10 สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ สำหรับผู้ที่เรียนภาษา

1193

ในการเรียนภาษานั้น ๆ แน่นอนว่าเราอาจจะต้องคร่ำเคร่งเรื่องการท่องศัพท์ หรือว่าการจำไวยากรณ์เป็นหลักเพื่อจะได้ประสบความสำเร็จ ในการเรียนภาษานั้น ๆ แต่ว่าการเรียนภาษาแท้จริงแล้วไม่ได้มีเพียงการท่องจำเท่านั้น แต่ยังมีเทคนิคและแนวคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะส่งเสริมการเรียนภาษาของเราให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้ค่ะ

1. ตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและเป็นจริงได้

เมื่อเริ่มเรียนภาษา ให้ตั้งเป้าไว้ก่อนกว่าต้องการจะเรียนเรื่องไหนให้สำเร็จ และต้องการจะทำให้สำเร็จเมื่อไหร่ อย่างที่ Donovan Whyte กรรมการผู้จัดการ Rosetta Stone (บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการเรียนภาษา) บอกเอาไว้ว่าในการเรียนภาษานั้นจะประสบความสำเร็จสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อเราตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่สามารถทำให้สำเร็จได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน จะทำให้เรามุ่งมั่นกับการเรียนได้มากขึ้น

คุณอาจจะรู้สึกฮึกเหิมอย่างมากในช่วงที่เริ่มเรียนภาษาแต่จำไว้ว่าการตั้งเป้าให้ใช้ภาษานั้นอย่างคล่องแคล่วไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเสมอไป ลองตั้งเป้าเล็ก ๆ อย่าง การอ่านหนังสือพิมพ์ในภาษาที่เรียนอยู่สักหัวข้อหนึ่งโดยที่ไม่ต้องเปิดหาคำศัพท์ในพจนานุกรมเอาก็พอค่ะ เพื่อที่จะทำให้เราตั้งเป้าที่ยากขึ้นไปอีกได้ เหมือนการเล่นเกมที่ผ่านไปทีละขั้นทีละขั้น

2. เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมถึงเรียนภาษา

อาจจพดูว่าไม่จำเป็น แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยนะคะ ที่ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมถึงเลือกเรียนภาษานั้น ๆ อย่างที่ Alex Rawling ครูสอนภาษาที่ตอนนี้รู้ถึง 13 ภาษาแล้วกล่าวเอาไว้ว่า แรงผลักดันในการเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ โดยเฉพาะคนที่เริ่มเรียนภาษาด้วยตนเอง ฉะนั้นควรจะลองเขียนเหตุผลที่ตัวเองต้องการเรียนภาษานั้น ๆ เอาไว้สัก 10 ข้อ เผื่อเวลาที่เกิดความกังขาว่าเราจะเรียนไปทำไม พอหยิบขึ้นมาอ่านแล้วแรงผลักดันเดิม ๆ ก็จะกลับมาให้เราตั้งใจเรียนเพื่อไปสู่เป้าหมายได้นั่นเองค่ะ

3. จดจ่อกับสิ่งที่คุณต้องการเรียนรู้เท่านั้น

บางคนก็อาจจะเถียงกันอยู่ว่าการเรียนภาษานั้น เราเรียนแบบดั้งเดิมหรือว่าเรียนแบบพึ่งพาเทคโนโลยี แบบไหนมันจะดีกว่ากัน แต่ว่านั่นเป็นการถกเถียงที่หลุดประเด็นมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วมันไม่ได้อยู่กับว่าเราจะเรียนแบบออนไลน์หรือว่าเรียนจากหนังสือ สิ่งที่สำคัญก็คือสื่อเหล่านี้นำส่งสิ่งที่เราต้องการจะเรียนรู้ในหัวข้อนั้น ๆ ได้ดีแค่ไหนต่างหากค่ะ

เมื่อเลือกเรียนภาษาไม่ว่าจะเป็นทางใดทางหนึ่ง ให้นึกถึงเนื้อหาที่จะได้เรียนเอาไว้ก่อน ความจริงแล้ว การเรียนภาษานั้นมันเกิดขึ้นภายในตัวคุณ ไม่ใช่เกิดขึ้นจากสื่อที่เรียส ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปจดจ่อกับวิธีการเรียนให้มาก แต่ให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณต้องการจะเรียนเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ “ภาษา” นั่นเอง

4. อ่านหนังสือเพื่อความพอใจ/ความสุข

สำหรับคนที่เรียนภาษา (หรือเรียนอะไรก็ตาม) ต้องยอมรับว่าการอ่านนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก แต่การอ่านนั้นก็เป็นขั้นตอนการเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง ดังนั้นแล้วจึงควรอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มศัพท์ให้ตัวเองด้วย แต่อย่าฝืนใจอ่านในสิ่งที่ตัวเองไม่สนใจ ให้อ่านเพื่อความพอใจหรือความสุขของตัวเอง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มคำศัพท์ให้แก่ตัวเองแล้ว ยังเป็นวิธีที่ทำให้คุณเข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ได้เองโดยปริยายอีกด้วย

