10 คำศัพท์ที่มีที่มาจากเหล่าไวกิ้ง

1800

หากว่าคุ้นเคยกับภาพยนตร์อย่าง Thor หรือว่าเหล่าตัวร้ายในหนังฮอลลีวูดอย่าง Loki แล้วล่ะก็ คงต้องรู้กันบ้างใช่ไหมคะว่ามันมาจากตำนานของ Norse และตำนานของคนเหล่านี้ก็ไม่ได้เข้ามาแค่ตำนานต่าง ๆ เท่านั้น แต่คำต่าง ๆ ในภาษา Old Norse ก็ยังไหลมาอยู่ในภาษาอังกฤษโดยที่ผู้ใช้ภาษาอังกฤษบางคนอาจไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำไป เนื่องจากการเข้ามาในอังกฤษของนักรบชาวนอสและเหล่าพ่อค้าชาวนอสเมื่อช่วง 1000 ปีมาแล้ว ด้วยเหตุนี้ ยิ่งทำให้เรา ๆ ที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง แทบไม่รู้เลยว่ามันไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาแต่เดิม และนี่ก็เป็น 10 คำที่มีที่มาจากเหล่าไวกิ้งค่ะ…

1.Ugly

เวลาที่เหล่าไวกิ้งรู้สึกอยากจะด่าทอกันเองขึ้นมาก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะใช้คำว่า ‘uggligr’ ซึ่งมีที่มาจากคำว่า ugga — แปลว่า “กลัว” ถ้าไวกิ้งคนหนึ่งยังน่ากลัวไม่พอ ไวกิ้งที่ ugly (อัปลักษณ์) ก็คงเป็นคนหนึ่งที่เพียงพอให้คุณหวาดกลัวจนตัวสั่นได้ ลองนึกภาพดูกันเองสิคะ ว่าจะน่ากลัว/น่าเกรงขามขนาดไหน

2.Berserk

คำว่า Berserk (เบอร์เซิร์ก) ในภาษาอังกฤษนี้มีความหมายว่า “บ้าบิ่น/บ้าระห่ำ/โกรธมาก” ซึ่งสำหรับในภาษาต้นทางนั้นเป็นสิ่งที่แย่กว่าไวกิ้งที่ ugly เสียอีก เพราะในภาษาสแกนดิเนเวียนแล้ว คำว่า Berserk หากจะแปลกันตรง ๆ ก็หมายถึง “นักรบที่คลุ้มคลั่งอยู่ในสนามรบ” ซึ่งน่าจะมาจากการรวมกันของคำว่า ber (หมี) + serkr (เสื้อ) หรือบางทฤษฎีก็บอกว่ามาจากคำว่า berr (bare)  ซึ่งหมายถึงคนที่ไม่ใส่เสื้อ (ในสนามรบ) นั่นเอง

3.Thursday

คำว่า Thursday ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดีนั้น มาจากคำว่า Thor’s day ซึ่งสำหรับชาวนอสแล้วถือว่าเป็น เจ้าแห่งสายฟ้านั่นเอง ซึ่งก็ถอยกลับไปถึงศตวรรษที่ 12 นู่นแนะ โดยตอนนั้นใช้คำว่า thorsdāgr

4.Window

ถ้าแปลกันแบบตรงตัวแล้ว คำว่า Window (หน้าต่าง) แปลว่า ตาของลม (wind-eye) ในภาษา Old Norse ซึ่งมาจากคำว่า vinddauga ซึ่งมาจากคำว่า vind ซึ่งหมายถึง wind (ลม) และคำว่า auga ที่แปลว่า eye (ตา) คนสวีเดนเลิกใช้คำนี้แล้วไปใช้คำว่า Fönster จากคำภาษาเยอรมัน fernster แต่คนเดนมาร์กยังคงใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ (ใช้คำว่า vindue)

5.Knife

ใช่ค่ะ เหล่าชาวสแกนดิเนเวียประดิษฐ์คำนี้ขึ้นมาเหมือนกัน คำว่า knife (มีด) เป็นคำที่มีความสำคัญมากสำหรับเหล่าไวกิ้ง เพราะไวกิ้งนั้นใช้มีดสำหรับล่าสัตว์และต่อสู้ ชาวไวกิ้งหากตายไปจะต้องฝังมีดลงไปพร้อมกับศพของพวกเขาด้วย คำนี้เดิมเขียนว่า knīfr ส่วนในภาษาสวีเดนตอนนี้เขียนว่า kniv

