ่าคนแก่ได้พอตัว คำ ๆ นี้อยู่ในภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 แล้วค่ะ โดยมันเป็นการรวมกันของคำสองคำ ครึ่งแรกนั้นหมายถึงคนที่ขี้เกียจจัดจนตัวเป็นขน ส่วนครึ่งที่สองหมายถึงเด็กที่อาศัยอยู่ตามข้างถนน ซึ่งเป็นเด็กที่ชอบทำตัวไม่ดี เช่นขโมยของหรือว่าหลอกลวงต้มตุ๋นผู้คน

ความหมายมันก็กลายมาไกลมากแล้วล่ะค่ะ ทุกวันนี้ whippersnapper หมายถึงเด็กที่ชอบทำตัวมั่นใจเกินเหตุและยังมีบุคลิกทะลึ่งทะเล้น เป็นคำที่เหมาะจะเรียกเด็ก ๆ ที่ช่างซักช่างถามไม่รู้จักหยุดหย่อน แล้วก็ชอบที่จะพูดแก้ให้พ่อแม่ตัวเองด้วย

Gobbledygook (กอบ-เบอะ-ดิ-กุก)

ลองหลับตาแล้วนึกถึงไก่งวงดูค่ะ ถ้าเคยได้ยินเสียงมันร้องจะจินตนาการได้เลยว่ามันออกเสียงคล้าย ๆ ว่า “ก๊อบ-เบิ้ล, ก๊อบ-เบิ้ล, ก๊อบ-เบิ้ล” นั่นแหละคือที่มาของคำ ๆ นี้ค่ะ

คำว่า Gobbledygook นี้เป็นคำนามที่สร้างจากเสียงร้องของไก่งวงที่ไม่มีความหมาย ซึ่งคนอเมริกันเขาประดิษฐ์ใช้กันตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1940s ค่ะ ซึ่งมันก็มีความหมายถึงคำพูดที่ไร้สาระ ไม่มีความหมาย ฟังไม่รู้เรื่อง บางทีก็หมายถึงคำพูดหรือศัพท์แสดงเชิงทฤษฎีที่คนฟังฟังไม่เข้าใจด้วยเหมือนกัน

“The Director was talking a load of gobbledygook in that meeting. I have no idea what he wants!”

Gibberish (จิบ-เบอะ-ริช)

ถ้ามีใครสักคนกำลังพูดจา Gobbledygook ก็หมายความว่าเขาพูดจากแบบ Gibberish ด้วย

Gibberish เป็นคำนามที่มีความหมายเหมือน Gobbledygook เลยค่ะ โดยมันหมายถึงคำพูดหรือวลีอะไรสักอย่างที่ฟัง ๆ แล้วก็เหมือนภาษาอังกฤษนี่แหละ แต่มันฟังไม่รู้เรื่องเสียนี่

คำว่า Gibberish เป็นคำที่มาก่อนคำว่า Gobbledygook ค่ะ มีใช้กันในภาษาอังกฤษมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 16 ซึ่งไม่มีใครแน่ใจเรื่องที่มาของมันเท่าไร แต่ก็สันนิษฐานกันว่าถ้าไม่ได้มีรากมาจากาภาษาสเปนก็อาจจะมาจากภาษาสวีเดนค่ะ

Poppycock (ป๊อบ-ปิ-ค็อก)

เคยได้ยินคนที่พูดเรื่องที่เขาไม่รู้หรือไม่เข้าใจเอาเสียเลยเป็นตุเป็นตะไหมคะ เช่น สิ่งที่พวกเขาพูดอยู่นั้นไม่เป็นจริงอย่างสิ้นเชิงเลย แต่พวกเขาก็ยังพยายามจะพูดต่ออยู่ได้ หรือไม่ก็การที่มีใครสักคนพยายามมาพูดข้อเท็จจริงอะไรให้กับคุณทั้ง ๆ ที่มันเป็นข้อเท็จจริงแบบที่ผิดถนัด

เป็นไปได้ว่าคนพวกนี้กำลังพูดจา Poppycock ค่ะ!

อันที่จริงศัทพ์คำนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำว่า Poppy (ดอกไม้ชนิดหนึ่ง) และ Cock (ไก่ตัวผู้หรือแสลงที่หมายถึงอวัยวะเพศชาย) แต่คำนี้มาจากคำในภาษาดัตช์ คำว่า Pepperkak ซึ่งเป็นคำผสมระหว่างคำว่า pap (นิ่ม/เหลว) และคำว่า kak (อึ) เป็นคำที่เข้ามาในภาษาอังกฤษเมื่อศตวรรษที่ 19 ค่ะ

Discombobulate (ดิส-คัม-บอบ-บู-เลต)

คำนี้ใช้กันมากในอเมริกาตอนเหนือค่ะ ถ้าใครสักคนพูดจา Gibberish, Gobbleddygook และ Poppycock แล้วล่ะก็ คน ๆ อาจจะกำลังพยายาม discombobulate (คำกริยา) คุณค่ะ คุณอาจจะรู้สึก discombobulated (คำคุณศัพท์) เมื่อได้เจอศัพท์พวกนี้เข้า