5. เรียนรู้คำศัพท์ตามบริบท

การท่องศัพท์ยาวเป็นพรืดนั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสุด ๆ ดังนั้นแล้วเวลาเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ขอแนะนำให้เรียนรู้จากบริบทที่เราเอาตัวของเราเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยจะดีกว่า เพื่อที่จะทำให้เราเข้าใจเนื้อหาของคำศัพท์ตามบริบทที่เราได้ใช้มากขึ้น ไม่ใช่ท่องไปเรื่อย ๆ อย่างนกแก้วนกขุนทองแบบที่เคยทำกันมานั่นเองค่ะ

6. อย่าไปสนใจมายาคติเดิม ๆ จงจำไว้ว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข”

ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใหญ่ที่พูดได้ภาษาเดียว ก็อย่าได้ทดท้อกับการเรียนภาษเพราะมายาคติที่ว่า “การเรียนภาษาในวัยผู้ใหญ่จะยิ่งยากขึ้น” จำเอาไว้ว่าการเรียนภาษานั้นมันมีแบบเป็นไปตามธรรมชาติ และเป็นไปอย่างเป็นระบบระเบียบ เด็ก ๆ นั้นอาจจะเรียนภาษาได้โดยธรรมชาติ แต่เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วเราก็สามารถเรียนแบบเป็นระบบระเบียบได้เหมือนกัน จำเอาไว้ว่ามีนักวิชาการบางคนเรียนภาษาเพิ่มถึง 12 ภาษาในวัยผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ ดังนั้นอย่าเพิ่งทดท้อกับการเรียนในวัยผู้ใหญ่ไปเลยนะคะ

7. ทบทวนภาษาแม่ของตัวเองด้วย

ถึงจะคิดว่าตัวเองพูดภาษาแม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วก็เถอะ แต่อย่าเพิ่งมั่นใจเกินไปว่าคุณเข้าใจภาษาของตัวเองดีแล้ว ข้อได้เปรียบของการเรียนภาษษที่สอง ที่สาม ที่สี่ … ให้ได้ดีนั้น ก็คือการเข้าใจระบบของภาษาแม่ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น ดังนั้นจึงควรทบทวนภาษาแม่ของตัวเองด้วย

8. อย่าดูถูกความสำคัญของการแปล

พอเรียนภาษาใหม่ไปได้สักพักหนึ่งจนสามารถใช้ได้อย่างดีแล้ว เราจะเริ่มเรียนรู้ภาษาได้อย่างช้าลง แต่ “การแปล” นี่เองที่จะเป็นส่วนช่วยให้เรียนรู้ภาษาต่อไปได้ดีขึ้นและไม่ฝืด เพราะมันจะทำให้คุณไม่มีโอกาสได้ถอดความประโยคอย่างการพูด/สื่อสารในชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นก็จะทำให้เรียนในระดับต่อไปได้

9. ระมัดระวังเรื่องความคล่อง/ลื่นไหล

หลายคนอาจจะไประมัดระวังพวกคำหยาบต่าง ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่การการใช้ภาษาในระดับที่ที่ประสบความสำเร็จนัก การเรียนภาษานั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่สามารถใช้คำได้อย่างลื่นไหลคล่องตัวเท่านั้น  แต่มันเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างไม่มีวันจบสิ้น ดังนั้นแค่ความคล่องหรือว่าความลื่นไหลในการใช้ภาษาจะเป็นสัญญาณว่าคุณเรียนภาษานั้นได้ดีแล้ว

10. ไปในที่ที่ผู้คนใช้ภาษานั้น

ตัวเลือกนี้ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่สามารถทำกันได้ทุกคน แต่การเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์หรือสถานที่ที่บีบให้เราต้องใช้ภาษาที่กำลังเรียนอยู่ จะทำให้เรามีความมั่นใจในการใช้ภาษานั้น ๆ มากขึ้นเพราะเราจำเป็นต้องฝึกพูดและใช้ภาษาในสถานการณ์จริงบ้าง เพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราเรียนผ่านการเขียนอ่าน หรือท่องจำมาให้ได้

เห็นไหมคะ เพียงแค่สิบข้อง่าย ๆ ที่เหมือนจะไม่ง่ายเท่าไหร่นี้ ที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนภาษาของคุณได้ ไม่ใช่เฉพาะการเรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่รวมถึงภาษาอื่น ๆ ด้วย และมันก็จะช่วยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนภาษาให้คุณได้แน่นอน จงจำเอาไว้ว่าภาษาไม่ใช่เพียงเรื่องของการท่องจำเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมันเป็นเครื่องมือสื่อสารของคนเรา ความเกี่ยวเนื่องของมันกับชีวิตประจำวันของเรา ๆ จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้อีกเช่นกัน ลองปฏิบัติตามทั้งสิบข้อนี้กันดูนะคะ แล้วถามตัวเองว่าการเรียนภาษาของคุณมันดีขึ้นกว่าเดิมไหม DailyEnglish จะคอยเอาใจช่วยค่ะ

ขอบคุณที่มา www.theguardain.com

คอมเมนต์ได้เลย!