6.Husband

สำหรับภาษา Old Norse แล้วคำว่า Husband หมายถึง ‘householder’ (เจ้าของบ้าน) มาจากคำว่า hūsbōndi ซึ่ง hūs แปลว่า house (บ้าน) + bōndi  แปลว่า holder (ผู้ถือครอง) ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเหล่าชาวสวีเดนยุคใหม่ที่เริ่มตื่นตัวเรื่องความเท่าเทียมทางเพศจะว่าอย่างไรกันบ้างในเรื่องนี้ แต่สำหรับยุคโบราณแล้ว สามี/ผู้ชาย ก็คือผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านนั่นเองค่ะ

7.Freckle

เหล่าไวกิ้งวัยเยาว์จะดูเป็นยังไงกันนะคะถ้าไม่มี freckle (กระ) อยู่บนหน้า? คำว่า ‘freckle’ นั้นก็เป็นอีกคำค่ะที่มีรากมาจากภาษา Old Norse โดยคำเดิมของมันก็คือ freknōttr ตอนนี้อาจจะเริ่มสังเกตแล้วว่าในภาษา Old Norse นั้นมีตัวอักษร K เยอะทีเดียวนะคะ

8.Elves and trolls

“Elf” (alfr) และ “Troll” เป็นอีกสองคำค่ะที่มาจากชาวนอส นอกจากเหล่าไวกิ้งแล้ว ผู้คนแถบสแกนดิเนเวียก็ขึ้นชื่อในเรื่องคติชนและเทวตำนาน โดยเฉพาะในประเทศนอร์เวย์ อาจจะรู้สึกว่าพวกโทรลและเอลฟ์เป็นสิ่งที่น่ากลัวก็จริงนะคะ แต่ว่าถ้าลองได้อ่านวรรณคดีหรือตำนานของชาวนอสดูก็อาจจะเปลี่ยนใจได้เลยค่ะ เพราะว่าเจ้าสัตว์ในเทวตำนานเหล่านี้ต่างก็มีบทบาทที่น่าสนใจ แล้วยังส่งต่อมาถึงงานวรรณกรรมของคนที่ใช้ภาษาอังกฤษอีกมากมายด้วยไม่ว่าจะเป็น Harry Potter หรือว่า The Lord of the Rings ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเองค่ะ

9.Cake

ครั้งหน้าที่เป่าเทียนวันเกิดก็ให้คิดถึงชาวนอสเอาไว้เลยนะคะ เพราะถ้าหากไม่มีพวกเขาก็จะไม่มี Cake (เค้ก) หรือว่า kaka เด็ดขาดเลย ดังนั้นก็หมายความว่าอาจจะไม่มีธรรมเนียมเป่าเค้กในวันเกิดด้วยค่ะ

10.Viking

ถ้าจะมีคำศัพท์สักคำที่เรารับรองได้ว่ามาจากเหล่าไวกิ้งก็จะต้องเป็นคำว่า ‘Viking’ นี่ล่ะค่ะ คำว่า Viking นี้มาจากคำว่า vīkingr ซึ่งก็มีทฤษฎีเดียวที่คาดการณ์ว่าน่าจะมาจากนามวลีที่ว่า fara í víking “เดินทางไปกับกองทหาร” (go on an expedition) ซึ่งก็ผันไปเป็นส่วนหนึ่งของภาษานอสว่า vika แปลว่า ไมล์ทะเล (sea mile) นั่นเองค่ะ

เห็นไหมคะว่าคำต่าง ๆ ที่สืบรากมาจากเหล่าไวกิ้งนั้น ไม่ใช่คำที่แปลกหูแปลกตา แต่เป็นคำที่เราพบเจอได้จากการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันแทบทั้งนั้นเลย นับได้ว่าเป็นอีกความรู้หนึ่งที่เปิดหูเปิดตามาก ๆ สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ เพราะใครเล่าจะรู้ว่าในบรรดาคำต่าง ๆ ที่ใช้กันอยู่นี้ จะมีคำไหนที่มาจากรากภาษาอะไรอีก ถ้าอยากเรียนรู้อะไรที่อ่านสนุกแล้วยังได้เกร็ดความรู้ดี ๆ แบบนี้ ก็อย่าลืมติดตามได้จากพวกเรา Daily English นะคะ

ขอบคุณที่มา www.thelocal.se

คอมเมนต์ได้เลย!