สับสนใช่ไหมล่ะคะ… คำว่า discombobulate นี้แปลว่า “สับสน” นั่นเองค่ะ

มีคนเอาคำนี้มาใช้ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 แล้ว และยังใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ แต่เป็นในทางตลก ๆ ค่ะ

Flummox (ฟลัม-เมกซ์)

ถ้าเกิดคุณรู้สึก discombobulated แล้วล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึก flummoxed (คำคุณศัพท์) ด้วยค่ะ

การที่จะ flummox (คำกริยา) ใครสักคน หมายความว่าเราจะทำให้คน ๆ นั้นทั้งงงและสับสนมาก ๆ

คำนี้เข้ามาในภาษาอังกฤษเมื่อช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยได้มาจากภาษาถิ่นของคนในอังกฤษค่ะ

Curmudgeon (เคอ-เมอ-เจน)

กำลังหาคำที่จะบรรยายคนขี้โมโหหรือหงุดหงิดตลอดเวลาไหมคะ Curmudgeon น่าจะเป็นคำที่คุณมองหาอยู่เลยล่ะค่ะ

ย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 16 เขาก็ใช้คำนี้กันมานานแล้วนะคะ ถ้าเผื่อวันหน้าวันหลังได้ยินใครพูดว่า

“I don’t like our English teacher … he is a real curmudgeon!”

คุณก็จะฟังเข้าใจแล้วล่ะ

Lackadaisical (แล-เคอะ-เด-สิ-เคิล)

แล้วถ้าเกิดอยากจะหาคำมาบรรยายคนที่แสนจะขี้เกียจและยังไม่มีความกระตือรือร้นหรือความมุ่งมั่นอะไรเลยล่ะก็… Lackadaisical ถือเป็นคำที่เหมาะเจาะทีเดียวค่ะ

คำนี้เขาใช้กันมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17 แล้วนะคะ ดูการใช้คำนี้ได้จากตัวอย่าง…

“My sister has no job and is doing nothing to find one. She is so lackadaisical.”

Woebegone (โว-บี-กอน)

เป็นคำคุณศัพท์ที่ย่ำแย่สุด ๆ อีกคำนึงเลยล่ะคะ เดาได้ไหมคะว่า woebegone แปลว่าอะไร

ก่อนอื่นลองมาแบ่งคำนี้เป็นสองส่วนก่อน คำว่า woe (ความเศร้าแบบสูงสุด) และคำว่า begone (ศัพท์เก่าที่หมายความว่าถูกรายล้อมด้วยอะไรบางอย่าง) คำนี้จึงแปลได้ว่าถูกรายล้อมไปด้วยความเศร้าระทมค่ะ ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษในยุคกลางนั่นเอง

Lollygag (ลอ-ลี-แก็ก)

คำนี้น่าจะถูกใจใครหลายคนทีเดียวค่ะ คำว่า Lollygag (คำกริยา) มีความหมายว่าอยู่นิ่ง ๆ ให้หมดวันหมดเวลาไปเปล่า ๆ นั่นเอง ซึ่งเขาใช้กันมากในอเมริกา

คราวหน้าถ้าได้ยินพ่อแม่คนไหนดุลูกว่า “Stop lollygaging!” คุณก็จะเข้าใจแล้วนะคะว่าแปลว่าอะไร

คำนี้เขาใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าที่มามาจากที่ไหนค่ะ

Frankenfood (แฟรง-เคน-ฟูด)

เมื่อเทียบกับคำทั้งหลายที่เอามาให้ดูกันแล้ว คำนี้ดูเหมือนจะใหม่สุดค่ะ เพราะเพิ่งเริ่มใช้กันในช่วงทศวรรษที่ 1990s นี่เอง

คำนี้มันหมายถึงอาหารที่ใช้พืช GM (พืชที่ได้รับการปรับแต่งทางพันธุกรรม) เพราะมันไม่ใช่พืชที่โตขึ้นมาอย่างตามธรรมชาติ แต่โตขึ้นมาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

Frankenfood (คำนาม) เป็นคำที่สร้างขึ้นมาจากคำว่า Frankenstein ชื่อของหมอแฟรงเกนสไตน์ในนิยายของแมร์รี เชลลีย์ ที่สร้างมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาในห้องทดลองของเขา ซึ่งคนรู้จักกันในนาม ปีศาจแฟรงเกนสไตน์ เอามารวมกับคำว่า food ที่แปลว่าอาหารนั่นเองค่ะ

คราวหน้าคราวหลังถ้ามีคนพูดกว่า “I’m not eating there! They use Frankenfoods!” ก็จะได้เข้าใจนะคะว่าเขาหมายความว่าอย่างไร

เป็นยังไงคะ ศัพท์แต่ละคำถ้าไม่ออกเสียงแปลกสุด ๆ ความหมายก็พิลึกพิลั่นไปเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเป็นศัพท์แปลก ๆ ที่บางทีฝรั่งได้ยินแล้วต้องเงี่ยหูฟังอีกรอบด้วยความสับสนทีเดียว รู้แล้วก็ลองเอาไปใช้ เพื่อเพิ่มสีสันในการสนทนาให้สนุกขึ้นไปอีกก็ได้นะคะ

ขอบคุณที่มา : fluentu.com

คอมเมนต์ได้เลย!